สนช.ร่วมกับสปช.จัดเสวนาแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ชี้วัยรุ่นหญิงขาดการเหลียวแลจากภาครัฐทำขาดความรู้-ทักษะ
เมื่อเผชิญปัญหาจึงสับสน เสี่ยงมีปัญหาสุขภาพ เชื่อ ร่าง ก.ม.อนามัยการเจริญพันธุ์ ช่วยสร้างกลไกสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
วานนี้ (3 ก.พ.) ที่ รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมกับ กมธ. ปฏิรูประบบสาธารณสุข สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และองค์การสมาชิกรัฐสภาแห่งเอเชีย ด้านประชากรและการพัฒนา จัดสัมมนาเรื่อง "ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น" เพื่อผลักดันให้ใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาและป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นให้มีประสิทธิภาพ
รศ.พญ.พรพันธุ์ บุญยรัตพันธุ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูประบบสาธารณสุข สปช. กล่าวว่า การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หมายถึง การตั้งครรภ์ของสตรีที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี โดยองค์การอนามัยโลก (ฮู) กำหนดว่า อัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นควรน้อยกว่า ร้อยละ 10
ผลจากการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีผลต่อสุขภาพกาย คือ การเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของแม่ การเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเด็กแรกคลอด การเสี่ยงต่อการเกิดเด็กน้ำหนักแรกเกิดน้อย คลอดก่อนกำหนด อัตราการเกิดพิษแห่งครรภ์ เป็นต้น
รศ.พญ.พรพันธุ์ กล่าวว่า สาเหตุของการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น มีดังนี้ ค่านิยมทางสังคมที่แตกต่างกันระหว่างเพศชายกับหญิง การเข้าถึงเรื่องเพศ และเพศสัมพันธ์ได้อย่างง่ายดายจากสื่อต่างๆ การขาดความรู้เรื่องเพศศาสตร์ศึกษา ทักษะชีวิต การป้องกันการตั้งครรภ์ และการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้ป้องกัน และวัยรุ่นไม่กล้าไปรับบริการคุมกำเนิด
อย่างไรก็ตามการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ยังพบปัญหาว่า มีการฝากครรภ์ช้า เสี่ยงต่อการเป็นโรงมะเร็งปากมดลูก ตลอดจนการตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ ที่มีความพยายามทำแท้งถึงร้อยละ 28.5 ของการทำแท้งทั้งหมด และส่วนใหญ่เป็นการทำแท้งกับหมอเถื่อนหรือทำเอง ซึ่งอาจจะทำให้เสียชีวิต หรือติดเชื้ออย่างรุนแรง หรือเป็นหมันถาวรได้
ด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช. กล่าวว่า ขณะนี้มีเพศหญิงที่เข้าสู่วัยรุ่นเกิดความสับสน เนื่องจากไม่มีการให้ข้อมูลหรือการเตรียมความพร้อมจากภาครัฐเท่าที่ควร โดยเป้าหมายตรงนี้เราต้องติดอาวุธให้กับเด็กหญิงที่จะก้าวเข้าสู่วัยรุ่น คือ เราต้องมีการให้องค์ความรู้ ให้ทักษะที่จำเป็นแก่วัยรุ่นเหล่านี้ จึงจำเป็นต้องมีการสอนเพศวิถีศึกษาให้กับเด็กและวัยรุ่นของเรา
"ผู้ใหญ่มักจะคิดแบบผู้ใหญ่ ไม่ได้คิดแบบเด็ก จึงไม่เข้าใจเด็ก แล้วก็คิดว่าตัวเองเข้าใจเด็ก เพราะชอบคิดว่าผู้ใหญ่ผ่านโลกมาแล้ว และก็คิดว่าเด็กที่โตมาจะเป็นเหมือนโลกของผู้ใหญ่ในยุคนั้น ซึ่งไม่ใช่ เพราะโลกมันเปลี่ยนไป แล้วผมก็ได้ข้อสรุปที่ดี คือ การมีเซ็กซ์ห้ามไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรที่จะมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย จึงต้องทำให้เกิดขึ้น โดยการสอนจากเพศศึกษารอบด้าน" นพ.เจตน์ กล่าว
ทั้งนี้ สนช. จะมีการผลักดันด้าน ร่าง พ.ร.บ.อนามัยการเจริญพันธุ์ พ.ศ. .... ที่เคยพยายามผลักดันมาเป็นเวลากว่า 13 ปี ให้สำเร็จโดยเร็ว และมองว่าเป็นโอกาสดีสำหรับ สนช. ที่จะต้องเร่งให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านไปได้ไม่ยาก เพราะหากมีการตรากฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นจะเป็นการสร้างกลไกที่เป็นรูปธรรมในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
นพ.กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีหลักการว่า การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัญหาที่ต้องเน้นการบูรณาการ เพราะมีความซับซ้อนอยู่มาก รวมทั้งในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิในกลุ่มวัยรุ่นด้วย
อย่างไรก็ตามเนื้อหาในร่างกฎหมายล่าสุด จะมีการกำหนดโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เน้นสถานศึกษาในการเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษา รวมทั้งระบบป้องกันในการแก้ไขปัญหาในการช่วยเหลือด้านสาธารณสุข สุขภาพ และสวัสดิการสังคม








