ดีป้า เผยรายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประจำปี 2568 จาก 36 เมืองใน 25 จังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้า จุดเด่น และจุดด้อยของเมืองอัจฉริยะให้กับผู้บริหารและประชาชน พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมือง และก่อให้เกิดการแข่งขันเชิงบวกระหว่างเมืองอัจฉริยะ โดยระบุว่าเมืองอัจฉริยะที่ได้รับคะแนนชี้วัดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เมืองอัจฉริยะวังจันทร์วัลเลย์ ยะลาเมืองอัจฉริยะ และสามย่านสมาร์ทซิตี้
KEY POINTS
- วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง คว้าแชมป์อันดับ 1 เมืองอัจฉริยะประเทศไทย ด้วยคะแนนสูงสุด 86.01% จากการประเมินดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขัน (TSCCI) ประจำปี 2568
- การจัดอันดับนี้จัดทำโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เพื่อประเมินเมือง 36 แห่ง โดยพิจารณาจาก 5 องค์ประกอบหลัก เช่น วิสัยทัศน์ โครงสร้างพื้นฐาน และการบริการระบบเมืองอัจฉริยะ
- ดีป้าเชื่อมั่นว่าโครงการนี้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อพลิกโฉมประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มข้อมูลเมือง (City Data Platform) เพื่อแก้ปัญหาและโอกาสทางเศรษฐกิจ
ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของ ดีป้า มีภารกิจสำคัญในการจัดทำแผนแม่บท แผนปฏิบัติการ และแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ รวมถึงการจัดทำรายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทย (Thailand Smart City Competitiveness Index: TSCCI)
ดร.ศุภกร กล่าวต่อว่า การจัดทำรายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประจำปี 2568 จาก 36 เมือง มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมือง และเปิดโอกาสให้แต่ละเมืองได้นำเสนอแผนการดำเนินงานที่ดีขึ้น เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับสากล
สำหรับการประเมินดัชนีชี้วัดดังกล่าว พิจารณาจาก 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมาย, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางกายภาพและดิจิทัล, การพัฒนาระบบข้อมูลและความปลอดภัย, การบริการระบบเมืองอัจฉริยะ 7 ด้าน และการระบุแนวทางการลงทุนและการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ เมืองอัจฉริยะที่ครองแชมป์อันดับ 1 คือ เมืองอัจฉริยะวังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง ได้รับคะแนนสูงสุดถึง 86.01% ตามด้วย ยะลาเมืองอัจฉริยะ จังหวัดยะลา 75.07% และสามย่านสมาร์ทซิตี้ กรุงเทพมหานคร (74.14%) ซึ่งผลการจัดอันดับดังกล่าวมาจากการประเมินตนเองและการรายงานผลของผู้พัฒนาเมืองแต่ละแห่ง
รายงานฉบับนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Mega Program เพื่อพลิกโฉมประเทศไทย โดยเน้นการบริหารจัดการเมืองผ่าน City Data Platform เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดในทุกมิติผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ
สำหรับรายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประจำปี 2568 รวบรวมข้อมูลจากเมืองที่ได้รับตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทยก่อนปี 2568 จำนวน 36 เมือง โดยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569) มีเมืองส่งข้อเสนอแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะมายังสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 254 ข้อเสนอ แบ่งเป็นข้อเสนอเมืองเดิม 246 เมือง และเมืองใหม่ 8 เมือง ซึ่งในจำนวนนี้มีเมืองที่ได้รับการประกาศเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว 37 เมือง และเป็นเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ 217 เมือง





