สลัดผักดีต่อสุขภาพ ครั้นจะกินแต่ผักก็ดูท่าจะฝืดคอ...น้ำสลัด จึงเป็นฮีโร่ช่วยเพิ่มรสอร่อย มันต้องทำสดใหม่ ใส่เต็มวัตถุดิบ ไร้สารปรุงแต่ง
ระยะนี้มีแต่คนทักท้วงว่า "อ้วนไปแล้วนะ" ก็ไม่อาจจะเถียงคอเป็นเอ็น ตอบโต้ไป เพราะหากจับความรู้สึกตัวเองได้ ร่างกายก็ฟ้องร้องอยู่ ขอให้ลดๆ ปริมาณอาหารแต่ละมื้อลงบ้างเถิดเจ้านาย จะได้ไม่อึดอัดอย่างนี้ เรียกเสียงดังขนาดนี้เลยคิดหาทางออกที่หลากหลาย ช่วงแรกๆ เป็นเรื่องยากไม่น้อยที่ลดอาหารแสนอร่อย ยั่วยวนน้ำลาย จึงหันไปออกกำลังกายแทน สักพักหนึ่ง พอรู้สึกว่าร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้น เชื่อเถอะว่า เราจะอยากลดปริมาณอาหารไปโดยปริยาย
แล้วอาหารที่ว่านั้น ก็คงไม่ใช่เมนูเต็มเปี่ยมคาร์โบไฮเดรตและไขมันเหมือนเดิมอีก เราจะอยากอาหารที่ใช้วัตถุดิบที่ดีต่อร่างกาย อย่าง ผัก ผลไม้ มากขึ้น คิดง่ายๆทำได้เลยก็ต้อง "สลัดผัก" ตอนแรกๆ อาจต้องละลายพฤติกรรมเสียหน่อย จะให้กินผักใบเขียว เพียวๆ ก็คงจะฝืดคอเกินไป เลยขอใส่เนื้อสัตว์ เบคอนอบกรอบ (เล็กน้อย) ขนมปังกรอบ (แค่พอรู้รส) ผสมลงไปด้วย แล้วก็ควานหา "น้ำสลัด" ที่ชวนให้สลัดผักจานนั้นมีรสชาติมากขึ้น
แต่แล้วก็เจอเข้ากับน้ำสลัดสูตรใสที่เหมือนจะอร่อย แต่ได้กลิ่นน้ำส้มสายชู หรือวินิก้า รุนแรงเสียดแทงจมูกมากๆ ครั้นจะหันมามองน้ำสลัดสูตรข้น ก็ต้องฝืนทนกับมายองเนสที่ชวนให้น้ำหนักขึ้นได้ง่ายๆ อีก
คงต้องไปเสาะหา น้ำสลัด ที่สามารถแก้ทั้งสองอุปสรรคนี้ให้ได้ แล้วเส้นทางสุขภาพดีก็นำทางไปเจอกับร้าน Home Fresh ซอยรามคำแหง 167 ซึ่งเจ้าของร้านมีความเชื่อมั่นว่า รสชาติที่ดีที่สุดของอาหาร จะมาพร้อมกับความสดใหม่เท่านั้น นี่เป็นที่มาของน้ำสลัดปรุงสด (A Fresh-Made Dressing) ที่ได้รังสรรค์โดยใช้แรงบันดาลใจจากวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อจากทั่วทุกมุมโลก เกิดเป็นสุนทรียภาพแห่งรสชาติและสัมผัสที่ไม่เคยพบมาก่อน
ลลิตา เลิศรัตนชัยกิจ เจ้าของสูตร น้ำสลัดปรุงสด La Lita เล่าว่า เพราะอาหารที่เรารับประทาน มีผลโดยตรงต่อสุขภาพ จึงต้องเน้นการนำเข้าวัตถุดิบมาจากธรรมชาติ อย่างรสเค็มจากชีส รสเผ็ดจากพริกไทยและกระเทียม รสเปรี้ยวจากเกอร์กิ้น และเคเปอร์ น้ำมันมะกอกเอ็กตร้าเวอร์จิ้น ซึ่งเป็นไขมันชั้นดี รวมทั้งอโรมาจากอิตาเลียนเบซิลที่ปลูกในฟาร์มของเธอเอง นำมาปรุงรวมกันแบบสดใหม่ โดยไม่ใส่ผงชูรส วัตถุกันเสีย และไม่แต่งสีแต่งกลิ่นใดๆ
สูตรแรกที่เธอแนะนำคือ ซีซาร์ ดิ เพอมา สุนทรียะของซีซาร์จากวัตถุดิบสไตล์ เพอมา ที่มีส่วนผสมของปลาแอนโชวี่และชีสล้วนๆ ...ปลาแอนโชวี่ คือปลาร้าฝรั่งหรือปลาเค็ม แต่ก่อนจะแปรรูป มันเป็นปลาขนาดเล็กที่อาศัยในน่านน้ำที่สะอาด บริสุทธิ์ พบได้มากที่มหาสมุทรอินเดีย มหาสมุทรแปซิฟิก เป็นปลาที่ประกอบด้วยน้ำมันคุณภาพในปริมาณที่สูง ทั้งปริมาณของโอเมกา-3 วิตามินอี แต่เมื่อนำมาเป็นส่วนผสมของน้ำสลัด มันเพิ่มแคลเซียม ธาตุเหล็ก และโปรตีนสูง แต่ให้แคลอรีต่ำ เหมาะสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก
ส่วนชีส หลายคนบอกว่าชีสอาจเพิ่มไขมันได้ แต่ถ้ามองถึงสรรพคุณอื่นๆ ความอ้วนอาจถูกลดถอนความจำเป็นไปบ้าง เพราะแคลเซียมที่อยู่ในชีสนั้นมีปริมาณสูง และเป็นรูปแบบที่สามารถดูดซึมได้ง่าย มันมีหน้าที่สำคัญในการทำงานของเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกาย ช่วยการแข็งตัวของเม็ดเลือด บำรุงการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท ช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจเป็นปกติ และการส่งสัญญาณประสาทที่ถูกต้อง รักษาความสมดุลของกรด-ด่างในเลือด และความดันโลหิตให้คงที่ ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ในปริมาณสูงกว่านมวัว ทั้งยังมีน้ำตาลต่ำ จึงช่วยลดการเกิดฟันผุได้
และที่สำคัญคือ มันเป็นแหล่งที่มาของโปรตีนที่ดี คือมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณสูง ช่วยให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่น และช่วยประสานแต่ละเซลล์ให้ยืดติดกันเป็นเนื้อเดียว ช่วยปกป้องริ้วรอย รวมถึงเพิ่มความแข็งแรงให้แก่เส้นผมและเล็บ อีกทั้งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีความต้านทานดีขึ้น
หากเบื่อสูตรธรรมดา ลลิตา นำเสนอ เซาท์ ซี แคลม ซึ่งเพิ่มความพิเศษกับเนื้อสัมผัสของหอยลายพริกไทยดำ และ ใบโหระพาอิตาลี (อิตาเลียนเบซิล) แต่ถ้าเป็นมังสวิรัติ ก็ตัดหอยลายออกเสีย แล้วดับเบิ้ลความหอมให้กับ อิตาเลียนเบซิล หรือ สวีทเบซิล ซึ่งเป็นพืชตระกูลสมุนไพร คล้ายใบโหระพา มีกลิ่นคล้ายชะเอมกับกานพูล ใช้ดับกลิ่นคาวในการปรุงอาหาร ลดกลิ่นคาวได้ดีมากในอาหารทะเล แต่ชาวอิตาเลี่ยนใช้เบซิลผสมหลายเมนู และทำเป็นซอสสำหรับพาสต้า เรียกว่า เพรสโต้ ผสมกับกระเทียม น้ำมันมะกอก เมล็ดสน หรือใช้ในการประกอบอาหารตะวันตกหลายๆ เมนู เช่น พิซซ่า สปาเก็ตตี้
คราวนี้ก็มาถึงสูตรลดน้ำหนักกันบ้าง ณัฐวดี ผู้น้องเจ้าของ ลา ลิตา แนะนำบ้างว่า บัลซัมมิโก ดิ สปานย่า จะได้รับรสเปรี้ยวละมุนจากไวน์องุ่น ให้กลิ่นหอม ตัดกลิ่นน้ำส้มสายชูได้อยู่หมัด หรือจะลอง ซาเรโร่ อิตาเลียนโน่ ซึ่งได้ความหอมจากเครื่องเทศชั้นดี เคล้ารสเปรี้ยวสดชื่นจากอิตาเลี่ยนเรดไวน์วินิก้า แล้วเพิ่มกระเทียมเข้าไปอีกนิดให้กลมกล่อมขึ้น แต่ถ้ายังติดรสชาติแบบญี่ปุ่น ก็ต้อง ทามาริ เจแปนนิส สูตรเด็ดที่ใช้โชยุปและงาคั่ว ให้รสหอมละมุนไปอีกแบบ
หลังจากชิมไปเรื่อยๆ หลายสูตรเข้า นึกว่ารสชาติต่างๆ จะผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก พานไม่ชอบไปสักอย่าง แต่ณัฐวดี บอกว่าลูกค้าหลายคนมักนำสูตรมาผสมกันตามความชอบของแต่ละคน เพื่อรับรู้ความอร่อยเฉพาะตัว...ชักจะอยากรู้แล้วสิว่า ถ้าเราชอบรสชาตินี้แล้ว คนใกล้ตัวจะประทับใจสูตรไหนกันนะ









