คลังสำรองเพิ่ม "5พันล้าน" จ่ายชาวนาขึ้นทะเบียนล้น ชาวนาคึกคักรับเงินพันบาท/ราย วันแรก
"ธ.ก.ส." แจงจ่ายเงินชาวนาวันแรก 5 หมื่นรายกว่า 500 ล้านไร้ปัญหา คาดเดินเครื่องจ่ายเต็มระบบ เงินถึงมือชาวนาเฉลี่ยวันละ 3 พันล้านบาท ด้าน "รมว.คลัง" สั่งติดตามข้อมูลใกล้ชิด หากจำนวนชาวนาเกินพร้อมเพิ่มวงเงิน สำรองอีก 5 พันล้าน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ต่อครัวเรือน ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันแรกวานนี้ (20 ต.ค.) ใน 8 จังหวัดนำร่อง คือ ลพบุรี มหาสารคาม ศรีสะเกษ ขอนแก่น สุรินทร์ พิจิตร กำแพงเพชร และพิษณุโลก
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาในวันแรก เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยได้จ่ายเงินให้เกษตรกร 1.43 หมื่นราย วงเงินรวม 176.1 ล้านบาท เป็นข้อมูลผลการขึ้นทะเบียนที่ผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนล่าสุด ณ เวลา 22.00 น. ของวันที่19 ต.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม จะอัพเดทข้อมูลทุก 2 ชั่วโมง ก่อนปิดระบบ เวลา 22.00น.ของทุกวัน ซึ่งในวันแรกของการจ่ายเงิน คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินให้ชาวนาได้ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นราย คิดเป็นเงินประมาณ 500 ล้านบาท และหากระบบการตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรเดินเต็มที่ ธ.ก.ส. จะจ่ายให้เงินให้เกษตรกรได้ประมาณวันละ 3 พันล้านบาททั่วประเทศ ภายในเดือนต.ค.นี้ จะจ่ายเงินได้ประมาณ 1หมื่นล้านบาท ที่เหลืออีก 3 หมื่นล้านบาท จะจ่ายหมดภายในเดือน พ.ย.นี้
นายลักษณ์ กล่าวต่อว่า คาดจะมีชาวนาได้รับเงินช่วยเหลือ 3.49 ล้านครัวเรือน ส่วนใหญ่ มีที่นาทำกินไม่เกิน 15 ไร่ ประมาณ 45% โดยตัวเลขชาวนา เป็นการประเมินจากฐานข้อมูลชาวนาที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรเมื่อปี 2554-55 เมื่อคำนวณเป็นเงิน 40,096 ล้านบาท แต่เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้วงเงินช่วยเหลือไว้ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท เผื่อมีจำนวนชาวนามากกว่าที่ประเมิน
"หากมีจำนวนชาวนามาขอใช้สิทธิมากกว่าที่มีการประเมิน ก็มีวงเงินที่เตรียมไว้แล้ว โดยนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ด ได้สั่งการให้ธนาคารติดตามข้อมูลการขึ้นทะเบียนอย่างใกล้ชิด หากมีแนวโน้มว่าตัวเลขชาวนาเพิ่มและเงินไม่พอ ให้รีบนำเสนอ เพื่อจะได้เตรียมการแต่เนิ่น"
ทั้งนี้การช่วยเหลือชาวนา เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2557 เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะ 3 เดือนแรก ในส่วนมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยทุกครัวเรือนจำนวนทั้งสิ้น 3.49 ล้านครัวเรือน พื้นที่ปลูกข้าวนาปีจำนวน 63.8 ล้านไร่ คิดเป็นวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท โดยการให้เงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท แก่ชาวนาที่จดทะเบียนไว้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเปิดบัญชีไว้กับ ธ.ก.ส.
นายสมจิตร ธีระบุญชัย เกษตรกร จ.กำแพงเพชร เปิดเผยว่า ที่มีการเกรงกันว่าจะมีนายทุนมาหาผลประโยชน์ด้วย ทาง ครม.แจ้งมาว่าทุกพื้นที่ต้องกรองข้อมูลให้ชัดเจน เพราะเกรงว่าจะมีการสวมสิทธิ์ โดยให้ตั้งคณะกรรมการตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบลจนถึงหมู่บ้าน ให้คณะกรรมการตรวจสอบให้ละเอียดก่อนจึงรับรองมา และขณะนี้ยังไม่พบปัญหาการสวมสิทธิ์
ขณะที่ ธ.ก.ส.ลพบุรี พล.ต.พิชิต ฟูฟุ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13 พร้อมด้วยนายนำชัย พรหมมีชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกันทำพิธีมอบเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ 1,000 บาท ให้กับเกษตรกรผู้ทำนา ในเขต จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดแรกของประเทศ ที่มีการมอบเงินช่วยเหลือชาวนา คาดว่าจะมีเกษตรกรผู้ทำนา ได้รับผลประโยชน์ 25,538 ครัวเรือน วงเงินชดเชย จำนวน 380 ล้านบาท
นายประพันธ์ บุญวิวัฒนานนท์ ผอ.ธ.ก.ส.จ.ลพบุรี กล่าวว่า มาตรการ คสช.ได้มีมติ ให้ ธ.ก.ส.เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกร ที่อยู่ระหว่างดำเนินการคือ โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการผลิตแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2557/58 ร้อยละ 3 ต่อปี ของเงินกู้รายไม่เกิน 5 หมื่นบาท ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โดยให้กู้รายละไม่เกิน 3 แสนบาท โดยไม่เสียดอกเบี้ย ใช้ผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิ และข้าวเหนียวเป็นหลักประกันในอัตราร้อยละ 80 ของราคาตลาด ชำระภายใน 4 เดือน ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร และโครงการประกันภัยข้าวนาปี เพื่อชดเชยแก่เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติ









