ป.ป.ช. เรียก 10 ผู้ถูกกล่าวหาร่วมทำผิดกับ 'บิ๊กโจ๊ก' สมบัติ - 3 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. โดนด้วย ปมช่วยแต่งบัญชีทรัพย์สิน
รายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. เเจ้งว่า ปลายเดือนตุลาคมนี้ ป.ป.ช. จะแจ้งให้ "บิ๊กโจ๊ก" พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. มารับทราบและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ร่วมกันกระทำผิดทางอาญาดังนี้ (1) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 (2) ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 (3) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 164(4) ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 (5) ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 (6) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 (7) ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
แหล่งข่าว กล่าวว่า กรณีนี้สืบเนื่องมาจากช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเเจ้งข้อกล่าวหาต่ออดีตรองผบ.ตร. กรณีจงใจยื่นเท็จ ปกปิดบัญชีทรัพย์สินเเละหนี้สินของตนเเละคู่สมรส โดยอดีตรองผบ.ตร. รับทราบแล้วแต่ไม่มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับ ป.ป.ช. แต่อย่างใด
แหล่งข่าว กล่าวว่า การที่ ป.ป.ช. จะให้อดีตรองผบ.ตร. กับพวก มารับทราบและะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในข่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ สืบเนื่องมาจากวันที่ 9 มีนาคม 2569 ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้งที่ประชุมกรรมการป.ป.ช. ทั้งคณะไต่สวนข้อเท็จจริงนายสมบัติ ธรธรรม อดีตอนุกรรมการเรื่องกล่าวหาประจำสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐที่ 1 เเละ 2 ฯลฯ กับพวกว่ากระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีร่วมกันจัดทำพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าใช้เป็นเอกสารประกอบการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและะหนี้สินของบุคคลโดยมิชอบ (บัญชีทรัพย์สินฯของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์)
แหล่งข่าว กล่าวว่า ดังนั้นข่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ป.ป.ช. จะให้บุคคลต่างๆที่มีส่วนร่วมกระทำผิดกับอดีตรองผบ.ตร.มารับทราบและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่างๆดังนี้ (1) นายสมบัติ ธรธรรม (2) นางอารยา งามล้วน เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินชำนาญการพิเศษ สำนักตรวจสอบทรัพย์สินและะหนี้สินภาครัฐและะรัฐวิสาหกิจ 3 (3) นายวิสูตร ด้วงมาก พนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1(4) นายจัตุรงค์ พานิชเจริญ พนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและะองค์กรตามรัฐธรรมนูญ (5) นายสรพงษ์ วงศ์สุวรรณ อาชีพรับจ้างทำบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องแสดงงต่อป.ป.ช. (6) นายสมภพ ไทยธีระเสถียร (อั้ง เมืองชล เซียนพระ) (7) นายอมรเทพ ขุนราษฎร์ อาชีพผู้รับจ้างปรับปรุงบ้านพักอาศัย บ้านพักของอดีตรองผบ.ตร.และะคู่สมรสที่ต้อง.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา (8) นางณัฏฐาพรรณ พานิชพงศ์ (9)นางสาวธมณพรรษสรหรือนางสาวกันต์นพภัทร์ พานิชพงศ์ หรือนางศิรินัดดา หักพาล ภริยาของอดีตรองผบ.ตร. (10) นายเฌอติพรรณ ตาลสุวรรณ อาชีพผู้รับจ้างออกแบบบ้านพักอาศัย จ.สงขลา
แหล่งข่าว กล่าวว่า บุคคลตามรายชื่อข้างต้นนั้น ร่วมกระทำผิด ตามที่อดีตรองผบ.ตร.วางแผนร่วมกับนายสมบัติเพื่อให้การยื่นบัญชีทรัพย์สินฯต่อป.ป.ช.ของอดีตรองผบ.ตร.ไม่เกิดปัญหา บุคคลข้างต้นจึงร่วมกันตกแต่งบัญชีทรัพย์สินฯสร้างพยานหลักฐานเเละเอกสารปลอมขึ้นมาประกอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯของอดีตรองผบ.ตร.
"โดยอดีตรองผบ.ตร.จะให้ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ ประสานกับนายสมบัติ หากอดีตรองผบ.ตร.จะติดต่อตรงนายสมบัตินั้นพบว่า อดีตรองผบ.ตร.ซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง ราคาหลายหมื่นบาทมอบให้นายสมบัติ หากทั้งสองจะติดต่อกันโดยตรงจะสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยนายสมบัติใช้ชื่อในไลน์ว่าทัตเทพ” แหล่งข่าว ระบุ
แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ผู้ถูกล่าวหาอีกสิบรายถือว่ากระทำผิดแบบต่างกรรมต่างวาระ และมีความผิดตามกฎหมายที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดมีจุดประสงค์เดียวกันคือช่วยกันตกแต่งบัญชีทรัพย์สินฯของอดีตรองผบ.ตร.และะภริยาที่ต้องแจ้งป.ป.ช. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการค้นข้อมูลบุคคลต่างๆในสำนวนนี้พบว่านายสรพงษ์ วงศ์สุวรรณ มีความใกล้ชิดนายสมบัติ ธรธรรม และทั้งสองคนยังเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน กรณีนำทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 246 บาท มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท ไปมอบให้กรรมการ ป.ป.ช. (นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ) เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือทางคดีให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์
ด้านอั้ง เมืองชลนั้น ร่วมกับนายสมบัติวางแผนว่าอดีตรองผบ.ตร.ว่ามีรายได้จากการเป็นนายหน้าในการชี้ช่องให้อั้ง เมืองชล ไปซื้อพระเครื่องจากนายสมพร กุลวานิช อดีตผู้ว่าฯ จำนวน10.9 ล้านบาท เพื่อใช้เงินจำนวนนี้อ้างว่า เป็นแหล่งที่มาของเงินซึ่งอดีตรองผบ.ตร.นำไปซื้ออาวุธปืน ทั้งๆที่ไม่ได้มีการซื้อขายพระเครื่องกันจริงแต่อย่างใด
ส่วนบุคลากรของสำนักงานป.ป.ช. คือนางอารยา งามล้วน นายวิสูตร ด้วงมาก นายจัตุรงค์ พานิชเจริญ ได้ดำเนินการหาข้อมูลและร่วมกันตกแต่งงบัญชีทรัพย์สินฯของอดีตรองผบ.ตร.ตามคำสั่งของนายสมบัติ โดย 3 บุคลากรของป.ป.ช. ได้รับประโยชน์ต่างตอบแทนนที่มาช่วยเหลืออดีตรองผบ.ตร. เช่น นายจัตุรงค์ฝากแฟนนสาวให้ได้รับการเป็นบรรจุเป็นตำรวจสัญญาบัตร(หลักสูตรกอส.) นายวิสูตรและะนางอารยาได้รับการช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐของคนในครอบครัวจากการประสานงานของพ.ต.ท.คริษฐ์
ด้านนางศิรินัดดาและะนางณัฏฐาพรรณ พานิชพงศ์ (มารดาของนางศิรินัดดา)นั้น นายสมบัติกับบุคลากรของป.ป.ช.เดินทางโดยเครื่องบิน (ดอนเมือง-หาดใหญ่) ไปจ.สงขลา โดยพ.ต.ท.คริษฐ์เป็นผู้ประสานงาน และะอดีตรองผบ.ตร.ออกค่าใช้จ่ายให้ พื่อไปตกแต่งบัญชีทรัพย์สินฯของอดีตรองผบ.ตร.และภริยาหลายรายการ
โดยนางศิรินัดดา บุคคลในครอบครัวพานิชพงศ์ ผู้รับจ้างออกแบบบ้านจ.สงขลา และบุคคลอื่นๆ ได้ร่วมมือกับนายสมบัติกับพวกในการสร้างเอกสารปลอมหลายรายการของครอบครัวพานิชพงศ์ที่เอื้อประโยชน์ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯของอดีตรองผบ.ตร.และภริยา
โดยเฉพาะการโอนหุ้นบริษัทของคนในครอบครัวพานิชพงศ์ รวมถึงกรณีพ.ต.ท.คริษฐ์ ปลอมลายมือชื่อนายบัญชา พานิชพงศ์ ลงในเอกสารต่างๆทั้งๆที่นายบัญชาซึ่งเป็นบิดาของนางศิรินัดดาเสียชีวิตแล้ว การแก้สัญญาการสร้างบ้านและะสัญญาซื้อขายที่ดินในต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา การแก้ไขแหล่งที่มา ราคา การซื้อรถยนต์เล็กซัสของนางศิรินัดดา




