"พล.ต.ต.อดุลย์" เตือนมาตรการยกรถจริงจับจริง 88 สน.ทั่วกรุงดีเดย์ 1 พ.ย.รับมือปัญหาจราจรช่วงเปิดเทอม
พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น. )รับผิดชอบงานจราจร กล่าวถึงภาพรวมการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจจราจรบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดเด็ดขาดข้อหาจอดในที่ห้ามจอดชั่วโมงเร่งด่วนถนน 10 สายหลักและมาตรการยกรถว่า เป็นไปด้วยดีไม่มีอุปสรรคปัญหาใดๆไม่พบการร้องเรียนหรือการโต้แย้งจากผู้กระทำความผิดและยอมจ่ายค่าปรับและค่ายกรถแต่โดยดีสรุปผลการจับปรับยกรถจริงจังเด็ดขาดช่วง 2 วันคือวันที่ 21ต.ค.-22ต.ค.มีการออกใบสั่งเปรียบเทียบปรับข้อหาจอดในที่ห้ามจอดทั้งหมด 83 ใบและยกรถที่จอดเกะกะกีดขวางการจราจรทำให้รถติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วนไปเปรียบเทียบปรับและจ่ายค่ารถยกรวม 42 คันวันแรก 29 คัน วันที่ 2 จำนวน 13 คัน
รองผบช.น.กล่าวว่า จะเริ่มดำเนินการมาตรการเด็ดขาดจับปรับยกรถจอดในที่ห้ามอีก56เล้นทางในพื้นที่รับผิดชอบงานจราจร 56 สน.สน.ละ 1 เส้นทรงหลักที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ตามโครงการนำร่องบช.น. จากเดิมระดมแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดถนน 10 สายหลักในพื้นที่ 32 สน.โดยให้เร่งสำรวจและกำหนดถนน ที่มีประสบปัญหาการจราจรมากที่สุด สน.ละ 1 เส้นทางตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุด ที่มีปัญหาการจอดรถกีดขวางในจุดห้ามจอด ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวและติดขัดสะสมในชั่วโมงเร่งด่วนเช้าเย็น ขยายการปฎิบัติมาตรการนี้ให้เต็มพื้นที่ซึ่งจะประกาศมีผลบังคับใช้จับจริงยกจริงทั่วกรุง 88 สน.วันที่1พ.ย.เป็นต้นไปควบคู่กับการแก้ปัญหาจราจรรับมือช่วงเปิดเทอม
ทั้งนี้ ท้องที่กทม.ชั้นในย่านสีลมบางรักมีการสำรวจเส้นทางเสนอมาแล้วคือถนนมเหสังข์ ตั้งแต่แยกมเหสังข์-สุรวงศ์ ถึงแยกสุรศักดิ์-สีลม พื้นที่ สน.บางรัก, ถนนเยาวราช ตั้งแต่ปากซอยเยาวพานิชถึงแยกเมอรี่คิงส์ พื้นที่ สน.จักรวรรดิ จะเร่งขยายเพิ่มเส้นทางลดปัญหาการจราจรที่มีสาเหตุมาจากการจอดรถผิดกฎหมายทันทีและจะประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนในสัปดาห์หน้าก่อนดำเนินการจับปรับยกรถอย่างจริงจังต่อไปดีเดย์พร้อมกัน 56 สน.ในวันที่1พ.ย.นี้
สำหรับวันที่สองของการยกรถ (22ต.ค.) ช่วงเช้าเวลา 06.00-12.00 น. มีรถยนต์ถูกยกรวม 6 คัน ซึ่งน้อยกว่าวันแรกในพื้นที่ สน.พญาไท 1 คัน, สน.มักกะสัน 1 คัน, สน.พหลโยธิน 2 คัน, สน.หัวหมาก 1 คัน และกองกำกับการ 1 บก.จร. 1 คัน ซึ่งมีการชำระค่าปรับแล้ว 5 คันส่วนเช้านี้ยังไม่พบการกระทำความผิด









