ผมไม่แน่ใจว่าเราคนไทยควรจะภาคภูมิใจกับข่าวที่ Financial Times รายงานเมื่อวันก่อนว่านักท่องเที่ยวไทย
ได้ไต่อันดับเป็นนักช้อปอันดับ 6 ของโลก และเป็นนักช้อปอันดับ 1 ของร้านหรูๆ ในอังกฤษเรียบร้อยแล้วมากน้อยเพียงใด
แรกที่เห็นข่าวผมอุทานว่า “อุแม่เจ้า! ไทยติดอันดับโลกกับเขาบ้างแล้ว”
แต่พออ่านรายละเอียดของข่าวก็ชักไม่แน่ใจว่าผมควรจะตื่นเต้นกับ “ความสำเร็จ” เรื่องนี้เพียงใด เพราะเงินจากกระเป๋าคนไทยไปช่วยสร้างเศรษฐกิจของอังกฤษเขาเสียส่วนใหญ่ ไม่ได้มาส่งเสริมความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของเศรษฐกิจไทย แต่อย่างไรเลย
ข่าวบอกว่า นักช้อปไทยที่ควักเงินไม่อั้นเวลาไปอังกฤษนั้น ก็เพื่อซื้อสินค้ายี่ห้อดังระดับโลก เขาเรียกคนไทยเหล่านี้ว่า “brand-conscious shoppers” ซึ่งแปลว่า จะเลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่เป็นแบรนด์ดังๆ เท่านั้น อะไรที่เป็นของไม่ขึ้นห้างดัง จะไม่สนใจเลย
ยิ่งเขาแสดงสถิติเพื่อยืนยันการไต่อันดับของนักช้อปไทยที่อังกฤษก็ยิ่งน่าตกใจ เพราะเขาบอกว่าในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมปีนี้ นักท่องเที่ยวไทยกระเป๋าหนักเหล่านี้ ซื้อสินค้ายี่ห้อดังๆ เพิ่มขึ้นถึง 68% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
แซงหน้านักช้อปจีนที่มียอดซื้อเพิ่มขึ้น 39%
เขาบอกด้วยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวไทยไปสหราชอาณาจักรในปี 2011 มีทั้งหมด 65,000 คน เท่ากับเพิ่มขึ้น 1% ในห้าปีที่ผ่านมา
จำนวนนักท่องเที่ยวไทยไปอังกฤษเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยอดเงินที่จ่ายเพื่อช้อปของแพงๆ กระโดดถึง 68%
เงินของนักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ จะใช้ไปกับการซื้อเครื่องหนังและเกี่ยวกับกิจกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเพิ่มขึ้น 73% ในระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน
และที่ที่นักช้อปไทยไปซื้อของแพง ก็คือ เหล่าบรรดาห้างสรรพสินค้าชื่อดังๆ ทั้งหลาย อีกทั้ง 55% ของคนไทยที่ไปช้อปก็มาปักหลักที่กรุงลอนดอนนั่นแหละ
เขาวิเคราะห์ละเอียดถึงขั้นที่บอกว่า สหราชอาณาจักรได้กลายเป็น No 1 destination หรือ จุดหมายปลายทางหมายเลขหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวไทยแล้ว โดยเฉลี่ยซื้อแต่ละครั้งประมาณ 762 ปอนด์ (ประมาณ 37,000 บาท!) ซึ่งเท่ากับเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า
Global Blue ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าปลอดภาษีระหว่างประเทศ ปักหลักทำธุรกิจสินค้ายี่ห้อดังที่อังกฤษมานาน วิเคราะห์ว่ากระแสนักช้อปจากเอเชียนั้น เริ่มด้วยนักท่องเที่ยวจีนก่อน และต่อมาก็กระจายตัวไปสู่นักท่องเที่ยวไทย
เขาบอกว่า ความจริงกรุงเทพฯ เอง ก็มีร้านรวงขายสินค้าแบรนด์ดังๆ ระดับโลกไม่น้อยแล้ว แต่นักช้อปจากไทยยังมาซื้อของแพงๆ ที่อังกฤษ “เพราะต้องการได้ชื่อว่ามาช้อปที่ร้านต้นแบบที่มีธงอังกฤษปักอยู่ด้วยตัวเอง”
คงจะมีคนเรียกอาการอย่างนี้ว่า “บ้าเห่อ”...ไม่ใช่เห่อเฉพาะต้องมีสินค้าแบรนด์ดังเท่านั้น แต่ยังเห่อที่จะบอกใครต่อใคร ว่า “ฉันไปช้อปที่ร้านดังที่อังกฤษเอง” อีกด้วย
โฆษกของร้านดังกลางกรุงลอนดอน Harrods ยืนยันว่า ตอนนี้นักช้อปคนไทยคือผู้มาเยือนหมายเลขต้นๆ ของเขาทีเดียว
และอุปนิสัยของการช้อปของนักท่องเที่ยวไทยเหล่านี้ ก็มีอะไรคล้ายกับคนจีน นั่นคือ เดินตามหายี่ห้อดังๆ เช่น Chanel, Louis Vuitton และ Hermes เป็นต้น
ไม่ต้องสงสัยว่ารายการช้อปของคนไทยในร้านดังๆ เหล่านี้ คือ สินค้าที่เกี่ยวกับแฟชั่น น้ำหอม และ เครื่องสำอาง...และระยะหลัง นักช้อปไทยเริ่มจะซื้อเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายยี่ห้อดังมากขึ้น อย่างน่าสังเกต
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของ New West End ซึ่งมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวมาช้อปย่าน Bond Street, Oxford Street และ Regent Street กับถนนอีก 22 สาย ที่ทะลุถึงกันกลางกรุงลอนดอน ก็รายงานเหมือนกันว่าจำนวนนักช้อปยี่ห้อแพงจากประเทศไทย “มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และแซงหน้าจำนวนและเงินที่ใช้โดยนักท่องเที่ยวจีนแล้ว”
เขาบอกว่า ตอนนี้ร้านรวงไฮโซแถวนั้น กำลังปรับแผนเพื่อต้อนรับเอาใจนักช้อปไทยกันสุดๆ และร้านต่างๆ เหล่านี้ ก็กำลังฝึกและรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายที่พูดภาษาไทยได้ เพื่อสร้าง “ประสบการณ์อันอบอุ่นให้กับนักท่องเที่ยวไทยที่เป็นลูกค้าอันดับหนึ่งของเรา”
ไหนใครว่าคนไทยยากจน ไหนใครว่าเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัว ไหนใครว่าเรากำลังรณรงค์ให้คนไทยรู้จักประหยัดและอดออม?









