เจ้าแม่เงินกู้ชาวเมียนมาร์ตายปริศนากลางหุบเขา หลังหายตัวออกจากบ้าน ครอบครัวตามหาจนพบกลายเป็นศพ
พ.ต.ต.ลาภ คำภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.พะโต๊ะ รับแจ้งเหตุคนเสียชีวิตที่กลางหุบเขา ม.6 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท. เฉลิมพร แฝงจันทร์ สวส. พ.ต.ท.มารุต บุญช่วย สว.สส. ชุดสืบสวนและหน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวนพะโต๊ะ รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุกลางหุบเขาห้วยบอน ม.6 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นภูเขาสูงชันรอยต่อระหว่างจังหวัดชุมพรกับจังหวัดระนองเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยต้องเดินเท้าเข้าไปเนื่องจากรถไม่สามารถเข้าไปได้เมื่อเดินไปได้เพียง900เมตร พบรถจยย.ยามาฮ่าสปารค์ สีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน กพร.709 ชุมพรซึ่งเป็นรถของผู้ตายจอดอยู่ที่ข้างถนนลูกรังบริเวณเชิงเขาติดกับสวนปาล์ม จึงเข้าตรวจสอบพบว่า ห่างจากจุดที่พบรถจยย.ของผู้ตายประมาณ1กม.ใจกลางหุบเขาพบศพ นางเอ อายุ50ปี ชาวเมียนม่าร์อยู่ที่บ้านไม่มีเลขที่ในสวนปาล์ม ม.5 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
โดยสภาพศพร่างกายติดค้างอยู่กับเถาวัลย์ที่บริเวณหน้าผาในสภาพนอนคว่ำหน้า ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำลายจุดสีขาว สวมกางเกงขายาวสีเทา ร่างกายเริ่มเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ หน่วยกู้ภัยใช้เวลาเกือบ10นาทีจึงนำร่างผู้ตายขึ้นมาได้เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นหน้าผาที่มีความสูงชันเกือบ30เมตร อีกทั้งยังมีฝนตกลงมาอย่างหนักและมีน้ำป่าไหลบ่าลงมา โดยได้นำศพไปชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลพะโต๊ะ เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานว่านางเอน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3วัน แต่ไม่สามารถระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิตหรือบอกได้ว่ามีบาดแผลตรงไหนบ้างเนื่องจากศพมีการเน่าเปื่อย จึงต้องส่งศพนางเอส่งไปชันสูตร ที่โรงพยาบาลจังหวัดสุราษฏร์ธานีเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง
สอบสวนนายจอว์ อายุ35ปี สามีผู้ตาย ทราบว่า นางเอมีอาชีพปล่อยเงินกู้ ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า และเสื้อผ้าเป็นเงินผ่อน ให้กับชาวเมียนม่าร์ด้วยกันในเขตอำเภอพะโต๊ะและถือได้ว่าเป็นคนค่อนข้างมีฐานะ จนได้ชื่อว่า "เจ้าแม่เอ" ซึ่งได้หายไปจากบ้านตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่24 ต.ค.ที่ผ่านมาโดยบอกกับตนเองว่าจะไปขายของและเก็บเงินลูกหนี้ หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลยจึงร่วมกับญาติๆออกตามหามาโดยตลอดแต่ก็ไม่พบจนกระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมามีคนไปพบรถจยย.ของผู้ตายจอดอยู่ที่บริเวณดังกล่าวจึงช่วยกันออกค้นหานานเกือบชั่วโมงจึงพบศพนางเอจึงแจ้งตำรวจ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้ว่านางเอถูกฆาตกรรมหรือไม่เพราะต้องรอผลพิสูจน์จากแพทย์โดยละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งได้ตั้งข้อสังเกตุว่าจุดที่พบศพนางเอ เป็นเส้นทางที่มักจะมีแรงงานต่างด้าวใช้เป็นเส้นทางหลบเลี่ยงการตรวจค้นของด่านตรวจของทหาร อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป








