วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัญหาโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ

(ทดแทน) 396 สถานี ที่ฝ่ายการเมืองจับมือกับดีเอสไอ เขย่ากันยกใหญ่ให้เร่ง “ยกเลิกสัญญา”

ล่าสุด เริ่มได้ยินเสียงลือลอยลมมาว่า ผู้ยิ่งใหญ่ในรัฐบาลไม่ค่อยปลื้มกับความชักช้างุ่มง่ามของ “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เพราะจนถึงป่านนี้ยังให้ร้องเพลงรอ ไม่มีคำสั่งฟัน “ฉับ-ฉับ-ฉับ” เหมือนที่ “ใครบางคน” ต้องการเสียที

O งานนี้ว่ากันว่าฝ่ายการเมืองบันทึกไว้ใน “เมมโมรี่” ลงบัญชีจดแต้มความไม่พอใจเอาไว้ ถ้ายังมีเรื่องอื่นให้ขัดใจ อาจถึงขั้นนั่งเก้าอี้ไม่สบาย มีโอกาส "บ๊ายบาย" ก่อนเวลาอันควร

O ที่เล่าให้ฟังไม่ใช่ไม่มีมูล เพราะวันนี้ตำรวจน้อยใหญ่เขานั่ง “ลุ้น” ว่าเบอร์ 1 กรมปทุมวันอย่าง “บิ๊กดุลย์” จะตีกรรเชียงหาทางออกอย่างไร และต้องไม่ลืมว่า พล.ต.อ.อดุลย์ หาใช่ “สายตรงนายใหญ่” อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นคนใกล้ตัวใกล้ใจของ “บิ๊กชา” พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีกระทรวงตาชั่ง ฉะนั้นเก้าอี้ที่กำลัง “นั่ง” จึงร้อนฉ่าผิดธรรมดา

O จะว่าไปก็ต้องเห็นใจ “บิ๊กดุลย์” เพราะเนื้อไม่ได้นอนหนุน แต่กลับต้องเอากระดูกมาแขวนคอ หนำซ้ำการยกเลิกสัญญาที่ต้อง "รีๆ รอๆ" เพราะติดปัญหาข้อเท็จจริงเรื่องการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าของตำรวจ งานก่อสร้างส่วนหนึ่งมันจึงไม่เสร็จตามงวด ไม่ใช่ฝ่ายเอกชนเป็นฝ่ายผิดทั้งหมด แถมตามระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุฯ หากอ่านให้ทะลุจะพบว่าการจะชี้ว่ามีปัญหาเรื่องการส่งมอบ-ตรวจรับงาน ต้องมี “คณะกรรมการ” เข้าไปตรวจ ถามว่าวันนี้ผู้เชี่ยวชาญที่เป็น “ตำรวจ” จากกองโยธาธิการ คนหนึ่งรับตรวจงานกว่า 70 โรงพัก แล้วจะเอากำลังที่ไหนลงพื้นที่ และคงไม่มีใครอยากเอากระดูกไปแขวนคอตัวเองซ้ำสอง เพราะไม่ว่าจะขึ้นหรือจะล่อง บริษัทผู้รับจ้างเขาฟ้องกลับแน่นอน หากถูกยกเลิกสัญญา
O อีกหนึ่งเรื่องที่อยากให้จับตาดู คือ คำสั่งก่อนหน้านี้ที่ให้หยุดก่อสร้างทั้งโรงพักทั้งแฟลตในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งก็คือพื้นที่ภาคใต้ตอนบน แต่ปัญหาที่มัน “วกวน” ก็เพราะว่า คนที่สั่งหยุดดันไม่มีอำนาจสั่ง แต่ก็ส่งผลให้งาน "ชักช้ารุงรัง" เงินงวดก็เบิกจ่ายไม่ทัน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้รับเหมาทิ้งงาน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่ฝ่าย “สีกากี” ดูจะเสียเปรียบอยู่ไม่น้อย
O ที่ไล่เรียงข้อมูลมาให้ฟังนี้ ไม่ได้สนับสนุนว่าการรวมสัญญาก่อสร้างสถานีตำรวจทั่วประเทศเป็นสัญญาเดียวเป็นเรื่องดี หรือไม่มีการทุจริต แต่การจะตัดสินใจอะไรต้องระวังไม่ให้ผิด และอยากให้คิดอย่างรอบคอบ มิฉะนั้นฝ่ายที่จะเหี่ยวแห้งจน "กรอบ" ก็คือตำรวจ เลิกสัญญาประมูลใหม่ก็อาจได้แค่เปิดทางให้ “อีกพวก” เข้ามาหยิบชิ้นปลามัน แต่พื้นที่ไหนที่มีการฟ้องร้องกัน ก็ยังดำเนินการก่อสร้างต่อไม่ได้อยู่ดี
O ย้อนกลับมาเรื่องเก้าอี้ที่ไม่ค่อยจะมั่นคงแล้วของ “บิ๊กดุลย์” ทำให้คนที่มีลุ้นจนหน้าใส ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น “น้ากิ๊ก” พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่วันนี้ชื่อเสียงกำลัง “หอมหวาน” จากผลงานตามรวบ “กำนันเป๊าะ”
O สายข่าวในวงการตำรวจแนะให้รอดูการแต่งตั้งโยกย้ายนายพลกลางปี หากเที่ยวนี้มีรายการ “เปิดตำแหน่งพิเศษเฉพาะตัว” ก็เตรียมตัวเขียนชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ต่อจาก “บิ๊กดุลย์” ได้เลย ยิ่งถ้าหาก “จูดี้” พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ได้เอ้อระเหยไปนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ตำแหน่ง ผบ.ตร.คงไม่หนีจากสูตรนี้ ส่วนจะช้าหรือเร็วก็อยู่ที่ความเหนียวบนเก้าอี้ของ พล.ต.อ.อดุลย์ นั่นเอง