วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ดีป้าดัน ‘บัญชีบริการดิจิทัล’ ผ่าน SMEs ปูฐานเสริมแกร่งอัดทุน 5 แสน-เชื่อมตลาด

ดีป้าเดินหน้าขยายการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลลงสู่เศรษฐกิจฐานราก ผนึก สสว. และ SME D BANK เปิดมาตรการ “SME Spring Board” อุดหนุน SMEs ทุกขนาด 50% สูงสุด 5 แสนบาท เปิดทางเข้าถึงโซลูชันดิจิทัลมาตรฐานผ่าน “บัญชีบริการดิจิทัล” ขณะเดียวกันเร่งต่อยอด “ทุเรียนดิจิทัล” เชื่อมเทคโนโลยีตั้งแต่สวนถึงชั้นวาง หวังยกระดับเกษตรไทยสู่ Modern Farm พร้อมสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

ภาพการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยกำลังขยับจากการส่งเสริมเทคโนโลยีในระดับนโยบาย สู่การนำดิจิทัลเข้าไปอยู่ในกระบวนการทำธุรกิจจริง โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า วางบทบาท “บัญชีบริการดิจิทัล” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ เชื่อมผู้ประกอบการไทยกับเทคโนโลยีที่มีมาตรฐาน และช่วยให้ ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเลือกโซลูชันที่เหมาะกับธุรกิจได้ง่ายขึ้น

ล่าสุด ดีป้า ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D BANK) เปิดมาตรการ “SME Spring Board” สนับสนุนผู้ประกอบการ MSME ให้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลจากผู้ประกอบการไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน โดยให้การสนับสนุนในสัดส่วน 50% วงเงินสูงสุดรายละไม่เกิน 500,000 บาท

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบการทุกขนาด โดยภาคการผลิตต้องมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 500 ล้านบาท ส่วนภาคธุรกิจอื่นต้องมีรายได้ไม่เกิน 300 ล้านบาท พร้อมเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนสามารถยื่นความประสงค์ขอสินเชื่อกับ SME D BANK 

หัวใจสำคัญคือการดึง “บัญชีบริการดิจิทัล” หรือ Thailand Digital Catalog เข้ามาเป็นกลไกกลาง โดยรวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลของผู้ประกอบการไทยที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ มาตรฐาน และราคา รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมาย dSURE ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพและมาตรฐานของโซลูชันดิจิทัล

บริการที่อยู่ในบัญชีครอบคลุมตั้งแต่ระบบบริหารจัดการองค์กร (ERP) ระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ระบบบัญชีและการเงิน ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล ระบบคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ไปจนถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ การตลาดดิจิทัล Data Analytics, AI และ Automation รวมถึงโซลูชันเฉพาะทางสำหรับภาคการผลิต การเกษตร การท่องเที่ยว และบริการ

อัปเกรดผู้ประกอบการควบคู่หาแหล่งเงินทุน

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า การยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ SMEs ด้วยเทคโนโลยีต้องเดินควบคู่กับการเข้าถึงแหล่งทุน จึงเป็นที่มาของการบูรณาการ 3 หน่วยงานภายใต้มาตรการ SME Spring Board

บัญชีบริการดิจิทัลจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นแหล่งรวมสินค้าและบริการดิจิทัล แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการเทคโนโลยีกับผู้พัฒนา Digital Solutions ไทย ขณะที่ผู้ประกอบการดิจิทัลเองก็มีโอกาสขยายตลาดและเข้าถึงฐานลูกค้า SMEs ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถยื่นข้อเสนอขอรับการสนับสนุนได้ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม-30 กันยายน 2569 โดยได้รับสิทธิ์ 1 ข้อเสนอต่อ 1 กิจการ วงเงินสูงสุด 500,000 บาท และต้องดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570

ดีป้าดัน ‘บัญชีบริการดิจิทัล’ ผ่าน SMEs ปูฐานเสริมแกร่งอัดทุน 5 แสน-เชื่อมตลาด

 

