ชาวบ้านอุตรดิตถ์ เข้าป่าหากบ-ปูผา โชคร้ายถูกหมีหมาหวงลูก ขย้ำต้องเย็บใบหน้ากว่า100เข็ม อาการปางตาย
ที่ชั้น 5 หอผู้ป่วยศัลกรรมอุบัติเหตุ อาคารอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ เตียงผู้ป่วยที่ 32 นางมะลิ อินทะ อินปาจร อายุ 44 ปี ชาวบ้านต้นแดง ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ นั่งเฝ้า ดูแลปรนนิบัติ ด้วยความวิตกกังวล เป็นห่วงอาการของนายลวด อินปาจร อายุ 50 ปี สามีซึ่งแพทย์ได้ทำการผ่าตัดและเย็บบริเวณใบหน้า หูข้างขวา มากกว่า 100 เข้ม หลังได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสจากถูกหมีหมา หรือหมีอกด่าง ไล่ขย้ำ ขณะเข้าป่าห้วยขุนสาย เหนือหมู่บ้านเพื่อ จับกบและปูผา มารับประทานและขายสร้างรายได้
นางมะลิ กล่าวว่า นายลวด ซึ่งเป็นสามี และเพื่อนบ้านอีก 1 คน จะเข้าป่าไปยังห้วยขุนสาย เป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงนี้ปลายในต้นหนาว กบและปูผา มีจำนวนมากจึงต้องการจับมาเพื่อรับประทาได้มากก็แบ่งขายเพื่อบ้าน ที่ผ่านมาได้วันละ 10-20 กิโลกรัม ทุกครั้งที่เข้าป่ามีเพียงมีด อุปกรณ์แสงสว่างที่ใช้ส่องกบและปูผา และกระสอบปุ๋ย 1 ใบ
จากนั้นเวลาประมาณ 02.00 น.วันที่ 28 กันยายน นายลวดถูกเพื่อนบ้านหามออกจากบ้าน มายังหมู่บ้านในสภาพเลือดท่วมตัว เสื้อผ้าฉีกขาด ใบหน้าเละ จนแทบจำไม่ได้ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลท่าปลา และ ถูกส่งต่อมายังโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ แพทย์ใช้เวลาในการผ่าตัดและเย็บแผลที่ใบหน้านานถึง 4 ชั่วโมง อาการปัจจุบันพ้นขีดอันตราย แต่ยังมีเลือดไหลออกจากตาข้างขวา จึงไม่มั่นใจว่าจะสูญเสียการมองเห็นหรือไม่
นางมะลิ กล่าวว่า เพื่อนบ้านเล่าว่า ขณะที่นายลวดกำลังส่องกบและปูผา ในลำห้วยขุนสาย เป็นจังหวะที่ขาทั้ง 2 ข้างจมโคลน หนีไม่ทัน หมีหมา หรือ หมีออกด่าง แม่ลูก 2 ตัว สูงประมาณ 1 เมตร ได้ลงมากินน้ำ เกิดอาการหวงลูก กระโดดตะปบจนล้มลง และใช้กรงเล็บขย้ำเข้าที่ใบหน้า หู ก่อนที่จะใช้คมเขี้ยวกัดเข้าที่ขาข้างซ้าย และแขนข้างขวา นายลวดพยายามดิ้นรนต่อสู้ เพื่อหนีเอาชีวิตรอด จนใช้มือทั้ง 2 ข้างจับและฉีกปากหมี ร้องเสียงดังด้วยอาการเจ็บปวด วิ่งหนีเข้าป่าไปพร้อมกับลูก จากนั้นเพื่อนบ้านที่ไปด้วยเข้าช่วยพากันเดินเท้าออกจากป่าระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร อย่างทุลักทุเล
ทั้งนี้ อาการล่าสุดของสามีดีขึ้น แต่แผลยังบวมและปวด เนื่องจากแพทย์เย็บตามใบหน้า มากกว่า 100 เข้ม เพียงเฉพาะรอบปาก 75 เข้ม กระดูกจมูกหักจากแรงขย้ำ ของหมีหมา ดวงตายังมีเลือดไหลตลอดเวลา ต้องรอแพทย์ตรวจรักษาอย่างละเอียด หวั่นจะสูญเสียหารมองเห็น ตามลำตัวมีแผลถลอกจากรอยกรงเล็บ โชคดีที่รอดชีวิตกลับมา จึงอยากเตือนให้คนทั่วไปว่า การเข้าป่าต้องระมัดระวัง อย่าอยู่ในป่าเวลากลางคืน เพราะสัตว์ป่าส่วนใหญ่ออกหากิน ที่สำคัญสภาพป่าที่ตำบลนางพญา ยังคงสมบูรณ์ โดยเชื่อว่าหมีหมา อาศัยอยู่ ชาวบ้านเคยเห็นมาหลายครั้งแต่ไม่คิดว่าจะถูกทำร้าย
นายประสาน เอียดสังข์ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าลำน้ำน่านฝั่ง ขวา อัน เนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ด้วยความสมบูรณ์ของป่า เป็นไปได้ที่ยังคงมีสัตว์ป่าขนาดใหญ่ เช่นหมีหมา หรือชาวบ้านเรียกว่าหมีอกด่าง สำหรับลักษณะของหมีหมา เป็นหมีที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ลำตัวยาวประมาณ 1 เมตร ขนตามตัวสั้นสีดำปนน้ำตาล ขนบริเวณอกโค้งเป็นรูปตัวยู มีสีขาว นวลบริเวณตั้งแต่ตาไปจนถึงปลายจมูก มีสีค่อนข้างออกไปทางขาว หรือน้ำตาลอ่อน โดยจะออกหากินในเวลากลางคืนชอบอาศัยอยู่ในป่าทึบ มีนิสัยดุร้ายโมโหง่าย และขึ้นต้นไม้เก่ง ชอบนอนบนต้นไม้ หรือโพรงไม้สูงๆ โดยจะส่งเสียงร้องคล้ายกับสุนัขเวลาเห่า และจัดอยู่ในประเภทสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535









