วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสียงจากวินรถตู้-จยย.ใครคือมาเฟียตัวจริง?

เสียงจากวินรถตู้-จยย.ใครคือมาเฟียตัวจริง?

นโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าด้วยการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ และวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ได้รับการขานรับอย่างกว้างขวาง จากประชาชน แต่ปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงไหน และแนวทางของ คสช.จะจัดการปัญหาที่ต้นตอได้หรือไม่ รายการบิสซิเนส ทอล์ค ทางสถานีโทรทัศน์ NOW26 มีคำตอบจากผู้เกี่ยวข้องตัวจริง

ไชยาภัทร์ เกิดเกียรติ ตัวแทนผู้ประกอบการวินรถตู้ กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนเพื่อจัดระเบียบวินรถตู้ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในเบื้องต้นคงปรับได้เพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะถ้าแก้ไขเร่งด่วนก็มีเพียงเรื่องที่จอดรถเท่านั้น คิดว่าหากปรับที่จอดน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ได้ประโยชน์ที่สุด โดยจัดสรรสถานที่ที่ไม่ไกลจากเดิมมากนัก

ส่วนการพูดคุยกับทหารที่มาเจรจา เกี่ยวกับข่าวที่ว่าจะย้ายชั่วคราวและจัดหาสถานที่จอดใหม่นั้น จริงๆ ยังไม่ได้มีการปรึกษาหารือกันกับทางผู้ประกอบการ จึงควรจะหาโอกาสพูดคุยกัน ประสานงานกัน เพราะสิ่งที่ทหารคิดว่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายใน 1 สัปดาห์ มันไม่มีทางเป็นไปได้ มันยาก เพราะตรงนี้ (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) มันอยู่แบบนี้มาเป็นสิบปีแล้ว ซึ่งมันต้องค่อยๆ ปรับทีละข้อๆ เชื่อว่าน่าจะดีกว่า

ในส่วนปัญหารถตู้ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จริงๆ แล้วไม่ค่อยมีปัญหามากเท่าไร เพราะส่วนใหญ่วินรถตู้จะเป็นผู้ประกอบการเสียมากกว่า และรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในวงราชการกันมาก เวลามีปัญหาก็ยกหูขอความช่วยเหลือ ก็คุยกันรู้เรื่องกันเป็นส่วนใหญ่

ส่วนปัญหาจากตำรวจแบบที่สมาคมวินรถจักรยานยนต์เจอนั้น พักหลังไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาจะมาในรูปการจ่ายรายเดือน และบางครั้งยังมาขอร้องขอจับเพื่อสร้างผลงาน และเวลามีงานต่างๆ ก็จะมาเรี่ยไรขอจากผู้ประกอบการ แต่หลังจากที่มีการร้องเรียนไปยังผู้บังคับบัญชาของตำรวจ ก็ได้รับการแก้ไขจนดีขึ้นมาเป็นลำดับ

"ปัญหาของรถตู้ส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนของจุดจอดรถ และแหล่งทำมาหากินเสียมากกว่า ส่วนที่ตำรวจไม่ค่อยมาสร้างปัญหาหลังจากร้องเรียนไปแล้วเหมือนวินรถจักรยานยนต์ เพราะตำรวจกลัวจะมาเจอรถตู้หรือผู้ประกอบการที่มีความสนิทสนมหรือรู้จักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่ให้ความดูแลหรือเมตตาวินรถตู้นั้นๆ ซึ่งกลายเป็นการใช้คำว่า 'มาเฟีย' กับเรา ก็รู้สึกดีที่ คสช.เข้ามาช่วยจัดระเบียบ เพราะจะทำให้คำว่ามาเฟียรถตู้หายไป มาเป็นรถบริการเหมือนปกติ" ไชยาภัทร์ กล่าว

สำหรับปัญหาเรื่องการบริการนั้น เขาบอกว่า จากอดีตที่รถตู้เคยพูดหยาบคาย แสดงกิริยาที่ไม่ดีต่อผู้โดยสาร ทุกวันนี้ลดน้อยลงไปมาก เพราะผู้โดยสารมีทางเลือกมากขึ้น ปัจจุบันวินรถตู้ไม่ได้มีแค่วินเดียวแบบสมัยก่อนที่ปลายทางกับต้นทางมีแค่วินเดียว แต่เดี๋ยวนี้มีถึง 2-3 วินในแต่ละจุด ซึ่งผู้ประกอบการก็ต้องมาแข่งขันกันในเรื่องของการบริการ ถ้าบริการไม่ดี ไม่สุภาพ ผู้โดยสารก็ไม่ใช้บริการ

