สบส.เร่งตรวจสอบ 5 หมื่นหมอนวดหลังถูกปฏิเสธสิทธิ์เยียวยากระทบจากโคโรน่าไวรัส เหตุอาจขึ้นสถานะอาชีพซ้ำซ้อน ก่อนแนะนำให้อุทธรณ์ยืนยันหมอนวดเป็นอาชีพหลัก พร้อมยื่นสปสช.ขอให้อสม.เข้ากลุ่มรับสทธิ์เยียวยามาตรา 44 กรณีเกิดความเสียหายจากการทำงานโควิด-19
เมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 14 เมษายน 2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมช.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19(COVID-19)ว่า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)จำนวน 1.04 ล้านคน มีการเฝ้าระวังโควิด-19ในชุมชนด้วยการเคาะประตูบ้านแล้ว 11.8 ล้านครัวเรือน คัดกรอง 6.6 แสนคน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) และจะต้องทำหน้าที่เข้มข้นต่อไป จะประมาทไม่ได้ ในส่วนของขวัญกำลังใจอยู่ระหว่างการหารือในเรื่องการจัดหากรมธรรม์ หลักประกันให้กับอสม.และลดความเสี่ยงต่างๆ
นายสาธิต กล่าวอีกว่า ในส่วนของการช่วยเหลือหมอนวดแผนไทยที่ถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เพราะกว่า 80-90 % ทำงานเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว เป็นอาชีพอิสระ และ เป็นสถานประกอบการที่ในหลายจังหวัดมีคำสั่งให้ปิดการให้บริการ ซึ่งเข้าเกณฑ์การเยียวยาของกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.)ได้ส่งข้อมูลหมอนวดที่ขึ้นทะเบียนกับกรมไปให้กระทรวงการคลังใช้เป็นฐานในการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1.4 แสนคน
อย่างไรก็ตาม ได้รับการประสานว่ามีหมอนวดแผนไทยราว 5 หมื่นคนที่ถูกปฏิเสธสิทธิ์การเยียวยาจากกระทรวงการคลัง โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการขึ้นว่ามีสถานะซ้ำซ้อน เป็นนักศึกษา เกษตรกร หรือผู้ประกอบการด้วย จึงได้มอบหมายให้กรมสบส.ดำเนินการตรวจสอบและอุทธรณ์ให้กลุ่มหมอนวดตวามความเป็นจริง นอกจากนี้ กรณีหมอนวดที่มีภูมิลำเนาคนละที่กับสถานที่ทำงาน หากได้รับผลกระทบเบื้องต้นให้ประสานขอความช่วยเหลือจากสภากาชาดจังหวัด
นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กล่าวว่า จากที่กรมได้ยื่นหมอนวดที่ขึ้นทะเบียนไปเป็นฐานข้อมูลให้กระทรวงคลังแล้ว 1.4 แสนคนนั้น กรมได้ยื่นข้อมูลเพิ่มไปอีก 1.8 หมื่นคน ซึ่งเป็นกลุ่มหมอนวดที่อยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนและเป็นกลุ่มหมอนวดที่ไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนแต่ทำอาชีพหมดนวด เช่น การนวดตามชายหาดและการนวดส่วนตัน เป็นต้น ส่วนในกลุ่มที่มีปัญหาถูกปฏิเสธสิทธิ์ 5 หมื่นคนนั้น กรมจะเร่งดำเนินการตรวจสอบในรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร ก่อนจะให้ความช่วยเหลือต่อไป อาทิ หากพบว่าถูกปฏิเสธเพราะขึ้นสถานะซ้ำซ้อน ก็อาจจะให้คำแนะนำเพื่อพิจารณาว่าอาชีพหมอนนวดเป็นอาชีพหลักหรือไม่ หากเป็นอาชีพหลักก็ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อกระทรวงการคลังว่าอาชีพหมดนวดเป็นอาชีพหลัก เป็นต้น
นายแพทย์ธเรศ กล่าวอีกว่า สำหรับขวัยกำลังใจของอสม.ในการปฏิบัติหน้าที่นั้น กรมได้ทำหนังสือถึงสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)เพื่อพิจารณาให้หลักเกณฑ์เยียวยวผู้ให้บริการสาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหายจากการให้บริการตามมาตรา 44 พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ครอบคลุมอสม.ด้วย โดยแยกการเยียวยาเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1. กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร หรือเจ็บป่วยเรื้อรังที่ต้องได้รับการรักษาตลอดชีวิต จะจ่ายให้ตั้งแต่ 4.8 แสน - 8 แสนบาท 2. กรณีสูญเสียอวัยวะ หรือพิการที่มีผลต่อการดำรงชีวิต จะจ่ายให้ตั้งแต่ 2 แสน - 4.8 แสนบาท และ 3. กรณีบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง จะจ่ายไม่เกิน 2 แสนบาทขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสปสช. นอกจากนี้ มีผู้แจ้งความประสงค์จะทำประกันภัยให้กับอสม.ด้วยอยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับชุดสิทธิประโยชน์









