แอสเซทไวส์ร่วมโครงการสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” ขนทัพคอนโด 25 โครงการ รวมกว่า 5,000 ยูนิต จากแบรนด์ KAVE, ATMOZ และ MODIZ ราคา 1.39–3 ล้านใกล้สถานศึกษา แนวรถไฟฟ้า และแหล่งงาน
KEY POINTS
- แอสเซทไวส์ นำคอนโด25 โครงการ รวม 5,000 ยูนิต เข้าร่วมโครงการสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
- สินเชื่อดังกล่าวเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เริ่มต้นที่ 2.6% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท และผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี
- ทำเลใกล้สถานศึกษา แนวรถไฟฟ้า และแหล่งงาน เพื่อตอบโจทย์คนวัยทำงานและผู้ซื้อบ้านหลังแรก
นางสาวพชร ประพันธ์วัฒนะ กรรมการผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญของคนวัยทำงานและครอบครัวเริ่มต้น แต่ในวันที่ค่าครองชีพยังเป็นแรงกดดัน ขณะที่การพิจารณาสินเชื่อมีเงื่อนไขด้านรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ การขยับจากผู้เช่าสู่เจ้าของบ้านจึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคนมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยต่ำจึงเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้ซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อบ้านหลังแรกและคนทำงานที่ต้องการควบคุมภาระผ่อนชำระให้อยู่ในระดับเหมาะสม
ล่าสุด บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ประกาศเข้าร่วมโครงการสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท บริษัทนำคอนโดมิเนียม 25 โครงการ ซึ่งมีห้องชุดในช่วงราคา 1.39-3 ล้านบาท รวมประมาณ 5,000 ยูนิต เข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
ขน 25 โครงการ เจาะทำเลมหาวิทยาลัย-รถไฟฟ้า-แหล่งงาน
การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ แอสเซทไวส์วางตำแหน่งสินค้าให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ซื้อหลายกลุ่ม ตั้งแต่นักศึกษาและผู้ปกครองที่มองหาที่พักใกล้สถานศึกษา คนวัยเริ่มทำงานที่ต้องการเดินทางสะดวก ไปจนถึงผู้ซื้อที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งงานพอร์ตโฟลิโอที่เข้าร่วมประกอบด้วยคอนโดมิเนียมหลายแบรนด์ ได้แก่
- KAVE และ KAVALON แคมปัสคอนโดที่เน้นทำเลใกล้สถาบันการศึกษา รองรับนักศึกษาและผู้ที่ต้องการที่พักอาศัยใกล้สถานศึกษา
- Atmoz คอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ตที่โดดเด่นด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมือง
- Modiz คอนโดมิเนียมสไตล์โมเดิร์น เน้นทำเลใกล้แนวรถไฟฟ้าและการเดินทางที่สะดวก
- Maroon Ratchada 32 และ IVORY Ratchada–Ladprao เพิ่มทางเลือกในทำเลกรุงเทพฯ ที่เชื่อมโยงกับแหล่งงานและสิ่งอำนวยความสะดวก
นอกจากนี้ ยังมีโครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมทำเลบางแสน ศรีราชา และระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งสถาบันการศึกษา แหล่งงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจรองรับการกระจายโครงการในหลายทำเลช่วยให้ผู้ซื้อมีทางเลือกมากกว่าการพิจารณาจากราคาเพียงอย่างเดียว โดยสามารถเลือกที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสถานที่ทำงาน การเดินทาง และรูปแบบการใช้ชีวิตในระยะยาว
ดอกเบี้ย 2.6-2.8% นาน 2 ปี กู้สูงสุด 40 ปี
หัวใจสำคัญของโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS คือการสนับสนุนสินเชื่อสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหลักประกัน โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อราย และมีระยะเวลากู้สูงสุด 40 ปี
อัตราดอกเบี้ยในช่วง 2 ปีแรกแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่
- กรณีผ่อนปรนเกณฑ์รายได้และค่าครองชีพ อัตราดอกเบี้ย 2.8% ต่อปี
- กรณีใช้เกณฑ์รายได้ปกติ อัตราดอกเบี้ย 2.6% ต่อปี
สำหรับภาระผ่อนชำระ แอสเซทไวส์ระบุว่าอยู่ที่ประมาณ 3,000-3,500 บาทต่อเดือนต่อวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ทั้งนี้ จำนวนเงินผ่อนจริงขึ้นอยู่กับวงเงินกู้ ระยะเวลาผ่อน เงื่อนไขสินเชื่อ และคุณสมบัติของผู้กู้แต่ละรายแม้อัตราดอกเบี้ยช่วงแรกจะช่วยลดภาระทางการเงินได้ แต่ผู้ซื้อยังควรพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะภาระผ่อนชำระหลังสิ้นสุดระยะเวลาดอกเบี้ยพิเศษ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย
เปิดทางคนรุ่นใหม่เป็นเจ้าของคอนโด
นางสาวพชรกล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ บริษัทเตรียมคอนโดมิเนียมที่เข้าเงื่อนไขประมาณ 5,000 ยูนิต เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย โดยเน้นโครงการที่มีดีไซน์และฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง ทั้งแคมปัสคอนโดและคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าและแหล่งงาน
บริษัทมองว่าโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS เป็นอีกหนึ่งโอกาสในการช่วยให้ผู้ที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกขึ้น ภายใต้อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการซื้อที่อยู่อาศัย
ในมุมธุรกิจ การเข้าร่วมมาตรการสินเชื่อยังเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณได้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างโอกาสให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนความสนใจให้เป็นยอดขายยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความสามารถในการกู้ผ่านเกณฑ์ของธนาคาร ความพร้อมด้านเงินดาวน์ ภาระหนี้เดิม และความเหมาะสมของทำเลกับความต้องการใช้งานจริง
เปิดยื่นกู้ถึงปี 2573 หรือจนกว่าวงเงิน 5 หมื่นล้านบาทเต็ม
ประชาชนที่สนใจโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อรวมของโครงการจำนวน 50,000 ล้านบาทจะเต็มทั้งนี้ การอนุมัติสินเชื่อและเงื่อนไขการกู้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์กำหนด ผู้สนใจควรตรวจสอบคุณสมบัติผู้กู้ วงเงินที่สามารถขอสินเชื่อได้ และรายละเอียดอัตราดอกเบี้ยก่อนตัดสินใจซื้อ
ในวันที่การเข้าถึงสินเชื่อเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการซื้อบ้าน การผสานมาตรการภาครัฐเข้ากับพอร์ตโฟลิโอที่อยู่อาศัยราคาจับต้องได้จึงเป็นอีกแนวทางในการขยายโอกาสให้ผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ความสำเร็จของมาตรการจะไม่ได้วัดเพียงจำนวนยูนิตที่เข้าร่วม แต่ยังอยู่ที่ว่าผู้ซื้อสามารถผ่านเกณฑ์สินเชื่อและเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้จริงมากน้อยเพียงใด





