"เมธี"ห่วงโครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน ชี้เรื่องระบายน้ำอาจสร้างปัญหาในอนาคต 4-5 ปีข้างหน้า ย้ำจุดยืนให้รัฐบาลรักษาผลประโยชน์ชาติ
นายเมธี ครองแก้ว ประธานอนุกรรมการมาตรการป้องกันการทุจริตและความเสียหายของทางราชการ ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงโครงการบริหารจัดการน้ำฯ 3.5 แสนล้านบาทว่า ทราบว่าคณะกรรมการป.ป.ช. จะให้คณะอนุกรรมการมาตรการของตนทำงานร่วมกับคณะทำงานเรื่องน้ำ โดยจะให้ติดตามเรื่องนี้ต่อไปเพื่อจะได้ดูว่าจะมีวิธีการช่วยให้การทำงานสัมฤทธิ์ผลได้อย่างไรที่จะไม่ก่อให้เกิดการทุจริตและไม่เกิดความเสียหาย รวมทั้งได้ผลตามที่ต้องการ ทั้งนี้ อาจจะต้องนำอนุมาตรการชุดของนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. ที่ดูแลเรื่องรัฐวิสาหกิจ การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนมาทำงานร่วมกันด้วย เพื่อที่จะรับมือจากประเด็นใหม่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ส่วนตัวสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ เรื่องของการระบายน้ำ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาก เพราะยังมีอีกประเด็นที่ยังไม่ค่อยได้พูดกันคือ สมมุติว่ามีแม่น้ำเกิดขึ้นมาอีก 2 สาย จะมีการพัฒนาพื้นที่ 2 ฝั่ง และจะมีการกำหนดผลประโยชน์แบ่งสรรปันส่วนกันอย่างไร โดยเรามีการตั้งข้อสังเกตเพราะอาจเป็นประเด็นถกเถียงกันได้อีก 4 - 5 ปีข้างหน้า
"เราแสดงจุดยืนไปแล้วว่า ให้รัฐบาลในฐานะเป็นผู้จ้างต้องรักษาผลประโยชน์ของสังคมไว้ ผมแน่ใจว่าความเป็นกังวลของป.ป.ช.ทุกฝ่ายรับรู้ และเท่าที่รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ทราบว่า รัฐบาลเปิดกว้างที่จะฟังข้อเสนอแนะในเรื่องต่าง ๆ อาทิ เรื่องของการแบ่งสัญญาที่ให้มีหลาย ๆ สัญญา ถือเป็นความคืบหน้าที่ดี" นายเมธี กล่าว









