วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผอ.รพ.ตรังเสียใจ! แม่'น้องอัญชัญ' เดินหน้าเอาเรื่องถึงที่สุด

ผอ.รพ.ตรัง เข้าแสดงความเสียใจกับครอบครัว "น้องอัญชัน" ฝ่ายญาติยันเดินหน้าขอความเป็นธรรมถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 151 ม.8 บ้านป่ายาง ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด จ.ตรัง พบว่า นางจิรวรรณ อารยะพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง พร้อมด้วยแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลตรัง ร่วมเคารพศพและแสดงความเสียใจต่อญาติของ เด็กหญิงอัญชิษฐา นิลอนันต์ หรือน้องอัญชัน เด็กหญิงวัย3ขวบ ที่ เสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง เนื่องจากอาการปอดบวม และพบเชื้อ RSV ในปอด โดยญาติได้เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

พญ.จิรวรรณ อารยะพงษ์ ผอ.รพ.ตรัง กล่าวว่า จากข่าวที่นำเสนอออกไป อาจเกิดจากความเข้าใจที่ผิดพลาด ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ญาติติดใจว่าแพทย์ผู้ทำการรักษา ได้ใช้วาจาที่ไม่สุภาพต่อญาติ ทำให้เกิดความไม่พอใจ ในส่วนนี้ก็ต้องนำไปปรับปรุงแก้ไข แต่ในส่วนของขั้นตอนการรักษา ที่ทางญาติมองว่าคณะแพทย์พยาบาลปล่อยปละละเลยจนทำให้เด็กเสียชีวิตนั้น ก็ได้ทำความเข้าใจกับญาติแล้วว่า แพทย์ได้รักษาไปตามขั้นตอน โดยได้ชี้แจงไปตามลำดับซึ่งก็ทำให้ญาติเข้าใจในระดับหนึ่ง

ด้านนางสาววนิดา ยอดยิ่ง อายุ 29 ปี แม่ของน้องอัญชัญ กล่าวว่า แม้ว่าผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะมาขอโทษและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็จะเดินหน้าขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาวของตนต่อไป ตนรู้สึกเสียความรู้สึกที่ตลอดระยะเวลาที่พาลูกมารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง แม้ว่าจะเห็นว่าลูกอาการหนัก แต่พยาบาลและหมอก็บอกว่าไม่เป็นอะไรมาก ยืนยันหนักแน่นว่ารักษาได้ ซึ่งถ้าบอกความจริงมาว่ารักษาไม่ไหว ตนจะได้พาลูกไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นแทน ไม่ใช่มาให้ความหวังแล้วพังความหวังกันลงอย่างนี้ หัวใจคนเป็นแม่แทบพังสลาย เมื่อเห็นลูกต้องทุกข์ทรมาน และทางพยาบาลก็กีดกันแม่และญาติตลอดเวลา จนถึงนาทีสุดท้ายที่ลูกจะสิ้นลม แม่ก็ยังไม่ได้เข้าไปดูใจ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เสียใจที่สุด

นางสาววนิดา ยังกล่าวต่อว่า ไม่ว่าทางโรงพยาบาลจะให้เงินเยียวยาหรือไม่ก็ตาม แต่ในส่วนของการเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาว ยืนยันจะเดินหน้าเรียกร้องให้ลูกจนถึงที่สุด หลังจากเสร็จพิธีฌาปนกิจศพลูกก็จะร้องไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอ และอาจรวมถึงส่งเรื่องขอความเป็นธรรมไปยังนายกรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งตนไม่ได้ขู่ทางโรงพยาบาลและเข้าใจผู้อำนวยการ เพราะท่านก็ไม่ได้เป็นคนทำผิด แต่จะเอาเรื่องแพทย์ที่รักษาน้องอัญชัน ไม่อยากให้แพทย์คนดังกล่าวมารักษาคนไข้รายอื่นอีก เพราะกลัวว่าจะทำให้เกิดการสูญเสียเกิดขึ้นเหมือนกับที่เกิดกับครอบครัวของตน

 ทั้งนี้ ตนและครอบครัวรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้น้องอัญชันเป็นเด็กที่แข็งแรง น่ารัก ร่าเริง และทางครอบครัวดูแลอย่างดีมาโดยตลอด ทุกคนในครอบครัวมีประกันชีวิต ไม่เคยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ รวมทั้งโรงพยาบาลตรังมาก่อน และไม่เคยคิดว่าน้องจะมาเสียชีวิตที่เกิดจากการทำงานที่ผิดพลาดของแพทย์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม แม้ทางญาติจะทำการฌาปนกิจศพ ด.ญ.อัญชิษฐา ในวันเมื่อวันที่16พ.ย.58 ที่ผ่านมาไปแล้ว แต่จะยังคงเดินหน้าขอความเป็นธรรมต่อไป