"ในส่วนที่ต้องยอมรับอยู่ คือ การจ่ายค่าธรรมเนียมข้างหลัง ยังคงมีอยู่ เพราะมันกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว คือเราจะไม่จ่ายก็ได้นะ แต่ตำรวจก็จะใช้กฎหมายเข้มเต็มรูปแบบกับเรา วิ่งเลน 2 ไม่ได้ (ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก รถบริการสาธารณะไม่สามารถวิ่งเลนที่ 2 ได้ และใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) รวมทั้งตรวจเครื่องแต่งกายคนขับรถว่าเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่ และตัวอักษรต่างๆ ต้องชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นป้ายบอกเส้นทาง การบ่งบอกว่าเป็นรถบริการสาธารณะที่ได้รับอนุญาตแล้ว"

"ความเป็นจริงต่อให้เราทำข้างต้นครบทุกเรื่อง ทั้งตัวอักษร การแต่งกายเรียบร้อย ก็มาตายที่เรื่องความเร็วและเลน 2 อยู่ดี คิดง่ายๆ ว่าในกรุงเทพฯเราจะเข้าเลนที่ 1 (เลนซ้ายสุด หรือเลนรถเมล์) ตามปกติได้อย่างไร ถ้าเราจ่ายเขา (ตำรวจ) ก็จะอลุ้มอล่วยให้เราขึ้นเลน 2 ได้ แต่ถ้าไม่จ่ายก็จับทันที แล้วถามว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าคันไหนจ่ายไม่จ่าย บอกเลยว่าเขาจะมีสัญลักษณ์เฉพาะให้เราทำให้เขารู้ว่าใครจ่ายไม่จ่าย" ตัวแทนผู้ประกอบการวินรถตู้ ระบุ

เฉลิม ช่างทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ถามว่าจำเป็นไหมที่ต้องจัดระเบียบ คำตอบคือจำเป็นอย่างมาก เพราะวินรถจักรยานยนต์เกิดขึ้นทุกวัน และมันส่งผลกระทบกับประชาชนส่วนใหญ่ เพราะเป็นวินผีวินเถื่อนที่ไม่มีประวัติ หากไปทำอะไรไม่ดีก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่ทำตามกฎระเบียบที่เป็นคนส่วนใหญ่

"เรามีความคิดที่จะจัดระเบียบมานานแล้ว ก็สบช่องกับที่ คสช.เข้ามาดูแล เชื่อว่าจะมีความรวดเร็วขึ้น แต่มีความกังวลจากสมาชิกชาววินว่าในตอนแรกบอกจะจับพวกวินเถื่อน แต่ตอนนี้ได้ผ่อนคลายลง ให้ป้ายดำวิ่งได้แบบไม่มีกำหนด มันทำให้เกิดความสับสน เชื่อว่าเป็นการวิเคราะห์จากข้างบนว่าจริงๆ แล้วป้ายเหลืองที่วิ่งอย่างถูกต้องมีเพียงครึ่งเดียว และป้ายดำอีกครึ่งหนึ่ง คงจะมองว่าไม่อยากทำให้สถานการณ์มันตึงเครียดจนเกินไป จึงผ่อนคลายลงบ้าง แต่ถ้าถามความรู้สึกถ้าจะให้ทุกอย่างแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน แล้วมาผ่อนคลายให้พวกป้ายดำแบบนี้คงไม่มีทางเสร็จแน่นอน"

เฉลิม บอกต่อว่า ปัจจุบันมีวินรถจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมฯร่วม 200 วิน (จากที่จดทะเบียนถูกต้อง 4,000 วิน) การที่สมาชิกมีจำนวนไม่เยอะมาก เพราะสมาชิกของเรานั้นโดยมากคือเอาปัญหาเข้ามาให้เราแก้ไข เมื่อแก้ได้ถึงจะเข้ามา ส่วนที่ไม่มีปัญหาก็ไม่เข้าร่วม

"บางพื้นที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่ประกาศเลยว่า ใครไปเข้าร่วมกับสมาคมฯจะจับให้หมด โดยมีตำรวจไปบอกตามวินเลย พอเรารวมกลุ่มกันแก้ปัญหา ก็กลายเป็นมีกลุ่มต่อต้าน เป็นตำรวจที่ต่อต้านเสียเอง ทั้งๆ ที่เราตั้งกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนกันอย่างถูกต้อง"

"มีบาง สน. เป็นระดับผู้กำกับการ บอกเลยว่าที่มีปัญหาจน คสช.เข้ามาจัดการแบบ เป็นเพราะนายกสมาคมฯของพวกคุณก่อปัญหา นำเรื่องเข้าไปร้องเรียน จนถึงขนาดตั้งตัวเป็นศัตรูกันเลยทีเดียว และยังมีการบอกว่าพวกวินป้ายดำก็รอเดี๋ยว เขาก็ขึ้นทะเบียนให้ ส่วนพวกวินเก่าที่ไม่ถูกระเบียบก็ให้เลิกขี่ไป ซึ่งมันไม่ใช่ เป็นเจ้าหน้าที่ไม่ควรพูดแบบนี้" เขากล่าวทิ้งท้าย