วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังเล็งตัดทุนหมุนเวียนราชการ20%

คลังเตรียมออกกม. บริหารทุนหมุนเวียนส่วนราชการ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและเรียกเก็บเงินคืน20%เข้าคลังหลวง

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเรียกเงินคืนเข้าคลังหลวงจากทุนหมุนเวียนส่วนราชการต่างๆ ที่มีผลการดำเนินงานกองทุนไม่ดี และในทุนหมุนเวียนที่มีเงินเหลือจากการบริหารจำนวนมาก โดยกำหนดวงเงินในการเรียกคืนประมาณ 20% ของเงินทุน

ทั้งนี้ การเรียกเงินคืนเข้าคลังหลวงดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และเป็นส่วนหนึ่งของร่างพ.ร.บ.บริหารทุนหมุนเวียนที่กรมบัญชีกลางได้เสนอให้ระดับนโยบายกระทรวงการคลังได้พิจารณา โดยวัตถุประสงค์ของร่างกฎหมายดังกล่าว คือ เพื่อให้การบริหารทุนหมุนเวียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น สาระสำคัญ คือ จะกำหนดให้มีแรงจูงใจด้านผลตอบแทนของกรรมการและผู้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

"ปัญหาที่พบ คือ ส่วนราชการมักไม่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทุนหมุนเวียนนี้ เราจึงต้องเข้าไปดูแล โดยได้ส่งผู้แทนกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ เข้าไปเป็นกรรมการ เพื่อกระตุ้นการดำเนินงาน ซึ่งก็ดีขึ้น และเรายังมีระบบประเมินผล โดยใส่แผนการประเมินเหมือนรัฐวิสาหกิจด้วย และขณะนี้ เราก็ร่างเป็นกฎหมายในการบริหารทุนหมุนเวียนเลย"

เขากล่าวว่า ปัจจุบัน ส่วนราชการต่างๆ มีทุนหมุนเวียนอยู่ประมาณ 95 ทุนหมุนเวียน มีเงินอยู่ในระบบ 4 ล้านล้านบาท ซึ่งทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่จะฝากเงินในระบบสถาบันการเงิน เพื่อให้ได้รับอัตราดอกเบี้ย แต่ทางกลับกัน กระทรวงการคลังต้องไปกู้เงินมาเพื่อจ่ายให้ทุนหมุนเวียนเหล่านี้ ซึ่งต้นทุนเงินกู้จะสูงกว่าการฝากเงิน

ทั้งนี้ ทุนหมุนเวียนในเป้าหมายที่ถูกเรียกเงินคืนคลังหลวงมี 3 แห่ง ประกอบด้วย ทุนหมุนเวียนจากกองทุนสิ่งแวดล้อม กองทุนภาษีพลังงาน และกองทุนมอเตอร์เวย์ ทั้ง 3 กองทุนรวมเป็นเงินประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท

ส่วนความคืบหน้าของการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการที่มีรายได้น้อยตามนโยบาย คสช. เขากล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งจะต้องรอบคอบ เพราะข้าราชการมีหลายระดับ และมีหลายประเภท หากพิจารณาเพียงระดับเดียวจะเกิดความไม่เป็นธรรม และอาจมีข้อร้องเรียน ขณะเดียวกัน ต้องพิจารณาวงเงินที่จะมีผลกระทบต่องบประมาณรายจ่ายประจำปีด้วย

"ยังบอกไม่ได้ว่า เราจะปรับขึ้นเงินเดือนเมื่อใด เพราะยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด และต้องรอการตัดสินใจระดับนโยบาย ส่วนเงินที่จะนำมาใช้หากไม่มีรายได้เพิ่มก็คงต้องตัดจากงบประมาณ หรืออาจใช้วิธีการกู้เพิ่มเติม"

ปัจจุบัน แต่ละเดือนกรมมียอดการจ่ายเงินอยู่ประมาณ 1.94 แสนล้านบาท ขณะที่ รายรับที่เกิดจากรายได้รัฐบาลอยู่ที่ 1.9 แสนล้านบาท ฉะนั้น จึงมีส่วนที่ติดลบ ซึ่งจะได้มาจากการกู้จำนวนประมาณ 4 พันล้านบาท

เขา กล่าวด้วยว่า กรมบัญชีกลางได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมเรื่องอัตราเงินเดือนของส่วนราชการต่างๆ ซึ่งบางแห่งกำหนดเงินเดือนได้เอง หรือรัฐวิสาหกิจมีเงินเดือนสูงกว่าระบบราชการทั่วไปอยู่มาก และแม้จะมีคณะกรรมการเงินเดือนแห่งชาติทำหน้าที่พิจารณา แต่ระบบการทำงานยังไม่ค่อยดีนัก ดังนั้น กรมจึงเสนอร่างพ.ร.บ.เพื่อปรับปรุงเรื่องดังกล่าว

ส่วนกรณีอนุมัติให้ข้าราชการที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญ หรือกบข. ก่อนกฎหมายกำหนดลาออกจากการเป็นสมาชิกกบข.ได้ เขากล่าวว่า กรมประเมินแล้วว่า เรื่องดังกล่าวจะกระทบต่อภาระงบประมาณไม่มากนัก เพราะผู้ที่จะขอลาออกต้องคืนเงินส่วนที่รัฐใส่เป็นเงินประเดิม รวมถึงเงินปันผลจากการเป็นสมาชิกกบข.ทั้งหมด ซึ่งเมื่อคำนวณภาระค่าใช้จ่ายต่องบประมาณแล้วจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

ทั้งนี้ กรมได้คำนวณภาระค่าใช้จ่ายกรณีลาออกจากการเป็นสมาชิกกบข.ระหว่าง 10-20% ของจำนวนสมาชิกกบข.ที่เป็นข้าราชการในปัจจุบันและข้าราชการบำนาญ โดยพบว่า หากลาออก 10% หรือประมาณ 9.7 หมื่นราย รัฐต้องจ่ายเงินประมาณ 217 ล้านบาทต่อปี หากลาออก 15% คิดเป็น 1.46 แสนราย จะใช้เงินประมาณ 325 ล้านบาทต่อปี หากลาออก 20% คิดเป็น 1.94 แสนราย จะใช้เงินประมาณ 433 ล้านบาทต่อปี

อธิบดีกรมบัญชีกลางยังประเมินถึงเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 ซึ่งจะสิ้นสุดเดือน ก.ย.นี้ว่า จะมีผลการเบิกจ่ายรวมอยู่ที่ 92.38% จากเป้าหมายการเบิกจ่ายที่ 95% ส่วนงบลงทุนจะเบิกจ่ายที่ 74.69% จากเป้าหมายการเบิกจ่าย 82%