พวกเขากล้าที่จะท้าทายตัวเอง กล้าเผชิญความล้มเหลว กล้าเอาตัวเข้ามาเสี่ยง กับการลงมือทำ ที่ไม่เห็นจุดหมายปลายทาง
ผมเพิ่งกลับจากโคราชด้วยความรู้สึกอิ่มเอมมากครับ ชีวิตนวัตกรรมของผมเข้าโรงงานมานับร้อย คุยกับผู้ประกอบการมานับพัน แต่กับชาวบ้านตาดำๆ ผมไม่ค่อยไปสุงสิงด้วยเท่าไหร่ ไม่ใช่ผมเล่นตัว หรือดูถูกผู้คน หากเป็นเพราะมัวแต่มองแง่มุมของเทคโนโลยีมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบ้านไม่ค่อยมี เพราะเข้าไม่ถึง แม้ว่าจะมีไอเดียดี มีเงินบ้างก็ตาม แต่หากเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสม ก็ไม่อาจสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ดังใจ
จนเมื่อผมมีโอกาสทำงานร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในการจัดแข่งขัน Product Innovation Contest ซึ่งชื่อโครงการอาจฟังดูไฮโซ แต่ของจริงเป็นชาวบ้านเกินครึ่งครับ ชาวบ้านที่ว่านี้คือ คนที่ทำมาหากิน เป็นผู้ประกอบการเล็กๆ เจ้าของธุรกิจรายย่อยมากๆ บางคนเป็นรถเข็นด้วยซ้ำไป ที่น่าทึ่งคือ เมื่อบุคคลเหล่านั้น เข้าไปรับการอบรมได้ไม่นาน ศักยภาพในการรังสรรค์นวัตกรรม กลับผงาดออกมาอย่างเหลือเชื่อ
ผมไม่อยากพูดเฉิ่มๆ ประเภทที่ว่า คนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่ผมคิดว่า คนไทยหากได้รับโอกาสที่ดี สามารถทำในสิ่งที่ก้าวหน้าได้อย่างน่าสนใจ
โอกาสที่ว่านี้ ผมยังเห็นอีกว่า ชาวบ้านตามต่างจังหวัดนั้น เสียเปรียบคนกรุงเทพเหลือเกิน เพราะในบางกอกมีช่องทางทั้งมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยมากมาย และแหล่งทุนสนับสนุนก็มีเยอะ ส่วนคนต่างจังหวัดนั้น นอกจากจะเดินทางไกล ติดต่อกันยากแล้ว คนทำงานวิจัยเก่งๆ ก็หาได้น้อยกว่าเมืองใหญ่
ทว่า เมื่อถึงเรื่องของความพยายามแล้ว ผมนับถือน้ำใจคนต่างจังหวัดจริงๆ และขอเรียกว่า “ลูกทุ่งอินโนเวชั่นโดยแท้”
บุคลิกของลูกทุ่งคือ ง่ายๆ ไม่เรื่องมาก ตรงเข้าเป้า เว้าซื่อๆ มีเสน่ห์อย่างเหลือร้าย
ผมขอถือโอกาสนี้ เล่าโครงการที่ผมไปรู้ไปเห็นมาสู่วงกว้าง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อศักยภาพการสร้างนวัตกรรมของเหล่าชนคนลูกทุ่งมา ณ ที่นี้
โครงการแรกคือ “ไหมขัดฟัน” อันนี้เป็นโปรดักส์ไอเดียภูมิปัญญา ที่นำมาผสมผสานกับประดิษฐ์กรรมร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจไม่น้อย ผมไม่อาจเล่ารายละเอียดได้เพราะของเขาดีจริง แต่ยังไม่จดทะเบียนสิทธิบัตร ขืนเปิดเผยความลับสวรรค์ในตอนนี้ ลุงแกคงสาปผมจมดินแน่นอน
ตัวถัดมาเป็นของกินนำเสนอโดยป้าคนหนึ่งที่สร้างตัวขึ้นมาจากหาบเร่แผงลอยขาย “ลอดช่องสิงคโปร์” ป้ามุมานะเปลี่ยนลอดช่องบ้านๆ ให้เป็นของที่บรรจุแพคเก็จลงขายแบบไม่ต้องกลัววันหมดอายุได้ แถมสีสันสดใสก็ล้วนแล้วแต่เป็นสีธรรมชาติทั้งสิ้น
อีกตัวคือไอเดียบรรเจิดของหนุ่มภูธรชาวไร่องุ่น คิดทำ “แยมองุ่น” ที่ไม่เหมือนใคร ดื่มก็ได้ ทาขนมปังก็ได้ เป็นทูอินวัน ผมลองชิมดูก็เข้าท่าดีครับ
ตบด้วย “บ๊ะจ่าง AEC” ที่เปลี่ยนลุ๊คจากบ้านทุ่งไปขึ้นเครื่องได้อย่างไม่ต้องอายใคร แถมรสชาติไม่ได้ลดน้อยถอยลง ยังคงแน่นด้วยเครื่องปรุง และส่วนผสมในสไตล์จีนแท้แบบดั้งเดิม
เปลี่ยนมาชิมอาหารคาวบ้าง ก็เป็น “แหนมเห็ด” ครับ โคราชปลูกเห็ดกันมากมาย ยามราคาเห็ดตกต่ำ ขายเหลือบ้างก็เอามาทำเป็นแหนมมังสวิรัติเสีย เอาไว้กินแทนแหนมเนื้อสัตว์ ลดทั้งคอเลสโตรรอล และได้รสชาติแหนมๆ เหมือนเดิม
ตัวต่อมาเป็น “คุกกี้ผสมแครกเกอร์” น้องเขาเลยเรียกว่า แคร็กกี้ เอามุมฝรั่งมาผสมกระยาสารทแบบพิมาย กลายเป็นของทานเล่นที่รสชาติคุ้นลิ้นคนไทย แต่ได้กลิ่นอายติดหรูนิดๆ แบบคุณหนูไฮโซ อันนี้เหมือนทำง่าย ความจริงแล้วยากมากครับ ต่อให้มีเครื่องไม้เครื่องมือถึง ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้
โคราชเขาบอกว่า ใครมาแล้วก็ต้องถามหา “หมี่โคราช” ติดมือกลับบ้าน ผมเจอลุงกับป้ามาคู่กัน ปกติผัดหมี่โคราชคั่วเป็นของฝากแขกผู้มาเยือนให้ซื้อหากันไป วันนี้ แกสลัดผ้ากันเปื้อน มาเสนอ “นวัตกรรมคั่วหมี่โคราช” แบบไม่ต้องใช้น้ำมัน ได้ของทานเล่นเป็นหมี่กรอบ ที่ไม่มีน้ำมันมาช่วยทำลายสุขภาพของเรา ถามว่าทำได้ยังไง ผมตอบไม่ได้ มันเป็นความลับของลุงกับป้าเขา แต่ผมรับรองว่า แกไม่ได้คิดเองเออเองแบบมั่วๆ หากแต่ใช้เวลาไปกับการวิจัยไม่น้อยเพื่อให้ได้นวัตกรรมตัวนี้มา
ของกินผ่านไปแล้ว มาถึงโคราช จะลืมเสน่ห์ไหมไทยได้อย่างไร นวัตกรรมจากไหมจึงเรียงรายเข้ามาหลายชิ้น เริ่มจาก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวหน้าจากโปรตีนไหม เสื้อถักนิทติ้งจากไหมน้อย ผ้าไหมปมทอมือหมักโคลน และอุปกรณ์เครื่องสำอางที่ทำจากไหม
ของเหล่านี้ ฟังดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ทุกชิ้นมีความลับนวัตกรรมซ่อนอยู่ทั้งสิ้นครับ
ประโยชน์ของความลับนั้นคือ มันทำให้สินค้าของพวกเขามีความแตกต่างจากคู่แข่ง แน่นอนครับ มูลค่าการขายก็ย่อมเพิ่มสูงขึ้น สร้างผลกำไร สร้างงาน สร้างรายได้ เศรษฐกิจก็จะขยายเป็นเงาตามตัว
นวัตกรรมไม่ได้ยังประโยชน์ให้กับเจ้าของ หรือผู้ประกอบการเพียงฝ่ายเดียว แต่กระจายประโยชน์ไปยังชุมชน ชาวบ้าน ลูกจ้าง และครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้นด้วย เมื่อจังหวัดเจริญ ประเทศชาติโดยส่วนรวมก็ย่อมเจริญตามไปด้วย
ผมคิดว่า เราสามารถนำเอาหลักการของนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาชนบทได้ด้วย แน่นอนว่า ชาวบ้านเขาก็ต้องการพี่เลี้ยง ซึ่งพี่เลี้ยงอาจเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของท้องถิ่น หรือคนจากบางกอกอย่างผม เราลงไปช่วยกันเอาความรู้ที่เรามี เอาวิชาที่เราสร้าง ไปพัฒนาลูกทุ่งอินโนเวชั่น ให้เป็นหนึ่งใน AEC ได้ ขอเพียงแต่ถ้าเราช่วยกันทำ
เหนื่อยนั้นเหนื่อยจริง แต่ผมก็ชื่นใจที่เห็นลุงๆ ป้าๆ มีรอยยิ้มของความภูมิใจ การที่เหล่าชนคนลูกทุ่งเหล่านั้น ก้าวมาได้ไกลขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะใคร หากเป็นเพราะพวกเขาเอง กล้าที่จะก้าว และท้าทายตัวเองด้วยความคิดนวัตกรรม กล้าเผชิญความล้มเหลว กล้าเอาตัวเข้ามาเสี่ยงกับการลงมือทำ ที่ยังไม่เห็นจุดหมายปลายทาง
เอาแต่ฝันไม่มีวันถึงจุดหมาย แม้เป็นลูกทุ่งก็สามารถฝันและไขว่คว้า จนเดินมาไกลจากจุดเดิมมากมาย ผมมีความสุขที่เห็นลุงๆ ป้าๆ ยิ้มแล้วบอกว่า ตัวเขาสนุก ได้เรียนรู้ และจะพยายามทำต่อไปเพื่อให้บรรลุถึงปลายทางที่คาดหวัง
ผมยอมรับด้วยใจว่า ลูกทุ่งอินโนเวชั่นเหล่านี้ ก็เป็นกระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่งของประเทศ ลองคิดดูครับว่า จังหวัดเดียวมีได้ขนาดนี้ อีกเจ็ดสิบกว่าจังหวัดรวมกัน ประเทศของเราจะเดินหน้าไปได้อีกขนาดไหน
และนี่คือ การเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง!









