พระฉาวมีรูปโพสต์ภาพจับของลับชายหนุ่ม ยังกบดานเงียบ
พระเจ้าสำนักสงฆ์ ในตำบลสร้างค้อ อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ที่มีภาพโพสต์ขึ้นในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค จนมีชาวเน็ตต่างเข้ามาลุมจวกยับกบดานเงียบ หลังนายอำเภอ และ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา เข้าตรวจสอบ พบที่ตั้งของสำนักสงฆ์ ไม่มีในทะเบียน และอาจมีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ
จากการที่มีภาพของชายหัวโล้น รูปร่างท้วม ห่มผ้าเหลืองนอนจับของลับของชายหนุ่มในลักษณะเปลือยท่อนล่าง ปรากฏในโลกโซเซียลเน็ตเวิร์ค จนเป็นที่โจษขานและมีการโพสต์ข้อความด่าอย่างหยาบคายว่าทำให้พุทธศาสนาเสื่อม โดยข้อความในโพสต์ จากเฟสบุ๊ค ในผู้ที่ชื่อว่า เล็ก ศรีคะรัตน์ โดยมีข้อความระบุว่าเป็น พระวัดถ้ำผาย้อย บ้านชมภูพาน ตำบลสร้างค้อ อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร
หลังจากชาวโซเชียลนำข้อมูลต่างๆแชร์และวิจารณ์กันอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ ร้อยโทปรินชัย สอนซื่อ นายอำเภอภูพาน ได้เดินทางไปตรวจสอบยัง สำนักสงฆ์วัดถ้ำผาหยาด ม.5 ต.หลุบเลา อ.ภูพาน เนื่องจากพระที่ปรากฏในภาพจำวัดอยู่ที่สำนักสงฆ์ดังกล่าว แต่ปรากฏว่าพระรูปนี้ไม่อยู่ และไม่ทราบเดินทางไปไหน หรือ ออกจากพื้นที่ไปเมื่อไหร่ จึงได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.หลุบเลา นำพระเข้าพบ ในวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม นี้ เพื่อแก้ข้อกล่าวหา เนื่องจากภาพที่ปรากฏนั้นอยู่ในลักษณะของการเสพเมถุน ซึ่งผิดวินัยสงฆ์ถึงขั้นปราชิก จะต้องมีการตรวจสอบถึงการก่อตั้งสำนักสงฆ์ ว่าได้ขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว พบว่าไม่มีการขออนุญาตใช้พื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ
ต่อมาเวลา 14.00น. ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถาม พระครูปคุณสิริธรรม เจ้าอาวาสวัดหลุบเลา และเจ้าคณะอำเภอภูพาน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีผู้ปกครองของสามเณรรูปหนึ่ง เข้าร้องเรียนว่าพระดังกล่าว มีพฤติกรรมชอบ ตุ๋ยพระและเณร จึงเข้าไปสอบสวน ร่วมกับเจ้าคณะตำบล 4 รูป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีภาพถ่ายเป็นหลักฐานยืนยัน ซึ่งพระรูปดังกล่าวบอกว่า ไม่ใช่ภาพของตนและมีการตัดต่อภาพขึ้นมาเพื่อทำลายชื่อเสียง และภาพดังกล่าวไม่ได้ถูกถ่ายในบริเวณวัดหรือสำนักสงฆ์ แต่เป็นการถ่ายที่อื่น อย่างไรก็ตาม การที่พระสงฆ์จะมาตั้งสำนักขึ้นที่ใด จะต้องแจ้งแก่ผู้ดูแล เช่น เจ้าคณะตำบล หรือเจ้าคณะอำเภอก่อน การเข้ามาตั้งสำนักสงฆ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงชมพูพาน จะต้องได้รับการอนุญาตจาก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี ซึ่งดูแลพื้นที่อยู่
“เมื่อสอบถามว่ามีใบสุทธิหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่ามีแต่อยู่ที่อื่น และถามว่าบวชมาแล้วกี่พรรษา ก็ได้รับคำตอบว่า 7 พรรษา อาตมายังสงสัยว่า บวชมาตั้ง 7 พรรษา จะไม่มีใบสุทธิได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งจะต้องค่อยๆ ดำเนินการ เพราะทำให้ศาสนามัวหมอง เรื่องนี้ผู้อำนวยการสำงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสกลนคร เข้ามาพบแล้ว และจะหาวิธีดำเนินการต่อไปเพื่อนำความจริงมาเปิดเผย พร้อมกับเรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างๆเข้ามาให้ข้อมูลให้ครบและรอบด้านเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย "เจ้าคณะอำเภอกล่าว
ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปตรวจสอบในเฟสบุ๊คของผู้ใช้ชื่อว่า เล็ก ศรีคะรัตน์ ที่เป็นผู้นำภาพดังกล่าวมาโพสต์เป็นบุคคลแรก ได้ปิดเฟสบุ๊คไปแล้ว แต่ยังคงมีการแชร์ข้อมูลดังกล่าวอย่างต่อเนื่องของชาวเน็ต ซึ่งยังคงมีการวิจารณ์ถึงกรณีที่เกิดขึ้นกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่ โดยในส่วนอื่นๆต้องรอความชัดเจนจากหลายฝ่ายต่อไป









