ปิดฉาก 15 ปี "ทิม คุก" อำลาเก้าอี้ซีอีโอ Apple หลังรับไม้ต่อ สตีฟ จ็อบส์ ส่งไม้ต่อ จอห์น เทอร์นัส สู่ยุคใหม่แห่งนวัตกรรมที่น่าทึ่ง
KEY POINTS
- ทิม คุก ประกาศก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของ Apple อย่างเป็นทางการ ปิดฉากการบริหารที่ยาวนาน 15 ปี
- ภายใต้การนำของเขา Apple เติบโตจากยุคของสตีฟ จ็อบส์ จนกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จอห์น เทอร์นัส จะเข้ารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่เพื่อสานต่อภารกิจและนำพาบริษัทในยุคต่อไป
วันนี้ (31 สิงหาคม 2026) อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการเทคโนโลยีต้องจารึก เมื่อ ทิม คุก ก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของ Apple อย่างเป็นทางการ ปิดฉากช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ที่กินระยะเวลายาวนานถึง 15 ปี ที่เปลี่ยนผ่านบริษัทจากร่มเงาของสตีฟ จ็อบส์ สู่มหาอำนาจทางเทคโนโลยีมูลค่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนส่งไม้ต่อให้แก่ จอห์น เทอร์นัส ในวันที่ 1 กันยายนนี้
KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที ชวนย้อนรอยผลงานชิ้นเอกและมรดกทางวิสัยทัศน์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ทิม คุก คือหนึ่งในผู้บริหารสูงสุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของโลกเทคโนโลยี
จากวันแห่งความกังขา สู่ผู้สร้างอาณาจักรอันแข็งแกร่ง
ย้อนกลับไปในวันที่ 24 สิงหาคม 2011 เมื่อ สตีฟ จ็อบส์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ท่ามกลางสายตาแห่งความกังขาจากทั่วโลกว่า Apple จะเดินต่อไปอย่างไรหากไร้ซึ่งวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้ง ทิม คุก ผู้เข้ามารับไม้ต่อ กลับเลือกที่จะไม่เดินตามรอยเท้าเดิม แต่ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทานระดับโลกมาเป็นอาวุธลับ
การตัดสินใจฉีกกรอบความเชื่อเดิมๆ เริ่มต้นขึ้นเมื่อ Apple เปิดตัวสมาร์ตโฟนหน้าจอใหญ่อย่าง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในปี 2014 ซึ่งตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจนสร้างสถิติยอดขายถล่มทลาย ยิ่งไปกว่านั้น ทิม คุก ยังมองเห็นล่วงหน้าว่าฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการเติบโตที่ยั่งยืน จึงได้ริเริ่มสร้างขุมทรัพย์ใหม่ผ่านบริการต่างๆ ทั้ง Apple Music, Apple TV+, ระบบชำระเงิน Apple Pay ไปจนถึงบริการคลาวด์ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มบริการเหล่านี้ได้กลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงระบบนิเวศของ Apple ให้สมบูรณ์แบบและสร้างรายได้มหาศาลอย่างก้าวกระโดดจนแตะระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน
ถ้า 'สตีฟ จ็อบส์' คือผู้สร้าง 'ทิม คุก' คือผู้พลิกอุตสาหกรรม
ตลอดทศวรรษครึ่งที่ผ่านมา จุดแข็งของการบริหาร Apple ในแบบ ทิม คุก คือความกล้าที่จะเปลี่ยนผ่านและสร้างมาตรฐานใหม่ ผลงานชิ้นเอกที่สะท้อนภาพนี้ได้ชัดเจนที่สุดคือกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ การถือกำเนิดของ Apple Watch ในปี 2015 ได้เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของนาฬิกาให้กลายเป็นอุปกรณ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคลที่ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, วัดระดับออกซิเจนในเลือด และตรวจจับการล้มจนช่วยชีวิตผู้คนมาแล้วมากมาย ขณะเดียวกัน การกล้าตัดช่องเสียบหูฟังออกจากสมาร์ตโฟนเพื่อเปิดทางให้ AirPods ในปี 2016 แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงแรก แต่ก็พิสูจน์แล้วว่านี่คือหมุดหมายเริ่มต้นของยุคหูฟังไร้สายที่แท้จริง
ทว่าไฮไลต์สำคัญที่สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ที่สุด คือการประกาศแยกทางกับชิปประมวลผล Intel แล้วหันมาพัฒนาสถาปัตยกรรม Apple Silicon ตระกูล M-Series ของตนเองในปี 2020 การเดินหมากครั้งนี้ทำให้คอมพิวเตอร์ตระกูล Mac มีประสิทธิภาพก้าวกระโดดแบบทิ้งห่างคู่แข่ง พร้อมการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม ถือเป็นการควบรวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะปิดท้ายวิสัยทัศน์แห่งอนาคตด้วย Apple Vision Pro อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เชิงพื้นที่ที่ผสานโลกความจริงและโลกเสมือนเข้าด้วยกัน
วันพรุ่งนี้ของ 'จอห์น เทอร์นัส' บททดสอบในยุค AI
ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 เป็นต้นไป ทิม คุก จะเปลี่ยนผ่านไปสู่บทบาทประธานกรรมการบริหารเพื่อคอยให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ ปล่อยให้ภารกิจนำทัพเป็นของ จอห์น เทอร์นัส อดีตหัวเรือใหญ่ฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ผู้มีส่วนสำคัญในความสำเร็จของชิป M-Series ความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้าสำหรับซีอีโอคนใหม่จึงไม่ใช่แค่การสานต่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ แต่คือการพาบริษัทฝ่าสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI ที่คู่แข่งกำลังรุกคืบอย่างรวดเร็ว รวมถึงการบริหารต้นทุนชิ้นส่วนในยุคที่เศรษฐกิจโลกผันผวน
แม้บททดสอบในอนาคตจะหนักหนาเพียงใด แต่รากฐานความมั่นคงตลอด 15 ปีที่ ทิม คุก ได้ทุ่มเทสร้างไว้ ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Apple ในวันนี้แข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงมากกว่ายุคใดๆ และชื่อของ ทิม คุก จะถูกจดจำในฐานะสถาปนิกผู้สร้างความรุ่งเรืองยุคใหม่ให้กับ Apple





