วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

อีซีบีลดดอกเบี้ยเหลือ0.15% เดิมพันฟื้นเศรษฐกิจยูโรโซน

นักลงทุนทั่วโลกพากันไม่แปลกใจ ต่อมาตรการลดดอกเบี้ยเชิงนโยบาย ของธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี เหลือ 0.15%

จาก 0.25% แต่ก็ไม่ได้ผิดจากความคาดหมายของดอยช์แบงก์ธนาคารอันดับหนึ่งของเยอรมันที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะได้เห็นอีซีบีลดดอกเบี้ยจนเหลือศูนย์ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งหนึ่ง และยังลดดอกเบี้ยเงินฝากที่รับจากแบงก์พาณิชย์จากอัตรา 0% เป็นลบ 0.1% เพื่อเป็นการลงโทษต่อแบงก์ที่ไม่ปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าแต่กลับนำเงินมาฝากไว้แทน

ทั้งนี้อีซีบีดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพราะต้องการผลักดันให้มีเม็ดเงินออกจากแบงก์ไปสู่ภาคธุรกิจ พร้อมๆ กันนี้อีซีบียังลดดอกเบี้ยเงินให้กู้ลงอีก 0.35% เหลือเพียง 0.4% เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุน ดังนั้นมาตรการเหล่านี้จึงถือเป็นการผ่อนคลายทางการเงินมากที่สุด โดยมีเดิมพันที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซน 17 ประเทศให้กลับมาฟื้นตัวอย่างมีทิศทางที่แน่นอน

อีซีบีหวังว่าการลดดอกเบี้ยจะส่งให้เงินยูโรให้อ่อนค่าลงเพื่อรักษาขีดแข่งขัน ซึ่งดูเหมือนจะได้ผลในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เมื่อค่าเงินลดลงจาก 1 ยูโรต่อ 1.39 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียง 1.35 ดอลลาร์ แต่หลังจากประกาศลดดอกเบี้ยเงินยูโรกลับแข็งค่าที่ 1.36 ดอลลาร์ เพราะยุโรปและกลุ่มยูโรโซนในวันนี้ไม่กลัวเงินเฟ้อ แต่กังวลกับภาวะเงินเฟ้อที่อาจจะติดลบ หรือภาวะเงินฝืดแม้กระทั่งภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจที่เกาะกินมานานในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ยังไม่นับกรีซที่เจอกับเศรษฐกิจถดถอยมานานถึง 7 ปี ขณะที่อัตราการว่างงานยังสูงถึง 11.7% แม้จะลดลงจากระดับ 12.2% เมื่อสิ้นสุดไตรมาสแรกปีนี้ แต่คนตกงานยังมีมากกว่า 20 ล้านคนย่อมไม่ใช่ภาวะที่จะทำให้ฟื้นตัวกลับมาได้ง่ายแน่นอน โดยเฉพาะเงินเฟ้อปัจจุบันที่อยู่ในระดับเพียง 0.5% หากจะทำให้เพิ่มขึ้นที่ 2% ตามเป้าหมายของอีซีบี คงต้องใช้แรงอัดฉีดเงินอีกจำนวนมหาศาลขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือจีดีพี ของกลุ่มยูโรโซนก็คาดว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.7%ในปีนี้ จากคาดไว้เดิมที่ 1%

ในเรื่องนี้โกลด์แมน แซคส์ วาณิชธนกิจชื่อดังของสหรัฐอธิบายว่า การที่อีซีบีตัดสินใจลดดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ต้องแปลกใจเหตุผลใดๆ นอกจากว่าอีซีบีกลัวว่าจะเกิดความเสี่ยงของเศรษฐกิจขาลง เพราะไม่เพียงจีดีพีในปีนี้ที่ไม่โตตามคาดการณ์แล้ว ในปี 2015-2016 ก็จะโตต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 1.1% จาก 1.3% ในปีหน้า และโตเพียง 1.4% จาก 1.5% ในอีกปีถัดไป นอกจากนี้นายธนาคารกลางของสหรัฐรายหนึ่งยังเห็นว่า แม้ยุโรปจะเร่งรัดการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุกทั้งด้านนโยบายการเงินและนโยบายการคลังอย่างที่ธนาคารกลางสหรัฐทำคิวอี แต่สิ่งที่ตามมาก็คือจำนวนหนี้ที่พอกพูนมากขึ้นอีกถึง 15% ในขณะที่ยอดหนี้สาธารณะของยูโรโซนมีมากกว่า 90% ของจีดีพี ซึ่งเรียกได้ว่าจ่ออยู่ที่คอหอยแล้ว จะยิ่งทำให้เกิดความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจและหลีกเลี่ยงต่อความเสี่ยงต่ออัตราดอกเบี้ยที่จะพุ่งขึ้นในอนาคต เดิมทีนายมาริโอ ดรากี้ ประธานอีซีบีเคยเกริ่นไว้ว่า อยากทำคิวอี

ซึ่งได้รับการเปิดเผยต่อมาว่าอาจจะใช้เม็ดเงินถึง 1 ล้านล้านยูโร หรือ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน สำหรับการซื้อสินทรัพย์ของภาคธุรกิจ ยกเว้นอสังหาริมทรัพย์ เพื่อช่วยให้เกิดการลงทุนในกลุ่มยูโรโซน

มาถึงวันนี้ อีซีบีไม่มีอะไรต้องสูญเสียอีกแล้ว นอกจากทุ่มให้หมดหน้าตักเป็นเดิมพันเพื่อกอบกู้ให้กลุ่มยูโรโซนฟื้นตัวกลับมา ที่สำคัญต้องบอกว่า นี่เป็นบทเรียนของไทยที่ต้องเตรียมรับมือด้วยการปรับตัวและปรับโครงสร้างของประเทศให้มีความแข็งแกร่ง เพื่อรับกระแสความผันผวนของระบบการเงินโลกในระลอกใหม่จำนวนมหาศาลจะส่งผลกระทบต่อเราอย่างแน่นอน ที่ต้องเร่งสร้างเกราะป้องกันในภาวะที่เรายังขาดซึ่งหัวขบวนเรือมาขับเคลื่อนโดยที่ยังไม่มีรัฐบาลมาบริหารงานอย่างแท้จริง เราไม่ควรหลงระเริงกับบรรยากาศตลาดหุ้นที่พุ่งทะยานขึ้นถึงระดับดัชนี 1,458 หรือมีวอลุ่มซื้อขายวันละมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ว่าเป็นสัญญาณที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้ใหม่ เหมือนกับทิศทางของตลาดหุ้นโลกที่กำลังเสี่ยงจากการถูกอัดด้วยเม็ดเงินคิวอีกลายเป็นฟองสบู่ลูกโตขณะนี้อย่างเต็มที่