วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประชาธิปไตย "ชนเผ่า"

ผมได้ยินคนในตลาดสดแห่งหนึ่ง พูดถึงผลเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ครั้งล่าสุดว่า "แพ้อยู่แล้ว เพราะพวกเขาเยอะ"

เท่าที่ฟัง คนพูดไม่ได้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. เพราะไม่ใช่คนกรุง แต่เป็นคนต่างจังหวัดที่มาทำมาหากินในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตเดียวกับคนต่างจังหวัดหลายล้านคนที่เข้ามาทำมาหากินในกรุงเทพฯ

ในช่วงค่ำ ผลการเลือกตั้งก็ออกมาตามที่เขาเดาเอาไว้ ซึ่งไม่ต้องบอก ก็รู้ว่าเขาเชียร์ข้างไหน และการคาดเดาของเขาก็แม่นกว่าโพลล์หลายสำนักที่กำลังเผชิญกับวิกฤติศรัทธาอย่างหนักอยู่ในขณะนี้

การคาดเดาของเขาทำให้ต้องกลับมาคิดเกี่ยวกับอนาคตประชาธิปไตยของไทยว่าจะออกไปทางไหน

ล่าสุด ได้อ่านงานหนังสือ The Origins of Political Order ของ Francis Fukuyama

Fukuyama เล่าว่าเขาเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลออสเตรเลียและธนาคารโลก เพื่อวางรากฐานประชาธิปไตยประเทศหมู่เกาะที่พ้นจากลัทธิอาณานิคมในแปซิฟิก คือ ปาปัวนิวกินี และ โซโลมอน ด้วยการวางรากฐานประชาธิปไตยสมัยใหม่ที่มีการเลือกตั้งผู้นำประเทศเหมือนกับประเทศพัฒนาแล้ว

แต่ปรากฏว่าแม้จะมีระบบการเมืองสมัยใหม่ ผู้ที่มาเป็นรัฐบาลก็ยังคิดเหมือนเดิม ที่ผูกพันกับแบบหัวหน้าเผ่า แบ่งเป็นก๊ก พวกใครพวกมัน ดังนั้น เมื่อได้เป็นรัฐบาลมาบริหารประเทศ ก็จะใช้ทรัพยากรหรือเงินจากรัฐบาลให้เฉพาะกับกลุ่มตัวเอง

นอกจากนี้ ในการเลือกตั้ง พวกเขาไม่สนใจเลยว่ากลุ่มคนอื่นจะเสนอนโยบายอะไรหรือจะทำอะไรให้กับประเทศ แต่สนใจเฉพาะหัวหน้ากลุ่มตัวเอง

ผู้เขียนยังเปรียบเทียบอีกว่าหากดูจากการพัฒนาทางสังคมเศรษฐกิจแล้ว ประเทศเกิดใหม่เหล่านี้น่าจะล้าหลังประเทศตะวันตกนับหมื่นปี แต่ที่น่าประหลาดใจคือมีสิ่งที่เหมือนกับประเทศประชาธิปไตยที่เห็นว่าตัวเองพัฒนามากที่สุดในโลกอย่างสหรัฐฯอย่างหนึ่ง

นั่นคือ การแบ่งเป็นก๊ก เรียกให้ดีหน่อย ก็คือพรรคการเมือง และพรรคการเมืองเหล่านี้เมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้วก็มักจะเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องตัวเอง

รัฐบาลสหรัฐฯอาจมีบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการเมืองและการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทน้ำมัน บริษัทยา ธนาคารและสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ หรือบริษัทข้ามชาติอื่นๆ ที่มีขนาดใหญ่ และเมื่อรัฐบาลก็เอาใจบริษัทเหล่านี้ รวมทั้งการเอื้อประโยชน์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

จากตัวอย่างข้ามโลกข้างต้นตามผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ยกตัวอย่าง ทำให้ต้องกลับมาคิดถึงการเมืองไทยในปัจจุบัน ที่มีการแบ่งฝ่ายแบ่งก๊กกันอย่างรุนแรง ซึ่งหลายคนเรียกร้องให้เลิกแบ่งฝ่ายแบ่งพวก และอยากให้ประชาธิปไตยของไทยเป็นไปตามระบอบการปกครองในอุดมคติ

แต่คำถามก็คือจะเป็นไปได้หรือ?

หรือว่าการแสวงหาอุดมคติ เป็นการตั้งโจทย์ที่ผิดพลาด เพราะหากเราไม่สามารถแก้ปัญหา "พวกเขา-พวกเรา" ได้ ดังนั้น หากใครต้องการให้เกิดความสมานฉันท์ ปรองดอง จึงเป็นเรื่องที่เสียเวลา เพราะถึงอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้

การเมืองก็ยังแบ่งเป็นก๊ก คำว่า "ชาติ" "ส่วนรวม" "สังคม" เป็นเพียง "มายา" เอาไว้พูดในที่สาธารณะ แต่ในความเป็นจริง มรดก "สังคมชนเผ่า" ก็ยังดำรงอยู่อย่างเหนียวแน่น

เราต้องหาวิธีคุม "ชนเผ่าเหล่านี้" ไม่ใช่หาวิธีให้ "ชนต่างเผ่า" จับมือกัน