"สุวัจน์" กับจังหวัดบัวใหญ่

"สุวัจน์" กับจังหวัดบัวใหญ่

ทำไปทำมากรณีการที่สมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา ขอจัดตั้ง "จังหวัดบัวใหญ่" กลายเป็นเรื่อง "ทักษิณกับเสื้อแดง"

ไปโดยปริยาย เมื่อมีการเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาจากฝ่ายต่อต้าน บวกกับข่าว "กองทัพภาคที่ 2" ห้ามจัดเวที​เสวนาตั้งจั​งหวัดบัวให​ญ่ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยฝ่ายทหารระบุว่ามีความเป็นห่วงในประเด็นสถานการณ์ความสงบเรียบร้อย จึงถูกมองว่าเป็นเรื่องความมั่นคงไปในทันที

000 จริงๆแล้ว คำถามที่ว่า เหตุใด "นักการเมืองท้องถิ่น" จึงพร้อมใจกันโหวตลงมติแยกบัวใหญ่ออกเป็น "จังหวัด" เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และหากย้อนเข้าพลิกแฟ้มข่าวดูผลการเลือกตั้งนายก อบจ.นครราชสีมา ครั้งที่ผ่านมา ก็พอจะได้คำตอบของ "ปรากฏการณ์บัวใหญ่" ในฤดูพักร้อนของนักการเมืองระดับชาติ

000 ชัยชนะของกลุ่ม "เจ๊นก" ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ที่ยึดครอง อบจ.โคราช ได้สำเร็จนั้น เป็นดอกผลของ "พันธมิตรการเมืองลูกย่าโม" ประกอบด้วย "ตระกูลสุวรรณฉวี" , สุวัจน์ ลิปตพัลลภ และ กลุ่ม ส.ส.เพื่อไทย โซนชายขอบโคราช

000 เมื่อ "ระนองรักษ์" เป็นนายก อบจ. ก็จัดสรรตำแหน่งทางการเมือง โดยรองนายก อบจ. 4 คน "กลุ่มระนองรักษ์" ได้ 2 เก้าอี้ "กลุ่มสุวัจน์" ได้ไป 1 เก้าอี้คือ ชาญชัย อินทรประวัติ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส) และที่เหลือเป็น อนุวัฒน์ ทินราช อดีตกำนันหนองบัวลาย และแกนนำ นปช.นครราชสีมา ตัวแทน "กลุ่มเพื่อไทย"

000 ตำแหน่งประธานสภา อบจ. ตกเป็นของ กิตติพงศ์ พงศ์สุรเวท เลขานุการส่วนตัว"สุวัจน์" และเป็นหัวหน้าสำนักงานพรรคชาติพัฒนา โดยประเด็นที่ "กิตติพงศ์" นั่งเป็นประธานในการประชุมโหวตตั้งจังหวัดบัวใหญ่ จึงเป็นที่โจษขานไปทั่วเมืองย่าโม ว่าเหตุใด "มือขวา" ของสุวัจน์ จึงกล้าเล่นกับไฟ และสุดท้าย "กิตติพงศ์" ถูกกดดันให้ลาออกจากประธานสภาฯ

000 สภากาแฟยังถกกันต่อไปว่า "ระนองรักษ์" รู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน เพราะจำนวนเสียงในสภา อบจ.โคราช กว่าครึ่งสภาก็อยู่ในเครือข่าย "ตระกูลสุวรรณฉวี" จึงมีคำถามว่า ฤาเจ๊นกประลองกำลังกับสุวัจน์? และฝ่าย โกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.เพื่อไทย เขตบัวใหญ่ ที่เป็นน้องชาย นพดล ปัทมะ ถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ จึงเป็นที่มาของถ้อยวลีที่ว่า "บัวใหญ่..จังหวัดเสื้อแดง" หากมองด้วยแว่นไร้สี เรื่องจังหวัดบัวใหญ่มีการขับเคลื่อนโดยคนในพื้นที่มายาวนาน

000 เมื่อปี 2556 อรุณ อัครปรีดี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบัวใหญ่ ได้เป็นแกนนำชาวบ้าน 8 อำเภอ เคลื่อนไหวขอจัดตั้งจังหวัดบัวใหญ่อีกครั้ง ซึ่งในช่วงนั้น ผู้แทนโซน 8 อำเภอเป็นของ "พรรคเพื่อไทย" ทั้งหมด และบังเอิญว่า จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย จึงรับลูกเรื่องนี้ แต่ยังมิทันได้ทำอะไร ก็เกิดสถานการณ์ คสช.

000 สำหรับ "อรุณ" ตั้งแต่เป็นหนุ่มจนมีอายุกว่า 70 ปี ได้เป็นผู้จุดประเด็นจังหวัดบัวใหญ่มาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะมันเป็นเผือกร้อน เป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อน ซึ่งบรรดา "นักการเมืองท้องถิ่น" ก็ทราบดี แต่เหตุไฉนจึงเล่น "เกมเร็ว" ในสภา อบจ. หรือว่าทราบผลล่วงหน้าแล้วว่า มันจะออกมาแบบไหน แต่ที่ต้องเล่นเกมนี้ ก็หวังผลด้านอื่นมากกว่า

000 สงครามชิงอำนาจในนครโคราชเริ่มแล้ว บารมีของ "สุวัจน์" กำลังถูกท้าทายจาก "พันธมิตรการเมือง" ที่มั่นใจแล้วว่า เสียงส่วนใหญ่ในสภา อบจ.อยู่ในกำมือพวกเขา "เกมบัวใหญ่" ก็เหมือนจุดไฟกลางฝน และพวกเขาก็รู้ว่าอีกไม่นานเรื่องจังหวัดบัวใหญ่ก็เงียบหายไป