"นพ.จรุง" ชี้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ใหม่ 4 สายพันธุ์ ฉีดได้แต่ราคาแพง ระบุมาตรการป้องกันต้องใช้ร่วมกันหลายวิธี ไม่ใช่แค่วัคซีน
นพ.จรุง เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวถึงวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ชนิด 4 สายพันธ์ุ ว่า ตามปกติวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธ์ุใน 1 เข็ม โดยสายพันธุ์ที่จะบรรจุลงในวัคซีนแต่ละปีนั้นองค์การอนามัยโลก(WHO) จะนำข้อมูลทางระบาดจากประเทศต่างๆ มาคำนวณทางสถิติและคาดการณ์ว่าแนวโน้มการระบาดในปีต่อไปจะเป็นอย่างไร โดยจะประกาศช่วงต้นปีจากนั้นบริษัทผู้ผลิตจะรีบผลิตตามสายพันธ์ุที่มีการประมาณการณ์ไว้แล้วเสร็จในช่วงกลางปี โดยวัคซีนจะทำขายปีต่อปีเพราะเชื้อเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยมาตรฐานวัคซีนจะบรรจุไว้ 3 สายพันธุ์ การเพิ่มเป็น 4 สายพันธุ์ใน 1 เข็ม ก็ไม่ได้ถือเป็นการโฆษณาเกินจริง เพราะเป็นเทคนิคการผลิตแบบใหม่แต่วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ในขณะนี้ยังถือว่ามีราคาแพง เพราะต้นทุนการผลิตสูงและยังสามารถผลิตได้น้อย
นพ.จรุง กล่าวอีกว่า การเพิ่มสายพันธุ์เป็น 4 สายพันธุ์ในวัคซีนนั้น ถือเป็นแนวคิดใหม่ที่จะเพิ่มโอกาสการป้องกันและควบคุมโรคให้มากขึ้น แต่ก็ต้องพิจารณาว่าจำเป็นหรือไม่ เพราะวัคซีนแบบ 4 สายพันธุ์ปัจจุบันถือว่ายังมีราคาสูง และการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่มีหลายวิธีไม่ใช่แค่การฉีดวัคซีน คือ สามารถป้องกันด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย เป็นต้น นอกจากนี้ ปัจจัยที่จะทำให้วัคซีนสามารถป้องกันโรคอย่างได้ผลยังขึ้นอยู่กับ เชื้อที่ระบาดในชุมชนตรงกับเชื้อที่บรรจุในวัคซีนหรือไม่ อายุของผู้รับวัคซีน โดยพบว่าผู้สูงอายุจะมีอัตราการตอบสนองต่อวัคซีนน้อยกว่า เช่นเดียวกับเด็กเล็กที่ฉีดเข็มแรกก็จะตอบสนองได้น้อยกว่า เป็นต้น
“สำหรับวัคซีนพื้นฐานที่รัฐฉีดให้กับประชากรกลุ่มเสี่ยงนั้นยังเป็นวัคซีนชนิด 3 สายพันธุ์ ซึ่งยังจำเป็นต้องศึกษาความคุ้มค่าในการเปลี่ยนเป็นแบบ 4 สายพันธุ์โดยพิจารณางบประมาณไปพร้อมๆกัน ซึ่งขณะนี้มีโครงการวิจัยเพื่อศึกษาภาพรวมของการฉีดวัคซีนว่าช่วยลดอัตราการเจ็บป่วย เข้ารับการรักษา และเสียชีวิตได้มากน้อยอย่างไร โดยจะถือเป็นข้อมูลที่สมบูรณ์ของประเทศ ซึ่งการศึกษาจำเป็นต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูล คาดว่าจะแล้วเสร็จในปีหน้า ”นพ.จรุง กล่าว








