วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สุขภาพดีเลือกได้

ณวรา พิไชยแพทย์ เจ้าของสปา-ทรีตเมนต์ในวัยที่ขึ้นด้วยเลข4แต่ก็ยังรักษาความงามและความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณไว้ได้

ณวรา พิไชยแพทย์

พื้นฐานเรียนมาทางสาขาภาพยนตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อสำเร็จการศึกษาก็เข้าสอนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ 7 ปี ต่อมาศึกษาต่อปริญญาโทหมวดวิชาอุตสาหกรรมบันเทิง เพราะตั้งใจจะเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย

แต่พรหมลิขิตทำให้ได้พบกับสามีชาวนอร์เวย์ โดยมีเพื่อนทำหน้าที่เป็นกามเทพ เมื่อมีโอกาสได้รับประทานอาหารและคุยกันเป็นครั้งแรก เธอรู้สึกว่า เขาเป็นคนที่น่าคบ สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อและที่สำคัญชอบเดินทางท่องเที่ยวเหมือนกัน กว่าจะตกลงแต่งงานทั้งคู่ใช้เวลา 3 ปีศึกษาดูใจกันเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า จะสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข

ณวรา พิไชยแพทย์ ผู้บริหารสาวสวยสไตล์กุลสตรีไทย “ปราณณารา” สปาหรูระดับพรีเมียม ย่านชิดลม เผยถึงไลฟ์สไตล์ชีวิตครอบครัวและเคล็ดลับการดูแลสุขภาพในแบบของคนรักสุขภาพ

สุขภาพดี เลือกได้

หลายคนที่ได้พบเธอมักพูดว่า ดูอ่อนกว่าวัย พร้อมแซวว่าเพราะเป็นเจ้าของสปาจึงมีโอกาสทรีตเมนต์ทุกวัน เธอบอกว่า สปาเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพทำให้ผ่อนคลาย แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้มีสุขภาพร่ายกายแข็งแรง ดูดี เพราะยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

เช่น การรับประทานอาหารโดยเธอจะเคี้ยวช้าๆ กินช้าๆ ปริมาณการรับประทานต่อมื้อน้อยแต่จะรับประทานบ่อย ล้วนถูกต้องตามหลักทุกอย่าง ขณะที่สามีก็ติดนิสัยรักสุขภาพเช่นกัน แม้จะรับประทานอาหารปริมาณมากแต่ก็พยายามหลีกเลี่ยงแป้ง

แนวทางการดูแลสุขภาพของณวรา “ไม่ใช่” การบังคับตนเองแต่ทำให้เป็นนิสัย เช่น ไม่ดื่มน้ำเย็น มีวินัยในการดูแลตัวเอง ทั้งในเรื่องรูปร่างและผิวพรรณ พยายามเข้าคลาสโยคะสม่ำเสมอ อาจจะห่างไปบ้างในช่วงเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศ แต่ระหว่างนั้นดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ เพื่อให้น้ำหนักสมดุลกับความสูง ส่วนเรื่องผิวพรรณจะทาครีมบำรุงเป็นประจำ

“ผึ้งออกกำลังกายเป็นช่วงๆ ด้วยความที่เป็นคนเดินทางเยอะจึงไม่สามารถทำต่อเนื่อง ตอนนี้กำลังฝึก เต้นซาซ่าอยู่ ชอบการออกกำลังกายแนวสนุกสนาน ที่สำคัญชอบออกกำลังที่บ้านมากกว่าการเดินทางไปฟิตเนส เพราะรู้สึกว่ามลพิษนอกบ้านทำลายสุขภาพมาก โชคดีที่ทำงานใกล้บ้าน ทำให้เผชิญมลพิษน้อยกว่าคนอื่นและไม่รู้สึกเบื่อที่อยู่บ้านทั้งวัน เพราะมีความสุขมาก”

