"พล.ท.เกษม" แม่ทัพน้อยที่3 นำบูรณาการทำลายฝิ่น ชี้อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่เป็นพื้นที่เสี่ยง
กองทัพภาคที่ 3 แถลงแผนควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น-ตัดทำลายไร่ฝิ่น ปี'58 ในพื้นที่ 6 จังหวัดของภาคเหนือ เผยอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่เสี่ยง เน้นตัดทำลายในทุกพื้นที่ควบคู่ความปลอดภัยการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมนำการบูรณาการด้านการข่าวกับทุกภาคส่วน-มาตรการบังคับใช้กฎหมาย กดดันผู้ปลูกฝิ่น เผยแนวโน้มมีการปลูกฝิ่นเพิ่ม เหตุราคาราคาสูง-สภาพภูมิประเทศเอื้อ
วันที่ 28 พ.ย. ที่ห้องประชุมทองจัตุ กองกำลังผาเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พล.ท.เกษม ธนาภรณ์ แม่ทัพน้อยที่ 3 รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานประชุม แถลงแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น และการตัดทำลายไร่ฝิ่นประจำปี 2558
การประชุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการและการประสานงานกับส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมและการตัดทำลายไร่ฝิ่น เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับงานด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนข้อมูล การกำหนดเป้าหมาย การประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับราษฎรชาวไทยภูเขา ที่ลักลอบปลูกฝิ่น และการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิดกฎหมาย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา รวมทั้งขจัดเงื่อนไขในพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้พื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นลดลงหรือหมดไป
พล.ท.เกษม กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 3 ได้ทำการจัดตั้งกองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาคที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ปี 58 ที่จังหวัดเชียงใหม่
เพื่อควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น และการตัดทำลายไร่ฝิ่น โดยได้มีการจัดประชุมแถลงแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ปี 58 พื้นที่ปลูกฝิ่นบนที่สูงในพื้นที่ 6 จังหวัดของภาคเหนือ โดยเน้นย้ำการเข้าตัดทำลายในทุกพื้นที่และในเรื่องความปลอดภัยการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่อีกทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเน้นมาตรการด้านการข่าว ให้บูรณาการด้านการข่าวกับทุกภาคส่วน และมาตรการบังคับใช้กฎหมาย
นอกจากนั้น กำหนดให้มีมาตรการการตัดทำลายที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่วนงานประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะการใช้สถานีวิทยุชุมชนซึ่งมีเกือบทุกชุมชน หรือการใช้สื่อต่างๆ รวมถึงการประชุมในระดับอำเภอหรือหมู่บ้านให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ทั้งนี้ให้มีการบูรณาการและประสานงาน ร่วมกับตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะทำให้การดำเนินงานได้ผลมากที่สุด
ทางด้านสถานการณ์ปัจจัยที่ทำใหมีการปลูกฝิ่นเนื่องจากปัจจัยของสภาพภูมิประเทศที่พื้นที่ปลูกฝิ่นอยู่บนพื้นที่สูง ทำให้มีการลักลอบปลูกและกระจายการปลูกเป็นพื้นที่เล็กๆทำให้การเข้าปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ค่อนข้างลำบาก อีกทั้งสภาพภูมิอากาศ แรงจูงใจเกี่ยวกับราคาฝิ่นดิบที่ค่อนข้างสูง มีราคาจ๊อยละประมาณ 150,000 - 180,000 บาท( 1.6 กิโลกรัม ) ทำให้มีการลักลอบปลูกฝิ่นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม พื้นที่เสี่ยงในการปลูกฝิ่นจำนวนมากยังคงอยู่ในพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ โดยสถานการณ์การลักลอบปลูกฝิ่นในปี 2556 พบว่ามีประมาณ 1,900 ไร่ และในปี 2557 จากการสำรวจปัจจัยต่างๆคาดว่าพื้นที่ปลูกฝิ่นมีจำนนวนลดน้อยลงร้อยละ 20-30 เนื่องจากปัจจัยทางสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการปลูกฝิ่น อีกทั้งกองทัพภาคที่ 3 ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาคที่ 3 พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าดำเนินการตัดทำลาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง









