หลังจากคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณ และคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ที่มีมล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
เป็นประธาน ลงพื้นที่เป้าหมายตรวจสอบโกดังข้าวในโครงการรับจำนำปี 2554-2557 อาทิ จังหวัดปทุมธานี สุพรรณบุรี พิจิตร และพิษณุโลก ที่พบสิ่งผิดปกติมากมาย ทั้งข้าวหายไป ข้าวไม่มีคุณภาพ หรือข้าวเน่าปะปนอยู่ในโกดังที่เข้าไปตรวจสอบชนิดที่คณะทำงานฯถึงกับตะลึงกับสิ่งที่เจอ ทำให้มีคำถามเกิดขึ้นว่า นอกจากข้าวหลายแสนกระสอบหลายอย่างไร้ร่องรอยแล้ว ข้าวเสื่อมคุณภาพที่ตรวจพบอยู่ในโกดังต่างๆ นั้น คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติหรือ คสช. จะทำยังไงกับข้าวเหล่านั้น ทำลายทิ้งหรือจะไปทำปุ๋ยเท่านั้นหรือ ที่แน่ๆ คงไม่สามารถระบายขายให้ใครได้
จากการตรวจพบสิ่งผิดปกติในโกดังข้าวพื้นที่ต่าง มล.ปนัดดา ถึงกับใช้สุภาษิตมาเปรียบเทียบว่า "น้ำลดตอผุดกันเป็นแถวๆ" หากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับงบประมาณที่ใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตลอด 2 ปีกว่าของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กว่า 8 แสนล้านบาทนั้นเรียกว่า "สูญเปล่า"ไปอย่างสิ้นเชิงหรือละลายหายไปในพริบตาทั้งๆ ที่เงินจำนวนมากขนาดนี้ หากนำไปใช้พัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ คงเกิดประโยชน์มากกว่านี้หรือไม่ เพราะเมื่อเทียบความคุ้มค่าของการใช้เงินเท่ากับ"ศูนย์" แม้จะมีส่วนหนึ่งของการใช้เงินที่อดีตรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยืนยันว่าเกษตรกรได้รับประโยชน์ก็ตาม
หายนะที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ วงการค้าข้าวของประเทศไทยถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากหลักเกณฑ์การรับจำนำที่เปิดช่องโหว่อย่างมโหฬาร ไม่ว่าจะเป็นการตั้งราคารับจำนำข้าวเปลือกสูงถึงตันละ 1.5 หมื่นบาทโดยไม่จำกัดปริมาณหรือรับจำนำทุกเมล็ด จนทำให้ราคาข้าวในตลาดบิดเบือน ขณะเดียวกันเกษตรกรเร่งผลิตข้าวปีละมากกว่า 2-3 ครั้งจนส่งผลให้ปริมาณข้าวล้นตลาด ขณะที่คุณภาพข้าวก็ลดลงเพราะเกษตรกรเร่งปลูกข้าวทำรอบ เพื่อหวังจะเข้าโครงการรับจำนำ
เมื่อภาครัฐเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้เล่นในตลาดค้าข้าว นั่นคือการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรไปเก็บไว้จำนวนมาก จนต้องเก็บสต็อกข้าวไว้มากถึง 18 ล้านตัน แต่ปริมาณข้าวที่ถูกบันทึกว่ามีอยู่ในสต็อกนั้นก็ไม่มีรับประกันหรือยืนยันได้ว่า ปริมาณข้าว 18 ล้านตันมีอยู่ครบจริงหรือไม่ ซึ่งจากที่มีคณะทำงานออกไปตรวจสอบโกดังกลาง ที่เก็บข้าวของภาครัฐก็เริ่มมีตอผุดออกมาต่อเนื่องว่า บางโกดังมีข้าวไม่ครบตามจำนวนที่รับจำนำเข้ามา หรือข้าวหายไปบ้างแล้ว และบางแห่งใช้วิธีตบตาเจ้าหน้าที่รัฐที่ไปตรวจสอบ เพราะในโกดังทำเหมือนยังมีข้าวอยู่ครบแต่ความเป็นจริงกลับมีข้าวเฉพาะรอบนอก ขณะที่ด้านในว่างเปล่าไม่มีข้าว ซึ่งก็หาคำตอบไม่ได้ว่า อาจจะไม่มีข้าวมาตั้งแต่แรกหรือไม่
ความเสียหายที่ปรากฏมาให้เห็น ภายหลังการตรวจสอบตามโกดังเก็บข้าวในพื้นที่ต่างๆ บางแห่งนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของโครงการรับจำนำข้าว ที่สร้างความเสียหายและหายนะแก่ประเทศชาติอย่างมหาศาล เพราะเบื้องต้นมีการประเมินกันคร่าวๆ มาแล้วว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือกของอดีตรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะขาดทุนมากกว่า 5 แสนล้านบาท ยังไม่นับรวมความเสียหายจากข้าวเสื่อมคุณภาพและข้าวที่ล่องหนหายไปอีกไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาท รวมๆ กันแล้วสร้างหายนะจากโครงการประชานิยมนี้แก่ประเทศไม่น่าต่ำกว่าล้านล้านบาท