สำหรับกรณีนี้นั้น สืบเนื่องจากว่า น้องอัญชัน หรือ ด.ญ.เด็กหญิงอัญชิษฐา นิลอนันต์ เริ่มมีอาการป่วย ตั้งแต่วันศุกร์ (6พ.ย.58)โดยมีอาการไข้ขึ้นสูง กระทั่งเช้าวันเสาร์ที่7พ.ย. จึงได้พาไปรักษาที่รพ.แห่งหนึ่ง โดยหมอได้ทำการเอ็กซเรย์ อวัยวะส่วนต่างๆ ภายในไม่พบสิ่งผิดปรกติ พบแต่เพียงว่าต่อมทอนซิลอักเสบ จึงสั่งให้น้องกลับบ้าน แต่พอตกบ่ายวันเดียวกันน้องอัญชัณยังมีไข้ขึ้นสูง และเริ่มหายใจเร็ว จึงได้นำตัวกลับไปที่ รพ.ดังกล่าวอีกครั้ง

โดยแพทย์ให้นอนรักษาที่โรงพยาบาล ระหว่างนั้นแพทย์ได้นำตัวไปตรวจเอ็กซเรย์ร่างกาย รวมทั้งเก็บตัวอย่างเสมหะ และเลือดไปตรวจ จึงพบว่าน้องมีอาการปอดบวม และพบเชื้อRSVในปอด รวมรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าวทั้งหมด4คืน

ต่อมาแพทย์โรงพยาบาลแจ้งว่า จะต้องส่งน้องไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตรัง ซึ่งมีอุปกรณ์เครื่องมือที่พร้อมกว่า โดยเชื้อนี้จะต้องใช้วิธีการใส่ท่อช่วยหายใจและดูดเสมหะ รวมทั้งต้องให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อฆ่าเชื้อไวรัสดังกล่าว พร้อมบอกกับญาติว่า ไม่ต้องกลัว เป็นโรคที่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการดังกล่าว และก่อนหน้านี้ได้ส่งเด็กที่มีอาการเดียวกันไปรักษามาแล้ว2ราย และหายดี

กระทั่ง วันรุ่งขึ้นเป็นวันอังคารที่11พ.ย. ประสานโรงพยาบาลตรัง พร้อมนำตัวน้องอัญชันส่งไปรักษา ขณะส่งมอบตัวน้องอัญชันเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ไปส่ง ได้รายงานผลการตรวจรักษาเบื้องต้นให้แก่แพทย์เวรโรงพยาบาลตรังได้รับทราบว่า ตรวจน้องอัญชันพบเชื้อโรคอะไร รวมทั้งแนวทางการรักษาให้ได้รับทราบ จากนั้นได้ส่งตัวน้องให้แก่แพทย์โรงพยาบาล แล้วกลับไป จากนั้นแพทย์ได้นำตัวน้องอัญชันเข้าห้องไอซียู เพื่อทำการรักษาต่อไป

หลังจากเที่ยงวันที่ 13พ.ย.เป็นไป ปรากฏว่าน้องอัญชันเริ่มมีอาการอ่อนแรง เพราะตลอดเวลามีอาการเหนื่อยหอบตลอดเวลา และอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ท้ายที่สุดในภาคบ่ายของ ญาติได้ขอร้อง วิงวอนถามแพทย์ประจำตัวคนไข้อีกครั้ง ก็ได้รับคำตอบพูดจาเสียงดังใส่อารมณ์ตลอดเวลาว่ารักษาได้ แต่หลังจากนั้นไม่เกิน1ชม.หรือประมาณ17.00น. ปรากฎว่าน้องอัญชันช็อก แพทย์ต้องปั๊มหัวใจยื้อชีวิต แต่เมื่อญาติถามก็บอกว่าไม่มีอะไร จะเปลี่ยนเครื่องช่วยหายใจให้เร็วขึ้น แต่เด็กไม่ตอบสนอง จึงเปลี่ยนกับมาใช้เครื่องช่วยหายใจตัวเดิม ทำให้ต้องปั๊มช่วยหัวใจ จนในที่สุดน้องก็มาเสียชีวิต และเมื่อแม่ รวมทั้งญาติถามว่าเด็กเป็นอะไร ได้รักษาตามวิธีการที่ถูกต้อง ให้ยาฆ่าเชื้อRSVตามที่แพทย์โรงพยาบาลวัฒนแพทย์แนะนำหรือไม่ กลับได้รับคำตอบว่า ไม่ได้รับผลเชื้อดังกล่าวจากโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ และยังไม่ทราบว่า เด็กเป็นโรคRSVหรือไม่