จาก SMEs สู่ ‘ทุเรียนดิจิทัล’ เทคโนโลยีลงถึงต้นน้ำ

ขณะเดียวกัน ดีป้ายังเดินหน้าขยายผลการใช้ดิจิทัลในภาคเกษตร โดยเฉพาะ “โครงการทุเรียนดิจิทัล” ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567 และกำลังขยับจากการนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการสวน ไปสู่การสร้างระบบเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ดีป้าดัน ‘บัญชีบริการดิจิทัล’ ผ่าน SMEs ปูฐานเสริมแกร่งอัดทุน 5 แสน-เชื่อมตลาด

พร้อมกันนี้ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การยกระดับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนไม่ควรมุ่งเฉพาะการเพิ่มช่องทางจำหน่าย แต่ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง โดยกระทรวงดีอีและดีป้าต้องวางระบบให้ภาคเกษตรไทยก้าวไปสู่การเป็น “Modern Farm”

หนึ่งในโจทย์สำคัญคือการสร้างระบบติดตามและตรวจสอบข้อมูลสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูป และการขนส่ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับซื้อและผู้บริโภคในเรื่องคุณภาพของผลผลิต

ที่ผ่านมา โครงการทุเรียนดิจิทัลส่งเสริมให้เกษตรกรนำแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้บันทึกข้อมูลและติดตามย้อนกลับกระบวนการเพาะปลูก รองรับการขอมาตรฐาน GAP รวมถึงนำระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี IoT มาใช้ โดยสามารถสั่งเปิด-ปิดระบบให้น้ำผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ และบันทึกปริมาณน้ำที่ใช้ได้

ล่าสุด ดีป้าขยับอีกขั้นด้วยการจัดกิจกรรม “Digital Durian Market จากสวนสู่ชั้นวาง” เชื่อมเกษตรกรกับตลาดและผู้บริโภค โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่าง ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดช่องทางจำหน่ายผลผลิตคุณภาพจากสวนสู่ผู้บริโภคโดยตรง

ดร.ศุภกร ระบุว่า โครงการทุเรียนดิจิทัลไม่ได้มุ่งเพียงให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยี แต่ต้องการสร้างระบบเชื่อมโยงตั้งแต่การผลิต การดูแลรักษา การใช้ข้อมูล ไปจนถึงการตลาด เพื่อให้เทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เกษตรกร

ปัจจุบันโครงการสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนทั่วประเทศประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรแล้วกว่า 10,000 ราย และยกระดับทักษะดิจิทัลแก่เกษตรกรอีกกว่า 19,000 ราย โดยดีป้าคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

ดิจิทัลไทยต้อง ‘ใช้ได้จริง’ ไม่ใช่แค่เข้าถึง

ทั้งมาตรการ SME Spring Board และโครงการทุเรียนดิจิทัล จึงสะท้อนทิศทางเดียวกันของดีป้า คือการทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลไม่หยุดอยู่เพียงการสนับสนุนผู้พัฒนาเทคโนโลยี แต่ต้องถูกนำไปใช้จริงในภาคธุรกิจและภาคเกษตร

ตั้งแต่ระบบบัญชี ERP และ AI สำหรับ SMEs ไปจนถึง IoT สำหรับบริหารจัดการน้ำ ระบบบันทึกข้อมูลการเพาะปลูก และระบบตรวจสอบย้อนกลับสำหรับทุเรียน ล้วนเป็นการนำดิจิทัลเข้าไปแก้โจทย์เฉพาะของแต่ละภาคส่วน

โจทย์สำคัญจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่าไทยมีเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน แต่คือทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรสามารถ “เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ใช้ได้จริง และสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ” ซึ่งเป็นจุดที่ดีป้าพยายามวางระบบผ่านทั้งบัญชีบริการดิจิทัล กลไกสนับสนุนเงินทุน และการเชื่อมตลาดเข้ากับผู้ใช้งาน

เป้าหมายสุดท้ายคือการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมตั้งแต่ “เทคโนโลยี-เงินทุน-ผู้ใช้งาน-ตลาด” เพื่อให้ดิจิทัลกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของธุรกิจไทย ตั้งแต่ SMEs ในเมืองไปจนถึงเกษตรกรในสวน และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะยาว