วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขู่แพทย์ฉีดสารปลอม โทษถึงพักใบอนุญาตฯ

แพทยสภา ขู่แพทย์ฉีด โบท๊อก-ฟิลเลอร์ ปลอม มีโทษถึงพักใช้ใบอนุญาตฯ

นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองประชาชนจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรม การเสริมสวย และการโฆษณาของแพทยสภา กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการฯ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวและเห็นควรให้แจ้งเตือนแพทย์และประชาชนทราบ โดยสารBotulinum Toxinเป็นสารชีวพิษ แต่นำมาใช้ทางการแพทย์ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ การผลิตและการใช้สารนี้ต้องควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แต่มีการปลอมสารนี้ และมีการจำหน่ายในราคาถูกมาก โดยคิดราคาต่ำกว่าของจริง10เท่า และยังมีสารอื่น เช่นFillerจำหน่ายในราคาถูกกว่าของจริง ซึ่งผู้ที่ปลอมแปลงมีความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว มีการลอบการนำสารที่ไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้ามาและมาใส่บรรจุภัณฑ์ใหม่ โดยใช้ บรรจุภัณฑ์ที่คล้ายกับของจริงที่ได้รับอนุญาตจาก อย.ในการนี้ทราบว่ามีการกระทำเช่นนี้และใช้กันอย่างกว้างขวางโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน

นพ.สัมพันธ์ กล่าวอีกว่า คณะอนุกรรมการฯจึงแจ้งเตือนมายังแพทย์และประชาชน คือ1.ขอให้แพทย์ ใช้ผลิตภัณฑ์จากผู้จำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจาก อย.เท่านั้น และห้ามใช้ของปลอมโดยเด็ดขาด ถ้าแพทย์ท่านใดฉีดสารปลอม ท่านจะถูกลงโทษตามข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 2.ประชาชน ควรทราบว่า ของปลอมอาจไม่ได้ผลการรักษาตามต้องการ และอาจเกิดอันตราย หรืออันตรายแก่ชีวิตจากการใช้ของปลอมนี้ ถ้าประชาชนที่พบเห็นแหล่งผลิต แหล่งซื้อขายของปลอม โปรดแจ้ง อย.ถ้าประชาชนพบว่าแพทย์ใช้ของปลอมโปรดแจ้งแพทยสภา ที่เบอร์โทร 02 – 590-1886 3. แพทยสภาจะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ในการตรวจสอบผู้ประกอบการที่ขาย นำเข้า ของปลอมและจะดำเนินคดีตามกฎหมาย และ 4. พบว่าการปลอมแปลงมักจะทำโดยการลักลอบนำสารปลอมนี้เข้ามาเอง โดยลักลอบ และ หลีกเลี่ยงการรับรองจาก อย.หรือนำของปลอมมาใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นของจริงทำให้ดูเหมือนของจริง

“คณะอนุกรรมการคุ้มครองประชาชนจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรม การเสริมสวย และการโฆษณาของแพทยสภา จะเสนอต่อคณะกรรมการแพทยสภา ให้กำหนดโทษต่อแพทย์ที่ฉีดของปลอม อย่างรุนแรง เช่น พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยประชาชน”นพ.สัมพันธ์กล่าว