วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถอดชนวนความตึงเครียด

สถานการณ์ในยุโรปสงบลงแล้ว เมื่อไซปรัสสามารถตกลงกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารกลางยุโรป

และสหภาพยุโรป เพื่อรับความช่วยเหลือ ความสนใจจึงกลับมาที่เอเชีย ซึ่งผู้ว่าการคนใหม่ของธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจ ได้มีการปรับเป้าหมายด้านนโยบาย ไปยึดฐานทางการเงินหรือจำนวนเงินสดโดยรวมและเงินฝากในธนาคาร แทนการยึดฐานอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% และจะเริ่มซื้อพันธบัตรรัฐบาลมูลค่าเดือนละประมาณ 7.5 ล้านล้านเยนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จากปัจจุบันที่ซื้อเดือนละ 3.8 ล้านล้านเยน แม้ตลาดตื่นเต้นกับการเคลื่อนไหวของบีโอเจ แต่มีความกังขาว่าการอัดฉีดเงินเข้าระบบที่มีเงินล้นเกินอยู่แล้ว เป็นทางออกในการแก้ปัญหาเงินฝืดที่แท้จริงได้หรือไม่

ในแถบใกล้ๆ กับญี่ปุ่นนั้นเอง สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีกำลังระอุ เมื่อกองทัพเกาหลีเหนือประกาศว่ารัฐบาลได้อนุมัติแผนการใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีเป้าหมายต่างๆ ในสหรัฐ ขณะที่มีข่าวว่าสหรัฐและเกาหลีใต้ตรวจพบความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือในการติดตั้งวัตถุคล้ายขีปนาวุธพิสัยกลาง ทางชายฝั่งตะวันออก ซึ่งทางเกาหลีใต้ก็กำลังจับตาดูการเคลื่อนไหวนี้ว่ารัฐบาลกรุงเปียงยางตั้งใจจะยิงขีปนาวุธจริงๆ หรือแค่แกล้งแสดงศักยภาพต่อสหรัฐ ที่กำลังจะส่งระบบป้องกันขีปนาวุธไปปกป้องฐานทัพบนเกาะกวมในมหาสมุทรแปซิฟิก หลังจากส่งเรือพิฆาตต่อต้านขีปนาวุธ 2 ลำไปยังฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อสกัดการโจมตีของเกาหลีเหนือต่อเป้าหมายสหรัฐหรือพันธมิตร

ในท่ามกลางอุณหภูมิที่ใกล้ถึงจุดเดือดนี้ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐชี้ว่า แถลงการณ์ของเกาหลีเหนือที่ใช้ถ้อยคำข่มขู่หลายต่อหลายครั้ง ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น และถือเป็นการยั่วยุที่มีแต่จะยิ่งทำให้เกาหลีเหนือโดดเดี่ยวมากขึ้นจากประชาคมโลก รวมถึงบั่นทอนเป้าหมายของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ดังนั้นเกาหลีเหนือควรเลิกขู่และให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามข้อผูกมัดของนานาชาติ ซึ่งหากติดตามข่าวเกาหลีเหนือช่วงนี้จะพบว่ามีความเคลื่อนไหวมากมาย รวมถึงการแต่งตั้งอดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยผลักดันการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง จากที่ถูกปลดไปก่อนหน้านี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้มีการมองว่าผู้นำเกาหลีเหนือน่าจะมีแผนแปลงโฉมเศรษฐกิจอย่างจริงจังแม้ใช้ถ้อยคำแข็งกร้าว เห็นได้จากการประชุมพรรคกรรมกรเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำเกาหลีเหนือได้จัดวางแนวทางยุทธศาสตร์ใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจและอาวุธนิวเคลียร์ควบคู่กันไป

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่ยังตึงเครียดกันอยู่ทำให้เลขาธิการสหประชาชาติ ออกมาแสดงความวิตกอย่างจริงจังกับเรื่องนี้ พร้อมระบุว่าทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียบนคาบสมุทรเกาหลี โดยเฉพาะรัฐบาลจีน สามารถมีบทบาทสำคัญมากในการบรรเทาสถานการณ์ให้สงบลงได้ คำพูดนี้สอดคล้องกับสหภาพยุโรปที่ระบุว่าเกาหลีเหนือต้องเลิกสร้างความตึงเครียดและติดต่อรวมถึงเข้ามามีส่วนร่วมกับประชาคมโลกอีกครั้ง

แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศใกล้เคียงกันเช่นนี้ ทำให้ไทยต้องจับตาการปรับเปลี่ยนทั้งแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่น และการซื้อสินทรัพย์มากขึ้นเพื่อฉุดเศรษฐกิจให้พ้นภาวะเงินฝืด ว่าจะมีผลกระทบเฉพาะหน้าและระยะกลางอย่างไรนอกจากฉุดให้เงินเยนอ่อนค่าลงในทันตา ควบคู่ไปกับการติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีที่หลายฝ่ายภาวนาให้สถานการณ์ไม่บานปลาย