ศบค. เผยพบผู้ป่วย “โอมิครอน” 5,397 ราย กระจาย 71 จังหวัด ขณะนี้ สัดส่วนสายพันธุ์เดลตา 64.71% โอมิครอน 35.17% พบ “คลัสเตอร์” ปีใหม่ กระจาย 12 จังหวัด
วันนี้ (10 ม.ค. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงาน สถานการณ์โควิด-19 ระลอก 1 ม.ค. 65 ติดเชื้อเพิ่ม 7,926 ราย เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา 412 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในจังหวัดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,277,476 ราย เสียชีวิต 13 ราย เสียชีวิตสะสม 21,838 ราย หายป่วย 3,612 ราย หายป่วยสะสม 2,197,479 ราย รักษาตัวอยู่ 58,159 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 495 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 115 ราย ยอดหายป่วยน้อยกว่าผู้ที่กำลังรักษาตัวอยู่ ผลจากการที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เป็นไปตามคาดการณ์สถานการณ์
- เสียชีวิต 100% เป็นสูงวัย โรคเรื้อรัง
สำหรับรายงานผู้เสียชีวิต 13 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 9 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 10 ราย (77%) และโรคเรื้อรัง 3 ราย (23%) รวมทั้งสองกลุ่มคิดเป็น 100% มี 10 รายจาก 13 ราย ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบ กทม.ไม่มีรายงานเสียชีวิต แต่มีกระจายไปทุกภาคของประเทศ
- โอมิครอน ยังเป็นสัดส่วน 35.17%
สัดส่วนการตรวจ ATK รายวัน ภาพรวมของประเทศ วันที่ 9 ม.ค.65 จำนวน 52,329 ราย ผลบวก 1262 คน คิดเป็น 1.23% ซึ่งผลบวกจากการตรวจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ช่วงก่อนหน้านี้ และมีรายงานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จำแนกสายพันธุ์ที่เฝ้าระวัง พบว่า โอมิครอน พบแล้ว 5,397 รายกระจาย 71 จังหวัด หากดูในช่วง พ.ย. 64 ที่ผ่านมา – 9 ม.ค. 65 พบเป็นเดลตา 64.71% โอมิครอน 35.17% ที่เหลือคือ เบตา 0.03% และ อัลฟา อยู่ที่ 0.10%
หากพิจารณาเป็นสัปดาห์ 2-8 ม.ค. 65 พบว่า โอมิครอน 70.3% และเดลตา 29.7% จะเห็นได้ว่า พิจารณาเป็นรายสัปดาห์ การแพร่กระจายของโอมิครอน เพิ่มขึ้นตามคาดการณ์ สัปดาห์ล่าสุด มีโอมิครอน 91.3% เป็นการสุ่มตรวจผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ ในขณะที่โอมิครอน จากผู้ป่วยในประเทศ 57.9%
- ผู้ป่วยต่างประเทศ 412 ราย 61% จาก Test and Go
เมื่อดูผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ ที่รายงาน 412 ราย วันนี้ พบว่า ในจำนวนนี้ 61% เป็นนักท่องเที่ยวแบบ Test and Go ขณะที่ 36% เป็นรูปแบบแซนด์บ็อกซ์ 3% เป็นแบบกักตัว แม้ผู้ที่เดินทางเข้ามามีจำนวนลดลง แต่สัดส่วนการติดเชื้อมีทิศทางเพิ่มขึ้น โดยค่าเฉลี่ยอายุของผู้ที่ติดเชื้อในวันนี้ คือ 36 ปี อายุพบมากที่สุด คือ 30-39 ปี
และพบว่ามีการติดเชื้อตอนตรวจ RT-PCR Day 4-7 ทั้งแบบ Test and Go กว่า 46.8% และแซนด์บ็อกซ์ 55.41% ในจำนวน 412 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ 376 ราย คิดเป็น 91.26% กระจายจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวมากสุด คือ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี
- 10 จังหวัดติดเชื้อรายวันสูงสุด
รายงาน 10 จังหวัดติดเชื้อรายวันสูงสุด ได้แก่ ชลบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต อุบลราชธานี นนทบุรี นครรีธรรมราช ขอนแก่น เชียงใหม่ และอุดรธานี โดยจังหวัดที่มีการติดเชื้อหลักร้อย 18 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจ นำร่องท่องเที่ยวสีฟ้า ดังนั้น ทั้ง 18 จังหวัดที่ติดเชื้อเพิ่มเป็นหลักร้อยต้องเข้มมาตรการป้องกันต่างๆ ในการเปิดรับนักท่องเที่ยว ส่วนจังหวัดที่รายงานน้อยที่สุด คือ ลำพูน
- คลัสเตอร์ ร้านอาหารกระจายหลายจังหวัด
สำหรับคลัสเตอร์ที่มีรายงาน ได้แก่ คลัสเตอร์ตลาด ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ปทุมธานี พิษณุโลก ถัดมา คือ แคมป์คนงาน นครราชสีมา , โรงเรียนสถานศึกษา นครปฐม , ค่ายทหาร ประจวบคีรีขันธ์ , สถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ กทม. ปทุมธานี , และที่เจอมาก คือ ร้านอาหาร สถานบันเทิง ขอนแก่น บุรีรัมย์ พะเยา นนทบุรี ชลบุรี นครราชสีมา นครปฐม น่าน ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี
“คลัสเตอร์ร้านอาหารในแต่ละจังหวัดมีลักษณะคล้ายกันคือ ร้านอาหารกึ่งสถานบันเทิง ไม่ได้มีการดำเนินงานภายใต้มาตรการปลอดภัย ทำให้มีโอกาสการแพร่ระบาดของเชื้อได้มากขึ้น และมีโอกาสแพร่เชื้อในระดับชุมชน และลงไปในระดับครอบครัว จะทำให้มีการเฝ้าระวัง ควบคุมใกล้ชิดมากขึ้น”
- คลัสเตอร์ปีใหม่ 12 จังหวัด
วันนี้ได้มีการเฝ้าระวัง คลัสเตอร์ปีใหม่ มีการรายงานจากหลายจังหวัด คลัสเตอร์งานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่เป็นไปตามคาดการณ์ พบที่ อุบลราชธานี 33 ราย ขอนแก่น 25 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 22 ราย นครศรีธรรมราช 13 ราย ราชบุรี 8 ราย ลพบุรี 7 ราย พะเยา 6 ราย น่าน 8 ราย อำนาจเจริญ 5 ราย ชลบุรี 5 ราย ยโสธร 6 ราย มหาสารคาม 4 ราย
นอกจากนี้ยังพบ คลัสเตอร์งานเลี้ยงวันเกิดในจันทบุรี ปัจจัยสำคัญความเสี่ยงคือ การดื่มกินในสถานที่ ที่มีคนหนาแน่นจำนวนมาก และอากาศไหลเวียนไม่ดี หากมีการดื่มสุรา จะมีการพูดคุยเสียงดัง การกินดื่มสังสรรค์จะใช้เวลานานทำให้มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นคลัสเตอร์ในร้านอาหาร หรืองานเลี้ยงปีใหม่ก็ไปด้วยกันทั้งที่รายงานจากคลัสเตอร์ปีใหม่ และร้านอาหารที่มีรายงานมาต่อเนื่อง
ดังนั้น หากพบมีการติดเชื้อควรรีบแยกตัวจากผู้อื่น และเข้าสู่ระบบการดูแลรักษา สำหรับผู้ที่สัมผัสเสี่ยงสูงให้รีบแยกตัวเอง สังเกตตัวเองว่ามีอาการทางเดินหายใจหรือไม่ หากมีไอ น้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตัว สำหรับโอมิครอน อาการไข้จะไม่เยอะเท่าเดลตา ดังนั้น หากมีอาการทางเดินหายใจ ไม่มีไข้ และไปในสถานที่เสี่ยง ควรรีบตรวจ ATK ซึ่งเป็นข้อแนะนำในการตรวจหลัก และหากเจอว่าผลเป็นบวก อันดับแรกคือ เข้าสู่ระบบแยกกักที่บ้านหรือชุมชน
- คาดสิ้น ก.พ.อาจติดเชื้อแตะ 30,000 ราย
คาดการณ์ภาพรวมประเทศ ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อที่มีรายงานประจำวัน อยู่ในระดับใกล้เส้นสีเทาและหากขึ้นไปตามเส้นสีเทาเรื่อยๆ ปลาย ม.ค. อาจจะมีผู้ติดเชื้อในระดับ 20,000 กว่าราย และหากเป็นไปตามนี้ปลาย ก.พ. อาจแตะ 30,000 กว่าราย โดยที่ คาดการณ์จำนวนผู้เสียชีวิตเป็นไปในแนวเดียวกัน กับสถานการณ์โลก อัตราการเสียชีวิตของไทย รายวัน ยังต่ำกว่าเส้นสีเขียว เป็นผลจากการได้รับวัคซีนครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
แต่การที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ในระลอก ม.ค.65 ทาง ศบค. หรือกระทรวงสาธารณสุข มีการเตรียมการยกระดับไว้แล้ว ซึ่งต่างจากการระบาดระลอก เม.ย.64 ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้น ประชาชนคนไทยได้รับวัคซีนไม่ครอบคลุม และตอนที่ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มสูงอายุ และโรคประจำตัว มีจำนวนมาก และช่วงนั้นเพิ่งเริ่มทำการรักษาที่บ้านและชุมชน ตอนนี้ไม่เหมือนกับในตอนนั้นเพราะมีการยกระดับเตรียมพร้อมการรักษาที่บ้านและชุมชน ทั้งนี้จังหวัดที่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างมากคือ จังหวัดที่มีการติดเชื้อจำนวนมาก 10 อันดับแรก และเป็นจังหวัดที่มีการติดเชื้อมากกว่าหลักร้อย เป็นจังหวัดที่มีนำร่องการท่องเที่ยว
มีการทำแนวทาง หากตรวจ ATK ผลเป็นบวก อาการน้อย ให้ติดต่อ 1330 หรือ ไลน์แอดของ สปสช. ขณะที่ ต่างจังหวัดให้ติดต่อคอลเซ็นเตอร์ของทางจังหวัด หรืออำเภอนั้น เพื่อรีบเข้าสู่ระบบการรักษาที่บ้าน ชุมชน แต่หาก ATK บวก อาการหนัก เช่น ผู้เสี่ยงสูงอายุมากกว่า 60 ปี มีโรคประจำตัว อ้วน หายใจหอบเหนื่อย ไข้มากกว่า 39 องศาเซลเซียส นานกว่า 1 วัน มีการพิจารณาส่งต่อรักษาในโรงพยาบาล
- โอมิครอน 48% ไม่มีอาการ
โดยการระบาดระลอกนี้ ทางกรมการแพทย์ ได้มีการเตรียมการดูแลผู้ติดเชื้อที่เป็นผู้ป่วยเด็กไว้ด้วย โดยเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีน 5-11 ปี มียาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์แบบน้ำไว้ เตรียมพร้อมการดูแลรักษา ผู้ป่วยเด็ก Community isolation สำหรับผู้ปกครองในการดูแลลูกได้ การจัดการมีการประสานงาน เตรียมความพร้อมทั้งกทม. ภูมิภาค สำหรับประชาชนที่มีความสงสัยว่ามีความเสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง ให้สังเกตอาการ โดย 48% ไม่มีอาการ
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์









