วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไวรัส' ติดจากแม่สู่ลูกได้

รมว.สธ.ยกกรณีต่างประเทศห้ามนักท่องเที่ยวจีน ไม่ทำให้ยอดผู้ปติดไวรัสโคโรน่า2019น้อย มั่นใจมาตรการไทยไม่สูญเปล่า สธ.เผยหลายประเทศอยู่ในระยะไวรัส แพร่โรควงจำกัด ระบุปกติเชื้อไวรัสติดแม่สู่ลูกได้อยู่แล้ว คนไทยป่วยอาการวิกฤติยังทรง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) แถลงข่าว สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019ว่า สิ่งที่ประเทศดำเนินการในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคไม่มีอะไรสูญเปล่า อย่างเช่น การที่ไทยให้การรักษานักท่องเที่ยวจีนจนหาย อย่างน้อยก็เป็นการปิดโอกาสไม่ให้ผู้ป่วยไปแพร่เชื้อให้กับคนไทยและทั่วโลก อีกทั้ง เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆขึ้นจากการที่ได้รักษาผู้ป่วย อีกทั้ง ในแง่ของเศรษฐกิจ จากการที่ประเทศไทยให้การดูแลรักษาชาวจีนจนหาย จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย รวมถึงรัฐบาลจีน เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เชื่อมั่นอนาคตจะประสานให้ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นอยู่แล้วเพิ่มมากขึ้น


“ตอนนี้มีตัวเลขออกมาแสดงส่วนหนึ่งแล้วว่า ประเทศที่ใช้มาตรการการยกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวจีน ก็ไม่ได้มีตัวเลขของผู้ติดเชื้อน้อยกว่าประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของประเทศไทย ที่ไม่ได้เอามาตรการของประเทศอื่น มาใช้ในสถานการณ์ของประเทศไทย เพราะหากทำตามอาจทำให้ระบบการควบคุมของประเทศไทยด้อยลงก็ได้ จากการที่ไม่ได้เห็นสถานการณ์จริง”นายอนุทินกล่าว

ตั้งคณะที่ปรึกษาเพิ่ม
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ได้รับการประสานจากอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุขและอธิบดีกรมต่างๆ รวมถึง ผู้ทรงคุณวุฒิขอเข้ามาเป็นจิตอาสาร่วมทำงาน ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในช่วงการควบคุมโรคระบาดทั้งไข้หวัดนก ซาร์ส ไข้หวัดใหญ่2009 เมอร์ส และโรคติดต่ออื่นๆ จึงได้แต่งตั้งให้เป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยมีนายแพทย์หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ เป็นประธาน เพื่อมาใหคำแนะนำในเรื่องต่างๆ 

หลายประเทศแพร่เชื้อวงจำกัด
นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้หลายประเทศอยู่ในสถานการณ์การแพร่โรคในประเทศแบบวงจำกัด เพราะมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อที่ไม่ได้เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น อาทิ เกาหลีใต้เจอในคนที่เดินทางกลับจากประเทศไทยและสิงคโปร์ ส่วนไทยเจอในคนที่เดินทางกลับจากญี่ปุ่น มาเลเซียเจอในคนที่เดินทางกลับจากสิงคโปร์ เป็นต้น เช่นเดียวกับประเทศไทยที่อยู่ในระยะนี้ โอกาสที่จะเจอผู้ป่วยในผู้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยและคนไทยที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยซึ่งอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังเริ่มมีอาการ หากสามารถตรวจจับพบทุกคนและนำเข้าสู่การรักษาในโรงพยาบาล ก็จะทำให้คนทั่วไปมีโอกาสต่ำที่จะสัมผัสโรคและติดเชื้อภายในประเทศ เพราะฉะนั้นคนไทยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง คือ คนที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว จะต้องใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ

อาการผู้ป่วยวิกฤติยังทรง
นายแพทย์ธนรักษ์ กล่าวอีกว่า รายงานผู้ป่วยสะสมยืนยันติดเชื้อ 25 ราย ขณะนี้กลับบ้านแล้ว 9 ราย นอนในโรงพยาบาล 16 ราย ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นตามลำดับ เว้นรายที่มีอาการวิกฤติ ยังอาการทรงๆ ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม - 5 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วย เข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 595 ราย คัดกรองจากสนามบิน 49 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 546 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 202 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 393 ราย โดยวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 46 ราย


“การดำเนินการของประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการค้นหาเจอผู้ป่วยเร็ว และติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดให้ครบทุกคนและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินการหลายอย่างชี้ถึงประสิทธิภาพการทำงานของประเทศไทย อย่างเช่น 1 ใน 6 ผู้ป่วยยืนยันล่าสุด ก็สามารถเจอผู้ติดเชื้อได้เร็วในระยะที่ยังไม่มีอาการ เพราะเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังเพราะเป็นผู้สัมผัสใกลิชิดผู้ป่วย เมื่อตรวจเจอเชื้อจากห้องแล็บให้ผลเป็นบวกก็นำเข้าสู่การรักษาได้เร็ว ทำให้จำกัดวงและลดการแพร่เชื้อให้คนอื่น”นายแพทย์ธนรักษ์กล่าว

ปกติเชื้อไวรัสติดแม่สู่ลูกได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีรายงานในจีนพบเด็กทารกอายุ 30 ชั่วโมงติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 นายแพทย์ธนรักษ์ กล่าวว่า การติดเชื้อไวรัส โดยปกติมีความเป็นไปได้อยู่ที่จะมีการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก ซึ่งหากแม่ติดเชื้อไวรัสโอกาสที่เด็กจะติดเชื้อก็เป็นไปได้ แต่ไวรัสตัวใหม่นี้เป็นโรคอุบัติใหม่ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับโรคมากนัก คนทุกกลุ่มอายุจึงมีโอกาสติดเชื้อได้

ผลิตหน้ากากวันละ 1.4 ล้านชิ้น
นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวว่า ในประเทศไทยมีผู้ประกอบการผลิตหน้ากากอนามัย 12 ราย จากการสอบถามผู้ประกอบการทราบว่ามีกำลังการผลิตหน้ากากอนามัย 1.4 ล้านชิ้นต่อวัน ในภาวะปกติมีจำหน่ายในประเทศประมาณ 1 ล้านชิ้น อย่างไรก็ตาม ในภาวะนี้ได้ขอความร่วมมือในการเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น หรือการส่งออกให้เบาบาง เพราะความต้องการในประเทศมีเพิ่มมากขึ้น ส่วนเรื่องของราคา กรมการค้าภายในมีการดูแลอย่างเข้มข้น ซึ่งโดยเฉลี่ยต้นทุนหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาจะอยู่ที่ราวแผ่นละ 1 บาท แต่ขึ้นอยู่กับแบของหน้ากากอนามันยด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงาน นายอนุทิน ได้มีการเชิญผู้ป่วยรายแรกที่ติดเชื้อในประเทศไทยซึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่เข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวัน หลังจากที้เข้ารับการรักษาจนหายป่วยแล้ว เพื่อเป็นการยืนยันว่าผู้ที่หายป่วยและแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล กลับบ้านได้นั้น มีความปลอดภัย ไม่แพร่เชื้อให้บุคคลอื่น