ตอบคำถามที่รอคำตอบ มีประกันชีวิต พ่วงประกันสุขภาพอยู่แล้ว จะคุ้มครองถึงไวรัสโคโรน่าที่กำลังแพร่ระบาดนี้ไหม? หรือหากไม่เคยทำเลย มีบริษัทไหนบ้างที่ออกกรมธรรม์ลักษณะนี้ออกมาให้เลือกซื้อบ้าง ?
เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว ที่ “โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่” หรือโรคปอดอักเสบ หรือที่หลายคนเรียกว่า “ไวรัสอู่ฮัน” เพราะมีข้อมูลพบว่า โรคนี้เกิดขึ้นครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน และเริ่มแพร่กระจายมากขึ้นเป็นวงกว้าง ไม่เพียงแต่ประชาชนในจีนที่ติดเชื้อ ต้องเข้ารับการรักษา รวมถึงมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน แต่ยังแพร่กระจายไปหลายประเทศ จากข้อมูล ณ วันที่ 6 ก.พ.2563 มีประเทศที่มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 28 ประเทศ
การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนทั่วโลก และพยายามหาวิธีการป้องกันตัวเองทุกรูปแบบ อย่างในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการป้องกันไวรัส หนึ่งในวิธีการนั้น ก็คือ การสวมหน้ากากอนามัย เมื่อต้องเข้าไปในแหล่งชุมชน หรือพื้นที่เสี่ยง ประชาชนก็ตระหนักถึงเรื่องนี้มาก จนเกิดปรากฏการณ์หน้ากากอนามัยขาดตลาด
หลายคนที่ยังไม่เคยทำประกันสุขภาพมาก่อนเลย และกังวลกับสถานการณ์นี้ มองว่า จะมีประกันภัยที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อคุ้มครองโรคนี้หรือไม่ กรมธรรม์จะเป็นอย่างไร ครอบคลุมได้แค่ไหน และที่สำคัญต้องจ่ายแพงหรือเปล่า? “กรุงเทพธุรกิจออนไลน์” จึงได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เพื่อมาไขคำตอบเรื่องนี้ไปด้วยกัน
เริ่มจากทางด้านภาครัฐ แต่แบบนี้ทำออกมาเพื่อคนต่างชาติโดยเฉพาะ เพราะคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็เสนอให้มีการพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองชาวต่างชาติ ที่เกิดจากการเจ็บป่วยจากไวรัสโคโรน่า จนต้องเข้ารับการรักษาหรือเสียชีวิต เมื่อเดินทางท่องเที่ยวในไทย
- ต่างชาติเที่ยวไทยติดเชื้อ รัฐพร้อมช่วย
โดยลักษณะจะคล้ายๆ กับประกัยภัยโรคซาร์ส ในปี 2546 ซึ่งขณะนี้มีการเสนอแผนรับประกันวงเงินความคุ้มครอง 3 แบบ คือ 1, 2 และ 3 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนเรื่องของเบี้ยประกันนั้น เลขาธิการ คปภ. ก็คาดว่าจะอยู่ที่หลักสิบเท่านั้นเอง หรือไม่เกิน 90 บาท เช่นเดียวกับโรคซาร์ส
แต่สำหรับคนไทย ไม่ต้องกังวลและน้อยใจไปว่า ทำไมไม่มีประกันสำหรับคนไทยบ้าง บอกเลยว่ามีแน่นอน เพราะพอเกิดสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าระบาด บรรดาบริษัทประกันภัยก็ปิ๊งไอเดีย ออกประกันภัยมาโดยเฉพาะเพื่อไวรัสโคโรน่ากันหลายราย และไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะที่ผ่านมาก็มีประกันลักษณะเฉพาะออกมาเรื่อยๆ เช่น ประกันภัยโรคร้ายแรงจาก PM 2.5 เป็นต้น
- มาดูกันว่า ปัจจุบันมีบริษัทประกันสักกี่รายที่ออก “ประกันภัยโคโรน่า” บ้าง?
เริ่มจาก “TQM - ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์” ไปจับมือกับ “BKI - บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)” ออกประกันภัยชื่อว่า “ประกันภัยไวรัสโคโรน่า เจอ จ่าย จบ” จ่ายเบี้ยประกันเพียงแค่ 299 บาทเท่านั้น โดยหากผู้ซื้อประกัน เกิดติดเชื้อขึ้นมา บริษัทประกันจะจ่าย 50,000 บาท แต่หากเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ประกันจะจ่าย 100,000 บาท หลายคนถามว่าทำไมถึงราคาถูกกว่าปกติ นั่นก็เพราะว่าแต่คุ้มครองเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น
ที่สำคัญเมื่ออ่านไส้ในของกรมธรรม์แล้ว จะคุ้มครองเฉพาะผู้ที่ติดเชื้อหลัง หรือวันที่มีผลบังคับใช้เท่านั้น เท่ากับว่าหากเกิดการติดเชื้อก่อนทำประกัน ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองแต่อย่างใด
"ประกันภัยไวรัสโคโรน่า เจอ จ่าย จบ" ของ TQM
ตามด้วยอีกหนึ่งบริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ อย่าง “ทิพยประกันภัย” ติดตามกระแสนี้เช่นกัน ออกประกันชื่อว่า “ประกันภัยไวรัสโคโรนา (Coronavirus (2019-nCoV))” มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าอายุเท่าไรก็จ่ายเบี้ยประกันภัยเท่ากันทุกคน เริ่มต้นที่ 150 บาทต่อคนต่อปี สูงสุด 850 บาทต่อคนต่อปี
ซึ่งได้จำกัดการซื้อ 1 คน ต่อจำนวนเงินเอาประกันภัยไม่เกิน 1,000,000 บาท แล้วหากทำประกันไปแล้ว และติดเชื้อขึ้นมา จะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 100,000 บาท หากเป็นการเจ็บป่วยระยะสุดท้าย จะได้ค่าชดเชยสูงสุด 1,000,000 บาท
สำหรับอายุผู้เอาประกันภัย ก็ระบุไว้ว่าต้องอยู่ระหว่าง 1-99 ปี ต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ต้องไม่โรคเรื้อรังหรือพิการ ที่สำคัญคือ ประกันนี้ไม่คุ้มครองผู้ที่ติดเชื้อ หรือสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามาก่อนการทำประกันภัย รวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ด้วย ซึ่งทิพยประกันภัยได้กำหนดระยะประกัน ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563-31 ธันวาคม 2564
"ประกันภัยไวรัสโคโรนา (Coronavirus (2019-nCoV)" ของ ทิพยประกันภัย
- มีประกันชีวิตอยู่แล้ว คุ้มครองไวรัสโคโรน่าไหม?
เรื่องนี้คงต้องให้นายกสมาคมประกันชีวิตไทย “นุสรา (อัสสกุล) บัญญิตปิยพจน์” เป็นผู้ไขข้อข้องใจนี้ โดยนายกสมาคม บอกว่า ผู้ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิต และสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ ยังมีผลบังคับอยู่ในปัจจุบัน ยังคงได้รับความคุ้มครองทุกกรณี ซึ่งครอบคลุมโรคระบาดไวรัสโคโรน่านี้ด้วย
ทั้งนี้การคุ้มครองนั้น จะเป็นไปตามจำนวนผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันชีวิต และหรือสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ
ทั้งนี้นอกจากการทำประกันภัยให้เกิดความอุ่นใจแล้ว สิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตัวเอง คือการป้องกันเบื้องต้น เริ่มตั้งแต่การกินอาหารที่ปรุงสุก ใช้ช้อนกลาง และล้างมือบ่อยๆ หรือไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้คน พยายามหลีกเลี่ยงไปอยู่ในสถานที่ที่แออัด และอีกหนึ่งอย่างสำคัญคือ การสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน แม้ช่วงนี้จะหายากเหลือเกิน
ที่มา : เว็บไซต์ไทยแลนด์อินชัวรันส์, ทีคิวเอ็ม, ทิพยประกันภัย









