วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ไตรรัตน์” โยนกลับนายกฯ ปมเก้าอี้ประธาน กสทช. ชี้การจัดประชุมบอร์ดทำตามหน้าที่สำนักงานฯ

“ไตรรัตน์” ทำหนังสือแจงนายกฯ ปมจัดประชุม กสทช. 1-2 ต.ค. อ้าง “นพ.สรณ” ยืนยันยังเป็นประธานและสั่งให้ดำเนินการตามระเบียบ ย้ำสำนักงานทำหน้าที่ธุรการ ไม่ได้วินิจฉัยสถานะทางกฎหมาย ชี้หากต้องการคำตอบชัดเจน ควรสอบถาม “หมอสรณ” โดยตรง

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ บอร์ด กสทช. ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่ สทช 2103/47507 ถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 1-2 ตุลาคม 2569 โดยยืนยันว่า สำนักงาน กสทช. ดำเนินการตามคำสั่งของ ประธาน กสทช. ซึ่งยังคงยืนยันสถานะการดำรงตำแหน่งของตนเอง

พร้อมระบุว่า หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องการทราบเหตุผลเกี่ยวกับสถานะประธาน กสทช. และการใช้อำนาจเรียกประชุม ควรสอบถาม นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ โดยตรง เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจของประธาน กสทช. โดยเฉพาะ

หนังสือฉบับดังกล่าวมีขึ้นภายหลัง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีหนังสือถึงนายไตรรัตน์ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี ให้ชี้แจงเหตุผลกรณีสำนักงาน กสทช. ดำเนินการเชิญประชุม กสทช. ในวันที่ 1 และ 2 ตุลาคม 2569 ตามคำสั่งของ นพ.สรณ ภายหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา ยกฟ้องคดีที่ นพ.สรณ ยื่นขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งระบุว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติในการเป็นกรรมการ กสทช. และสละสิทธิการเข้ารับตำแหน่งไปแล้ว

ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช. และอำนาจในการเรียกประชุมคณะกรรมการ หลังคำพิพากษาศาลปกครองกลาง โดยเฉพาะการที่สำนักงาน กสทช. ยังคงดำเนินการตามคำสั่งเรียกประชุมของ นพ.สรณ ขณะที่กรรมการ กสทช. อีก 6 คนได้ดำเนินการจัดประชุมแยกต่างหาก

 

“ไตรรัตน์” โยนกลับนายกฯ ปมเก้าอี้ประธาน กสทช. ชี้การจัดประชุมบอร์ดทำตามหน้าที่สำนักงานฯ

“ไตรรัตน์” โยนกลับนายกฯ ปมเก้าอี้ประธาน กสทช. ชี้การจัดประชุมบอร์ดทำตามหน้าที่สำนักงานฯ

ในหนังสือชี้แจง นายไตรรัตน์ระบุว่า ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำนักงาน กสทช. มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่สนับสนุนและรับผิดชอบงานธุรการของ กสทช. โดยมีเลขาธิการ กสทช. เป็นผู้รับผิดชอบการปฏิบัติงานของสำนักงานภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

สำหรับการจัดประชุม กสทช. ถือเป็นภารกิจหนึ่งที่สำนักงานต้องอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

นายไตรรัตน์ ชี้แจงว่า การประชุมเมื่อวันที่ 1-2 ตุลาคม 2569 สำนักงาน กสทช. ดำเนินการตามบทบาทด้านธุรการ โดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า นพ.สรณ ยังคงเข้าปฏิบัติหน้าที่และแจ้งยืนยันว่าตนยังดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. พร้อมมีข้อสั่งการให้สำนักงานดำเนินการเกี่ยวกับการจัดประชุมตามระเบียบ กสทช. ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมคณะกรรมการ กสทช. พ.ศ. 2555 ซึ่งกำหนดให้ประธาน กสทช. เป็นผู้กำหนดนัดประชุม

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานจึงดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวภายใต้ขอบเขตหน้าที่ในการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านธุรการ โดยไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มใช้อำนาจกำหนดการประชุม หรือใช้อำนาจวินิจฉัยรับรองสถานะทางกฎหมายของบุคคลใด

ส่วนกรณีที่สำนักงาน กสทช. จัดประชุมหารือภายในเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการประชุมของกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน นายไตรรัตน์ ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามบทบาทของสำนักงานในฐานะหน่วยงานธุรการ ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของกรรมการ กสทช. ทุกคนอย่างเสมอภาค เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญในหนังสือชี้แจงครั้งนี้ คือการระบุว่า สำนักงาน กสทช. ไม่อยู่ในฐานะที่จะชี้แจงแทนประธาน กสทช. ในเรื่องสถานะการดำรงตำแหน่งภายหลังศาลมีคำพิพากษา รวมถึงเหตุผลในการพิจารณากำหนดนัดประชุมได้อย่างครบถ้วน โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีขอคำชี้แจงจาก นพ.สรณ โดยตรง

หนังสือระบุว่า ประเด็นเกี่ยวกับสถานะการดำรงตำแหน่งของประธาน กสทช. ภายหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา ตลอดจนเหตุผลในการพิจารณากำหนดนัดประชุม กสทช. เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่และการพิจารณาใช้อำนาจของประธาน กสทช. โดยตรงเช่นกัน

ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาของนายกรัฐมนตรีได้รับข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนรอบด้าน จึงเห็นควรให้พิจารณาขอรับคำชี้แจงในประเด็นดังกล่าวจากประธาน กสทช. โดยตรงตามที่เห็นสมควร

นายไตรรัตน์ ยังยืนยันในตอนท้ายว่า การดำเนินการของสำนักงาน กสทช. เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ด้านธุรการเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการภายใต้ขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย มิได้มีวัตถุประสงค์หรือเจตนาขัดหรือแย้งต่อคำพิพากษาของศาล และไม่ใช่การใช้อำนาจวินิจฉัยหรือรับรองสถานะทางกฎหมายของบุคคลใด โดยสำนักงานยังคงยึดถือกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และคำพิพากษาของศาลเป็นสำคัญ