วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โอละพ่อ!คดีรุมแท็กซี่ ปมหักหลังยาเสพติด

คดีพลิก! จากกรณีรุมทำร้ายแท็กซี่เรื่องชู้สาว กลายเป็นเรื่องหักหลังยาเสพติด ผู้ต้องหาฉี่ม่วงรับสารภาพปมแค้น

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 ก.ย.ที่ สน.บางมด พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.บางมด พ.ต.ท.ธวัชชัย ศรีสุรางค์ รอง ผกก.ป.สน.บางมด พ.ต.ท.ธนกฤต บุญเจริญ รอง ผกก.สส.สน.บางมด และ พ.ต.ต.เตชินท์ กาญจนคลอด สว.สส.สน.บางมด ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายอนิรุทธ์ หรือ “นิก” วิญญูพันธุ์ อายุ 27 ปี นายณัฐวุฒิ หรือ “บูม” บวรศุภกิจกุล อายุ 24 ปี และ นายวินัย หรือ “โหนก” วงค์ตาดี อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันทำร้ายร่างกายและร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ พร้อมของกลางกัญญาอบแห้ง 1 ห่อเล็ก และก้อนสารส้มบรรจุในถุงซิปขนาดเล็ก จำนวน 3 ถุง โดยจับกุมตัวทั้งหมดได้ที่ห้องพักของนายอนิรุทธ์ ภายในซอยจอมทอง 19 แขวงและเขตจอมทอง กทม.

พ.ต.ท.ธนกฤต เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 03.00 น.ที่ผ่านมา นายชัยรัตน์ กนกงาม อายุ 48 ปี คนขับรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีชมพูคาดเขียว ทะเบียนป้ายแดง อ 9559 กทม. ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สน.บางมด ว่า ตนเองพร้อม นายสุทิน ไทยวงศ์ อายุ 38 ปี ผู้โดยสารถูกชายฉกรรจ์หลายคนรุมทำร้ายร่างกาย ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 16 แขวงและเขตจอมทอง กทม. หลังขับรถรับนายสุทิน กับ น.ส.สมถวิล อธิสันต์บดี อายุ 31 ปี แฟนสาวของนายสุทิน ที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊กจากย่านรามอินทรามาส่ง ณ จุดเกิดเหตุ โดยระหว่างเกิดเหตุ นายสุทิน ได้ขับรถแท็กซี่ขับหนีตายอุตลุดเพื่อไปขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทั่งนำรถไปจอดที่ด่านเก็บเงินทางด่วนดาวคะนองให้กู้ภัยช่วยเหลือนำตัวส่ง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ทำการรักษาบาดแผล ส่วน น.ส.สมถวิล หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งในเบื้องต้น นายสุทิน ให้การกับตำรวจว่าน่าจะเกิดจากเรื่องชู้สาวเพราะสามีเก่าของ น.ส.สมถวิล หึงหวงประกอบกับเคยมีเรื่องกันมาก่อน

“ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัว น.ส.สมถวิล มาสอบปากคำได้จึงรู้ว่าข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น โดย น.ส.สมถวิล ยอมรับว่า เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 25 ก.ย.ได้ร่วมกันกับ นายสุทิน นำสารส้มของกลางทั้ง 3 ถุง มาหลอกเป็นยาไอซ์น้ำหนัก 1 ขีด เพื่อขายให้ นายอนิรุทธ์ ในราคา 24,000 บาท โดยนายอนิรุทธ์ นัดหมายให้นำของกลางไปส่งที่ห้องพักซอยจอมทอง 19 และจ่ายเงินให้ก่อน 2,000 บาท ต่อมาค่ำวันเดียวกัน นายอนิรุทธ์ จับได้ว่าเป็นยาไอซ์ปลอม จึงโทรศัพท์ข่มขู่ให้นำเงินมาคืนที่บ้านพักของ น.ส.สมถวิล ในซอยสุขสวัสดิ์ 16 เมื่อ น.ส.สมถวิล และ นายสุทิน นั่งรถแท็กซี่ของนายชัยรัตน์ จากย่านรามอินทรามาถึงจึงเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทจนได้รับบาดเจ็บและมีทรัพย์สินเสียหาย ตำรวจจึงติดตามไปจับกุมตัวนายอนิรุทธ์ พร้อมพวกที่ร่วมกันก่อเหตุอีก 2 คน ไว้ได้ก่อนนำตัวมาดำเนินคดีที่ สน.บางมด” พ.ต.ท.ธนกฤต กล่าว

จากการสอบสวน นายอนิรุทธ์ ยอมรับว่า ตนไม่ได้เป็นสามีเก่าของ น.ส.สมถวิล ตามที่ นายสุทิน กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่รู้จักกับ น.ส.สมถวิล มานานแล้วในฐานะเคยเป็นชาวบ้านพักอาศัยละแวกเดียวกัน ทีแรกกะจะเอาเงินที่จ่ายไป จำนวน 2,000บาทคืนแล้วจบเรื่อง แต่นึกอีกทีตนรู้สึกโกรธแค้นที่ นายสุทิน นำสารส้มมาหลอกขายให้เลยยกพวกรุมทำร้าย ส่วนกัญชาแห้งที่พบในห้องพักมีไว้เพื่อเสพเฉยๆ สำหรับ นายณัฐวุฒิ และ นายวินัย ผู้ต้องหาที่ถูกจับพร้อมกันเพราะเป็นเพื่อนสนิทกันและร่วมกันใช้มีดกับมีดทำร้ายคู่กรณีด้วยความโกรธแค้นแทนตนเท่านั้น

ด้าน พ.ต.อ.มานพ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายและร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ โดยจะนัดหมายให้โชเฟอร์แท็กซี่และเจ้าของอู่มาเรียกร้องค่าเสียหายจากการซ่อมรถอีกครั้ง ส่วน น.ส.สมถวิล ดูอาการแล้วคล้ายคนเสพยาจึงจับปัสสาวะพบเป็นสีม่วงซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่า เพิ่งเสพยาบ้ามาจริงจึงแจ้งข้อหาเสพยาบ้าส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับ นายสุทิน แฟนหนุ่มที่ถูกรุมทำร้ายเพราะนำสารส้มมาหลอกขายให้กลุ่มผู้ต้องหาและให้การสร้างความปั่นป่วนจะเรียกตัวมาสอบสวนและตรวจปัสสาวะด้วยหากพบมีฉี่สีม่วงก็จะดำเนินคดีด้วยเช่นกัน