วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รฟท.ปรับมาตรการดูแลผู้โดยสาร

รฟท.ปรับมาตรการดูแลผู้โดยสาร หลังเกิดเหตุโจรกรรมมือถือบนขบวนรถด่วนที่ 37 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก

นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ รองผู้ว่าการและรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงมาตรการป้องกันหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารและตำรวจรถไฟ กรณีเกิดเหตุโจรกรรมโทรศัพท์แบบพกพาของผู้โดยสารบนขบวนรถด่วนที่ 37 (กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก) ในรถนั่งและนอนปรับอากาศ คันที่ 10 โดยกรณีที่ผู้โดยสารรู้สึกว่ามีอาการเหมือนโดนวางยาสลบ ต้องรอผลการสอบสวนจากตำรวจ ในส่วนของพนักงาน รฟท.ได้สั่งให้พนักงานรักษารถ พนักงานห้ามล้อ 2 คน และพนักงานในคันที่เกิดเหตุ รวม 4 คน ลงให้ปากคำที่สถานีหาดใหญ่ และสั่งให้พักการขึ้นปฏิบัติงานบนขบวนรถไว้ก่อนจนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น

ขณะเดียวกัน รฟท.ได้ออกมาตรการเพื่อป้องกันความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารแล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก ก็ต้องพยายามหาวิธีการและเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้ผู้โดยสารปลอดภัยมากขึ้น โดยมาตรการแรก หลังจากฝ่ายการเดินรถได้เข้มงวดมาตรการปิดล็อกตู้รถนอนบนขบวนรถตั้งแต่ เวลา 22.00-05.00 น. และให้พนักงานรักษารถเดินตรวจทุก 2 ชม. เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหรือเหตุอื่นที่เกิดขึ้นภายในตู้นั้น อาจเป็นเหตุให้มิจฉาชีพแฝงตัวเป็นผู้โดยสารเข้ามาโจรกรรมสิ่งของภายในรถให้พนักงานขบวนรถประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารระมัดระวังทรัพย์สินของตน อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า หากมีเหตุอันใดให้แจ้งพนักงาน หรือตำรวจรถไฟบนขบวนรถทันที

นอกจากนี้ ให้ตำรวจรถไฟจำนวน 2 นาย ออกตรวจบนขบวนรถทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 24.00-05.00 น. โดยแจ้งประกาศให้ผู้โดยสารทราบก่อน และไม่ทำให้รบกวนผู้โดยสารในขั้นตอนต่อไป รฟท.จะออกระเบียบให้ผู้โดยสารที่ต้องการซื้อตั๋วโดยสารรถไฟ ต้องแจ้งชื่อและเลขบัตรประชาชน ตั๋วโดยสารหนึ่งใบต่อชื่อและเลขบัตรประชาชนหนึ่งคนเท่านั้น รวมถึงในอนาคตกำลังพิจารณาติดกล้อง CCTV บนขบวนรถ หากทดสอบแล้วระบบสามารถรองรับการสั่นสะเทือนของตัวรถขณะวิ่งได้ ก็จะดำเนินการต่อไป คาดว่าจะนำมาใช้ได้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า