พฤติกรรมเหล่านี้ซึมซับมาจาก “บุคคลต้นแบบ” คือคุณยายและคุณแม่ ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ส่งผลให้เมื่ออายุมากขึ้น คุณแม่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกัน ยกตัวอย่าง คุณแม่อายุ 72 ปียังว่ายน้ำทุกวัน สามารถกระโดดสปริงบอร์ดเล่นกับหลานๆ หรือถ้ามีปาร์ตี้ก็สามารถเต้นรำได้ถึงตี 2

“เริ่มรู้สึกว่าเป็นคนที่รักสุขภาพมากขึ้น ช่วงที่อายุย่างเข้าเลข 4 จะเหมือนแม่มาก (หัวเราะ) และอีกเหตุผลหนึ่งคือ ต้องทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นว่า เราปฏิบัติในสิ่งที่สอนเขา ไม่ใช่แค่พูด เหมือนที่เราได้เรียนรู้มาจากคุณยายและแม่ตั้งแต่เด็ก ส่งผลต่อการใช้ชีวิตทุกวันนี้”

การพักผ่อน สำหรับณวราและครอบครัวคือ การท่องเที่ยวเพราะทำให้ได้พบประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะทุกสถานที่ท่องเที่ยวต่างมีความเป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง แต่ละปีครอบครัวนี้จะเดินทางไปต่างประเทศ เฉลี่ยปีละ 8 ทริป ที่ละ 2 สัปดาห์ แต่ถ้ากลับนอร์เวย์จะอยู่ยาว 2 เดือน

"เวลาไปเที่ยวเราได้รับออกซิเจนเยอะ ยิ่งถ้าไปนอร์เวย์จะรู้สึกสดชื่น อากาศสะอาดมาก"

ด้วยความที่เป็นครอบครัวนักเดินทาง เมื่อถึงช่วงเวลาปิดเทอม ลูกจึงไม่เคยอยู่บ้านเลย เพราะต้องเดินทางกับพ่อแม่ เธอตั้งใจเลี้ยงลูกให้เป็นคนของโลก เขาจะได้เข้าใจและเห็นโลกในมุมที่กว้างขึ้น สามารถเล่นกับเด็กได้ทุกที่อย่างสนุกสนาน

แม้ลูกๆ ของเธอจะไม่ใช่เด็กไทย แต่มีความเป็นไทยมากเมื่อเทียบกับเด็กไทยแท้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอสอนลูกในแบบคนไทยและใช้ภาษาไทยพูดคุยกับลูก ทำให้ลูกสาวทั้งสองคนซึมซับความเป็นไทยมากเป็นพิเศษ เพราะใกล้ชิดกันตั้งแต่เด็ก

“สมัยก่อนตอนที่ลูกยังเล็ก พอ 3 โมงเย็นต้องอยู่บ้าน เพราะลูกกลับจากโรงเรียน โชคดีที่สปาอยู่ใกล้บ้าน ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่เปิดสาขาเพิ่ม เพราะจะได้ดูแลลูกได้ใกล้ชิด สามารถบริหารจัดการเวลาง่าย แต่เดี๋ยวนี้ลูกๆ โตขึ้น ถ้างานไม่เสร็จ อาจอยู่ทำงานถึง 6 โมงเย็นค่อยกลับบ้าน แต่เสาร์อาทิตย์ลูกไม่เรียนพิเศษ เราจะไปบ้านต่างจังหวัดอยู่ที่ตำบลบางเสร่ มีสวนสมุนไพรอยู่ค่ะ”

หลายคนคิดว่า นักธุรกิจหญิงบุคลิกอ่อนหวานเรียบร้อยคนนี้ จะมีเสน่ห์ปลายจวักในการปรุงอาหารมัดใจสามี แต่จริงๆ แล้วเธอไม่ได้ไม่เกิดมาเพื่อเป็นแม่บ้านทำกับข้าว ซึ่งตรงข้ามกับบุคลิก โชคดีที่สามีไม่ได้คาดหวังให้ภรรยาเป็นแม่ศรีเรือน เพราะเขาต้องการคู่คิดมากกว่าแม่บ้าน ตามปกติที่บ้านเธอจะมีแม่บ้าน หรือเวลาไปต่างประเทศนานๆ จะพาแม่บ้านไปด้วย

หนทางสู่ความสุขแบบยั่งยืน

ด้วยความมุ่งมั่นทำให้ลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติสัมผัสได้ถึงคุณภาพและความละเมียดละไมในการให้บริการ จนกลายเป็นลูกค้าประจำมาตลอดระยะเวลา 5 ปีที่เธอลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องต้นทุนค่าเช่า ในอนาคตมีแผนการที่จะลงทุนทำผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกสำหรับใช้ในสปา

ณ วันนี้ เธอเป็นนักธุรกิจที่ต้องแบกรับความเสี่ยง ความรับผิดชอบมากมาย แต่เธอไม่ได้ละเลยกับการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจ

“ผึ้งเป็นคนปล่อยวางได้ ถ้าผลออกมาไม่ดี มีปัญหาก็ไม่เป็นไร หรือเวลาที่ไปต่างประเทศก็จะตัดงานได้ไม่กังวลว่า พนักงานจะทำดีหรือไม่ จะทำเหมือนที่สั่งงานไว้หรือไม่ ทุกอย่างปล่อยวาง ถ้ามีปัญหาค่อยกลับมาแก้ไขกัน เพราะเป็นคนปล่อยวางง่าย จึงไม่ค่อยเครียด ยิ่งปัจจุบันเริ่มหัดนั่งสมาธิสวดมนต์ค่ะ”

ณวรา เล่าว่า เพื่อนๆ ที่รู้จักมักทักว่า ดูเด็กซึ่งอาจเป็นเพราะเธอไม่เก็บความทุกข์ไว้นาน ไม่เคยคิดคาดหวังว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร แต่โชคดีมากที่มาถึงวันนี้ เพราะพูดได้เต็มปากว่า มีความสุขมาก แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไร สมมติว่าถ้าวันหนึ่งต้องหย่าร้างสามีก็จะทำใจปล่อยวางได้ และคงกลับไปสอนหนังสือเหมือนเดิมอย่างมีความสุข

หรือถ้าลูกโตแล้วอาจกลับไปสอนหนังสือ เพราะเป็นงานที่รักและ รู้สึกสนุกกับการสอนเด็กๆ

ส่วนธุรกิจสปาถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว เหตุผลที่ทำเพราะรัก ขอแค่มีเงินจ่ายค่าจ้างพนักงานก็โอเคแล้ว ในความรู้สึกของเธอการทำธุรกิจสปายังเป็นช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีโอกาสที่เติบโตและประสบความสำเร็จไปได้อีกมาก แต่คงต้องรอจังหวะโอกาส สภาพเศรษฐกิจ เป็นแรงช่วยผลักดัน

เมื่อถามถึงเป้าหมายในชีวิต ณวรา (หัวเราะ) พร้อมกับบอกว่า ทุกวันนี้ก็มีความสุขมากแล้ว จึงคิดว่าถ้ามีคนที่ไว้ใจได้มาช่วยดูแลธุรกิจสปาน่าจะดี เพราะโดยส่วนตัวชอบอยู่บ้านมาก ซึ่งเป็นกันทั้งบ้าน สามีก็เป็น ฉะนั้น หากธุรกิจสปามีคนดูแลหน้าร้านให้จะดีมาก

“ปัจจุบันในส่วนงานหลังร้านเรียบร้อยแล้ว เพราะส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่รู้จักกันเป็นอย่างดี สามารถพูดคุยและดูแลได้อย่างใกล้ชิด ก็เป็นความสุขในอีกรูปแบบหนึ่ง” ยืนยันถึงความสุขที่อบอวลอยู่รอบๆ ตัวเธอคนนี้