วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กองทัพไทยฝึกบริหารจัดการสาธารณภัยร่วม

กองทัพไทย ฝึกบริหารจัดการสาธารณภัยร่วม ทำแผนเข้าสภากลาโหม เสนอ"ยิ่งลักษณ์"พรุ่งนี้ เตรียมฝึกร่วมกับอาเซียนรับมือภัยพิบัติในภูมิภาค

พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหาร เป็นประธานการตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมการบริหารจัดการสาธารณภัยร่วม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ด้านการอำนวยการ ประสานงาน การบรรเทาสาธารณภัย ของทุกภาคส่วนแบบบูรณาการให้มีประสิทธิภาพ โดยการฝึกครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 ถึง 21 พ.ย.2556 มีการฝึกทั้งภาคที่บังคับการ ฝึกการอำนวยการ ทั้งในระดับพื้นที่ และ ระดับชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมการฝึกจาก กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กร มูลนิธิ และภาคเอกชน จำนวนทั้งสิ้น 369 นาย

พล.ท.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ เจ้ากรมยุทธการทหาร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการประชุมสภากลาโหม เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2556 นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กรุณามีดำริ ให้กองทัพไทย เปิดการฝึกอบรมการบริหารจัดการสาธารณภัยร่วมกับฝ่ายพลเรือน เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ในด้านการบรรเทาสาธารณภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดการบูรณาการร่วมกันทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญคือให้บุคลลากรในแต่ละหน่วยได้มารู้จักกัน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กัน เมื่อเกิดเหตุจะได้ทำงานกันอย่างกระชับมากขึ้น โดยจะมีการนำข้อขัดข้องที่ได้ระหว่างการฝึกมาสรุปเป็นบทเรียนเมื่อฝึกจบ และนำปรับปรุงก่อนนำไปใช้ในการบรรเทาสาธารณภัยที่จะเกิดขึ้น ซึ่งในการประชุมสภากลาโหมวันศุกร์ที่ 23 พ.ย.นี้ จะได้มีการสรุปแผนให้รมว.กลาโหม ได้รับทราบด้วย

นอกจากนั้น ในส่วนของกองทัพยังจะได้มีการเตรียมความพร้อมในการไปฝึกร่วมบรรเทาสาธารณภัย และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในระดับอาเซียน (เอชเอดีอาร์) ซึ่งช่วงต้นปีหน้า มีประเทศคู่เจรจา เช่น สหรัฐฯ จีน เข้าร่วมด้วย โดยที่ผ่านมาในระดับของอาเซียนเองก็ได้มีการฝึกมาตลอด ยิ่งเกิดภัยพิบบัติในประเทศลาว และฟิลิปปินส์ เราได้มีการจัดกำลังพล อุปกรณ์ และยุทโธปกรณ์ ในรูปของกองกำลังเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งปัญหาที่ประสบคือความซ้ำซ้อนในการช่วยเหลือของประเทศต่างๆ ต่อไปหากมีการฝึกร่วมหลายประเทศ เมื่อเกิดเหตุก็จะได้มีการแบ่งความช่วยเหลือในทุกด้านอย่างสมดุล ส่วนเหตุพายุไห่เยี่ยนที่ฟิลิปปินส์นั้น ไทยได้ส่งความช่วยเหลือในเบื้องต้นไป ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม แต่ปัญหาข้อขัดข้องในการส่งกำลังเข้าไปช่วยในครั้งนี้ จะได้นำกลับมาใช้เป็นข้อมูลใช้ในการปรับปรุงทำแผนการช่วยเหลือในการฝึกระดับอาเซียนต่อไป

สำหรับแนวทางการฝึกจะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ เครื่องบินตก และ สารเคมีน้ำมันรั่วไหล โดยจะมีการจัดลำดับความรุนแรงออกเป็น 4 ระดับ โดยระดับ 1 และ 2 จะมีจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการบรรเทาสาธารณภัยระดับพื้นที่ ทหารเป็นหน่วยสนับสนุน เข้าปฏิบัติงานภายใต้คำสั่งของฝ่ายปกครอง หากความรุนแรงระดับ 3และ 4 จะมี คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ( ปภ.ช.) เป็นผู้อำนวยการแผน โดยมีนายกรัฐมนตรี หรือ ผู้ได้รับมอบหมายเป็นประธาน สั่งการอย่างเร่งด่วน โดยการฝึกซ้อมดังกล่าวเพื่อลดความซ้ำซ้อน ของหน่วยที่จะเข้าทำหน้าที่