กองปราบทลายแก๊งสกิมเมอร์บัตรเครดิตรายใหญ่ มีผู้เสียหายหลายร้อยราย ชี้ขบวนการนี้ทำมากว่า 4-5 ปีแล้ว
พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป.และ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ รอง ผกก.1 บก.ป.และ พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.1 บก.ป. แถลงการจับกุมแก๊งค์สกิมเมอร์ชาวไทยจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายสมเกียรติ หรือตั้ม ขันติแก้ว อายุ 35 ปีที่อยู่ 57 หมู่ 12 ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ 2.นายธีทัต หรือทศ หรือปู ศรีอ่อน อายุ 38 ปี ที่อยู่ 25/1 หมู่4 ต.หนองตางู อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ และ 3.นายอาทิตย์ หรืออาร์ต เครือแสง อายุ 32 ปีที่อยู่ 12 หมู่ 2 ต.จิกสังข์ทอง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ พร้อมของกลาง เครื่องสกิมเมอร์ซึ่งมีไว้สำหรับคัดลอกข้อมูลบัตรเครดิต จำนวน 2 เครื่อง (ภายในเครื่องมีข้อมูลบัตรเครดิตรวมกว่า 100 ข้อมูล) เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค ซึ่งมีโปรแกรมข้อมูลสำหรับบันทึกข้อมูลลงแถบแม่เหล็ก และโปรแกรมถอดข้อมูลออกจากเครื่องสกิมเมอร์ เครื่องบันทึกข้อมูลลงแถบแม่เหล็กและบัตรอิเลคทรอนิกส์ปลอมจำนวนหนึ่ง
พ.ต.อ.อัคราเดช เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากทางกองบังคับการปราบปรามได้รับแจ้งจากธนาคารไทยหลายแห่ง และธนาคารต่างประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ สิงค์โปร์ อเมริกา จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เป็นต้น ว่าถูกแก๊งสกิมเมอร์แฮ็กข้อมูลไป ต่อทาง พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ รอง ผกก.1 บก.ป.และ พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.1 บก.ป. ได้ข้อมูลว่าแก๊งดังกล่าวมีพฤติกรรมไปติดต่อกับพนักงานแคชเชียร์ หรือพนักงานบริการตามร้านอาหาร โดยจะมอบเครื่องสกิมเมอร์ไว้ให้ค่อยแอบคัดลอกข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งวิธีการคัดลอกข้อมูลใช้เวลาเพียง 3 วินาที เท่านั้นในการลงมือ โดยมักจะเน้นไปที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นหลัก จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตาม
พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวต่อว่า จากนั้นได้รับข้อมูลว่านายสมเกียรติ หรือตั้ม เป็นหนึ่งในแก๊ง กำลังจะนำเครื่องสกิมเมอร์ไปให้พนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านอารีย์ จึงนำกำลังไปจับกุม โดยสามารถยึดของกลางได้ดังกล่าว ในขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่งได้ทำการจับกุมตัวนายธีทัต หรือทศ เพื่อนร่วมแก๊ง ได้บริเวณปากซอยศรีนครินทร์ 45 พร้อมของกลาง จึงได้นำตัวมาสอบสวน ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที 1 มิ.ย. ทางเจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งดังกล่าวได้เพิ่มอีก 1 ราย คือ นายอาทิตย์ หรืออาร์ต บริเวณปากซอยศรีนครินทร์ 45 เช่นเดียวกัน
จากการสอบสวนนายสมเกียรติ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ว่า ตนเองมีหน้าที่ติดต่อกับพนักงานร้าน ส่วนนายธีทัต และนายอาทิตย์ เป็นเจ้าของเครื่องสกิมเมอร์ ส่วนใหญ่จะเลือกคัดลอกบัตรของชาวต่างชาติ ส่วนสถานที่จะเลือกร้านค้าย่านธุรกิจ อาทิ ย่านซ.อารีย์ ทองหล่อ และสุขุมวิท ส่วนบัตรที่คัดลอกได้จะนำบัตรมารูดซื้อสินค้าจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนนำมาขายและแบ่งเงินไว้ใช้จ่าย
“ ขบวนการนี้ทำมากว่า 4-5 ปี มีผู้เสียหายหลายร้อยราย ถือว่าเป็นขบวนการใหญ่ ส่วนพนักงานที่ร่วมขบวนการสามารถจับกุมได้กว่า 10 คนแล้วอยู่ระหว่างสอบปากคำ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการใช้บัตรเครดิต “ พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าว
เบื้องต้นแจ้งข้อหา มีไว้เพื่อใช้ ซึ่งบัตรอิเลคทรอนิกส์ที่ทำปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือบัตรอิเลคทรอนิกส์ที่ทำปลอมขึ้นแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือบัตรอิเลคทรอนิกส์ที่แท้จริงที่ถูกตัดทอนข้อความหรือแก้ไขด้วยประการใดๆ อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น ,มีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงหรือสำหรับให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลงใดๆซึ่งระบุไว้ข้างต้น เพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง และการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเลคทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป









