อึ้ง! เด็กประถมฯร้อยละ 7.6 เคยลองสูบบุหรี่ ทันตแพทย์ชี้เพิ่มความเสี่ยงก่อให้เกิดปัญหารุนแรงช่องปาก หนุนออกพรบ.บุหรี่ฉบับใหม่
ที่กรมอนามัย ทพ.สุธา เจียรมณีโชติชัย รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในงานแถลงข่าวโครงการรณรงค์สัญลักษณ์กระต่ายขาเดียว ป้องกันนักสูบหน้าใหม่โดยทันตบุคลากรว่า จากการสำรวจเด็กประถมศึกษาอายุ 8 - 12 ปี ในปี 2557 จำนวน 3,532 คน พบร้อยละ 22 มีเพื่อนที่สูบบุหรี่ ร้อยละ 1.5 คิดว่าจะลองสูบบุหรี่ถ้าเพื่อนชวน ร้อยละ 7.6 เคยลองสูบบุหรี่ และร้อยละ 40 เคยถูกผู้ใหญ่ใช้ไปซื้อบุหรี่ นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่แสดงว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสูบบุหรี่ของเยาวชนมากที่สุดคือ ครอบครัว เช่น คนใกล้ชิดในครอบครัวสูบบุหรี่ รวมทั้งเด็กยังขาดความรู้ความเข้าใจถึงพิษภัยของบุหรี่ มีพฤติกรรมเลียนแบบจากสื่อภาพยนตร์ การต้องการแสดงพฤติกรรมต่อต้านสังคม รวมถึง ถูกจูงใจจากกลยุทธ์การโฆษณา กิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ และการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมที่แฝงโฆษณาของบริษัทบุหรี่
รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวอีกว่า การป้องกันไม่ให้เด็กสูบบุหรี่ควรเริ่มในเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี โดยใช้โรงเรียนเป็นจุดเริ่มต้น เบี่ยงเบนความสนใจของเด็กให้ไปทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น กีฬา ซึ่งกิจกรรมและการรณรงค์ต่างๆ จะต้องได้รับความร่วมมือจากเด็ก ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน โดยที่กรมอนามัยเป็นหน่วยงานหลักในการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน มุ่งเน้นส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยปฏิบัติตนตามหลัก 3 อ. 2 ส. 1 ฟ. คือ 3 อ. ได้แก่ อาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย 2 ส. ได้แก่ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา และ 1 ฟ. ได้แก่ ใส่ใจสุขภาพฟัน โครงการรณรงค์สัญลักษณ์กระต่ายขาเดียวจึงสอดรับกับภารกิจของกรมอนามัย เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้
ด้าน ศ.(พิเศษ) พลโทพิศาล เทพสิทธา นายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงอย่างมากที่จะก่อให้เกิดปัญหารุนแรงในช่องปาก คือ มะเร็งช่องปาก โรคปริทันต์ ทำให้สูญเสียฟันเร็ว ช่องปากสกปรก ฟันเปลี่ยนสี เกิดกลิ่นปาก ความสามารถในการรับกลิ่นและรสลดลง ขัดขวางการรักษาทางทันตกรรม อาทิ การรักษาโรคเหงือก การฝังรากฟันเทียม ทันตแพทยสมาคมฯ ได้ส่งเสริมให้ทันตแพทย์ทุกคนมีบทบาทในการควบคุมและป้องกันการสูบบุหรี่ โดยชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในช่องปากที่เกิดจากการสูบบุหรี่ และรอยโรคในช่องปากที่อาจกลายเป็นมะเร็งต่อไป แนะนำโปรแกรมช่วยเลิกบุหรี่ควบคู่ไปกับการให้บริการทันตกรรม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความตั้งใจของผู้ป่วยเอง
ทพ.ดร.ณัฐวุธ แก้วสุทธา รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า จากสถิติพบว่าเด็กไทย 10 คนที่ติดบุหรี่ 7 คนจะเลิกไม่ได้จนตลอดชีวิต การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นเด็กจึงเป็นมาตรการที่ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ สำหรับประเทศไทย พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ใช้ปัจจุบัน ใช้มากว่า 20 ปีแล้ว ทำให้ล้าสมัย ไม่สามารถควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ๆ และกลยุทธ์การตลาดของบริษัทยาสูบที่มีการพัฒนาต่อยอดเชิงธุรกิจมาโดยตลอด ทั้งนี้ ข้อบัญญัติใน พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ได้จำกัดกลยุทธ์ส่งเสริมการขาย การห้ามแบ่งซองขายบุหรี่เป็นรายมวน ห้ามการโฆษณาบนซองบุหรี่ รวมถึงห้ามผลิตภัณฑ์ยาสูบใหม่ๆ ที่เย้ายวนจูงใจเยาวชน คนไทยทุกคนจึงควรให้การสนับสนุน พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ เพื่อปกป้องลูกหลานให้เติบโตแข็งแรงเป็นกำลังที่สำคัญของประเทศในอนาคต
อนึ่ง กรมอนามัยร่วมกับเครือข่ายวิชาชีพทันตแพทย์ในการควบคุมยาสูบ ทันตแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย ชมรมทันตแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร และมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรมรณรงค์สัญลักษณ์NoNo กระต่ายขาเดียว โดยให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทั่วประเทศ ฝึกเขียนข้อความปฏิเสธบุหรี่ และจับสลากมอบทุนการศึกษา 100 ทุน ทุนละ 2,000 บาท แก่เด็กนักเรียนที่ร่วมกิจกรรมเขียนข้อความปฏิเสธบุหรี่ ประกาศรายชื่อทางเว็บไซต์ของสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย www.anamai.ecgates.com หรือเว็บไซต์ของเครือข่ายวิชาชีพทันตแพทย์ในการควบคุมยาสูบ www.thaidentistagainsttobacco.org








