วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปรีดิยาธร'เล็งแก้ราคาข้าวร่วง

"ปรีดิยาธร"เผยปีหน้า เดินหน้าแก้ปัญหา"ข้าว-ยางพารา" ราคาตก งัด 3 มาตรการดึงราคาข้าว เริ่มฤดูผลิตนาปี 2558

รัฐบาลเตรียมผลักดันนโยบายแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะข้าวและยางพารา ซึ่งถือเป็นเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศ

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีกล่าวในงานการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการประจำปีเรื่อง “สภาเกษตรกรแห่งชาติกับการปฏิรูปภาคเกษตรที่ยั่งยืน” ว่าปัจจุบันสินค้าเกษตรสำคัญ 2 ชนิดของไทยคือข้าวกับยางราคาตกลงอย่างมาก โดยรัฐบาลก็กำลังอยู่ในระหว่างแก้ไขปัญหา

สาเหตุที่ข้าวราคาตกลงมาจากประเทศคู่แข่งของไทยในการผลิตข้าวสามารถปลูกข้าวได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงทำให้ลดราคาขายในตลาดได้และอีกส่วนหนึ่งมาจากสต็อกข้าวของไทยที่ยังคงมีอยู่กว่า 17 ล้านตันเป็นตัวกดราคาข้าวในตลาดให้ต่ำ

การแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำรัฐบาลได้วางแนวทางแก้ไขไว้ 3 ข้อโดยจะเริ่มตั้งแต่ฤดูการผลิตนาปี 2558 เป็นต้นไป ได้แก่ 1.สนับสนุนให้ชาวนาบางส่วนเปลี่ยนจากการปลูกข้าวไปเป็นปลูกอ้อย โดยมีพื้นที่เป้าหมายในปีแรก 7 แสนไร่ โดยเป็นพื้นที่ที่มีการศึกษาและพูดคุยกับโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ใกล้เคียงแล้วว่าสามารถรองรับอ้อยที่เกษตรกรจะปลูกเพิ่มเติมได้ซึ่งชาวนาที่เปลี่ยนไปปลูกอ้อยจะได้รายได้เพิ่มขึ้นและมีตลาดรองรับที่แน่นอน

2.แนะนำการเกษตรทางเลือกให้กับชาวนารายย่อยซึ่งมีที่ดิน 5-10 ไร่ ให้เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นๆที่ตรงกับความต้องการของตลาดในท้องถิ่น โดยรัฐบาลจะช่วยหาตลาดในท้องถิ่นเพิ่มเติมเพื่อสร้างรายได้ของเกษตรกรมากขึ้น และ 3.การส่งเสริมให้ชาวนาปลูกข้าวคุณภาพดีมากขึ้น โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 10 ล้านไร่ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธ์ดีและเมล็ดพันธุ์พื้นเมืองให้ชาวนาปลูกมากขึ้นเพื่อทดแทนการปลูกข้าวคุณภาพต่ำที่มีการปลูกกันมากในช่วงที่มีโครงการรับจำนำข้าว

"หากข้าวคุณภาพดีออกสู่ตลาดมากขึ้นจะช่วยยกระดับราคาข้าวในตลาดให้เพิ่มขึ้นได้"

คาด2-3ปีปริมาณใช้ยางเพิ่มล้านตัน

สำหรับปัญหาราคายางพาราที่ลดต่ำลงมาจากผลกระทบจากปัจจัยภายนอกคือราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงจาก 120-140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเหลือต่ำกว่า 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทำให้ราคายางสังเคราะห์ลดลงและส่งผลต่อราคายางพาราที่ตกต่ำลงเนื่องจากความต้องการใช้ลดลงสำหรับแนวทางในการแก้ปัญหายางพาราตกต่ำในระยะยาวจะต้องเพิ่มปริมาณการใช้ในประเทศ

รัฐบาลได้มีการเจรจากับภาคเอกชนจีนให้เข้ามาตั้งโรงงานผลิตล้อยางรถยนต์ในประเทศไทยจำนวน 8 ราย โดยมีหนึ่งรายได้ขอการสนับสนุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แล้วจะเข้ามาตั้งโรงงานในไทยในปี 2558

ส่วนอีก 7 รายจะเข้ามาตั้งภายใน 2-3 ปีซึ่งจะช่วยให้ปริมาณการใช้ยางพาราในไทยเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านตัน หรือเพิ่มปริมาณการใช้ในประเทศจาก 14% เป็น 25%

ส่วนมาตรการอื่นๆที่รัฐบาลได้สนับสนุนให้ใช้ในการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำในระยะยาวก็คือการให้สินเชื่อปรับปรุงสวนยางรายละ 100,000 บาท โดยเกษตรกรชาวสวนยางสามารถปลูกพืชชนิดอื่นๆควบคู่ไปกับการทำสวนยางหรืออาจโค่นยางที่อายุมากและให้น้ำยางน้อยโดยหันไปปลูกพืชชนิดอื่นๆ เช่น การปลูกปาล์มน้ำมัน และพืชสวนชนิดอื่นๆเพื่อเพิ่มรายได้มากขึ้น

หวังสภาเกษตรฯไม่ตกเป็นเครื่องมือการเมือง

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวด้วยว่าการยกระดับอาชีพเกษตรกรในระยะต่อไป สภาเกษตรกรฯจะมีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้กับสมาชิกทั่วประเทศทั้งเรื่องการพัฒนาการผลิต การลดต้นทุนการผลิต การเรียนรู้กลไกของตลาดและการสร้างเครือข่ายที่มีความรู้ในการทำเกษตรครบวงจรตั้งแต่การผลิต การแปรรูปและการหาช่องทางจัดจำหน่ายเพื่อให้ภาคเกษตรของไทยสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งในอนาคตอยากจะเห็นการที่สมาชิกของสภาเกษตรกรฯเข้าไปมีบทบาทในคณะกรรมการระดับชาติที่ขับเคลื่อนนโยบายภาคเกษตรของประเทศมากขึ้น

“ในมุมมองของผม เกษตรกรมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไม่เพียงแต่เป็นกระดูกสันหลังของชาติเท่านั้นแต่ยังเป็นเลือดเนื้อของประเทศ รัฐบาลอยากเห็นบทบาทของสมาชิกเกษตรกรในการเข้ามามีส่วนช่วยขับเคลื่อนนโยบายภาคเกษตรของประเทศ แต่ก็ขอให้สภาเกษตรกรฯรักษาความเป็นกลางและความเป็นอิสระเอาไว้ไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงาน โดยขอให้ความเข้มงวดกับการเลือกคณะกรรมการในสภาเกษตรกรทุกชุดไม่ให้นักการเมืองหรือคนของนักการเมืองเข้าแทรกแซงได้เป็นอันขาด” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว