วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับแก๊งสกิมเมอร์เครือข่ายใหญ่จากรัสเซีย

จับหนุ่มรัสเซียหนึ่งในแก็งค์สกิมเมอร์ พบนำบัตรปลอมจากรัสเซียมากดเงิน มูลค่าเสียหายกว่า 1 แสนบาท

บริเวณชั้น 1 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ รรท.ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ประกอบด้วย พ.ต.อ.พีรยุทธ การะเจดีย์, พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย, พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ และพ.ต.อ.วิฑูรย์ กองสุดใจ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน รอง ผกก.กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สภ.กมลา แถลงข่าวการจับกุม นาย Nicolai Petrishin อายุ 27 ปี สัญชาติรัสเซีย หนังสือเดินทางเลขที่ 73 3548377 พร้อมของกลาง ประกอบด้วย บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม จำนวน 29 ใบ ผ้าปิดปากปิดจมูกสำหรับกันฝุ่น กระเป่าสะพายสีน้ำเงิน หนังสือเดินทาง เสื้อแขนยาว (สวมใส่ขณะก่อเหตุ) หมวกสีดำ (สวมใส่ขณะก่อเหตุ) เอกสารการแจ้งเข้าพักของแห่งหนึ่งในพื้นที่กมลา กระดาษจดบันทึกรหัสของบัตร ตั๋วเครื่องบินมอสโค-ภูเก็ต และรองเท้าที่ใส่ขณะก่อเหตุ โดยจับได้ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 5 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้ง 2 ข้อกล่าวหา คือ มีไว้เพื่อนำไปใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม และมีไว้เพื่อนำออกไปใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ

สำหรับการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับการประสานข้อมูลจากธนาคารกสิกรไทย ว่า ในช่วงระว่างวันที่ 29-30 กันยายน และวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีชายซึ่งเชื่อว่าเป็นชาวต่างชาติได้นำเอาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นบัตรปลอมตะเวนกดเงินจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทยในพื้นที่ ต. กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กมลาได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดภูเก็ตทำการสืบสวนสอบสวน จนทราบว่าผู้ต้องหามักจะออกก่อเหตุช่วงประมาณ 02.00 น. ของแต่ละวัน จนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ MR.NICOLAI PETRISHIN สัญชาติรัสเซีย อายุ 27 ปี พักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.กมลา จึงได้วางแผนและนำกำลังเข้าจับกุมได้พร้อมของกลางดังกล่าว โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา

จากการสอบสวนผู้ต้องหาเปิดเผยว่า เพิ่งเข้ามาประเทศไทยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 28กันยายนที่ผ่านมา มีกำหนดเดินทางกลับวันที่ 11 ตุลาคมนี้ โดยก่อนเดินทางมาได้รับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวจากเครือข่ายในรัสเซียจำนวนประมาณ 45-50ใบ เมื่อมาถึงจังหวัดภูเก็ตก็ได้นำออกตะเวนกดเงินในพื้นที่ กมลา แต่มีบัตรส่วนหนึ่งไม่สามรถกดเงินได้ จึงนำไปทิ้งลงน้ำระหว่างเดินทางกลับที่พัก และเมื่อกดเงินได้ก็ต้องส่งเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้ที่นำบัตรมาให้ที่รัสเซียตามที่ตกลงกันไว้ เงินที่ได้มานั้นเขาก็เอาไปซื้อสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งพบว่ามีของใหม่ๆ อยู่ภายในห้องพักหลายรายการ

พล.ต.ต.พชร กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่ามีการนำบัตรดังกล่าวไปกดเงิน และมีความเสียหายกว่า 1 แสนบาท และจำนวนเงินที่มีการกดของมานั้นเป็นเงินตามบัตรของชาวรัสเซียทั้งหมด ส่วนการเฝ้าระวังนั้นทางเจ้าหน้าที่ธนาคารก็จะมีการประสานมายังตำรวจเมื่อพบความผิดปกติ และทางเจ้าหน้าที่จะได้มีการติดตามหาผู้ก่อเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เหตุที่ส่วนใหญ่พบเป็นชาวรัสเซีย เนื่องจากสามารถเดินทางเข้ามาได้ง่าย โดยใช้วีซ่าออนอะไรเวอร์