วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยูเอ็นเอชซีอาร์'ปัด เผาไล่ที่ศูนย์พักพิงฯ

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน จ.แม่ฮ่องสอน พุ่งถึงครึ่งร้อย เจ้าหน้าที่ยูเอ็นฯปัดข่าวลือเผาไล่ที่

ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ที่พักอาศัยชั่วคราวของผู้หนีภัยการสู้รบ ภายในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุริน ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อเย็นวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดวานนี้ (23 มี.ค.) นายสำเริง สุดสวาด ปลัดอำเภอขุนยวม กล่าวว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่ค้นหาพบเพิ่มเป็น 45 รายแล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสเพิ่มเป็น 13 ราย เบื้องต้นคาดว่าต้นเพลิงเกิดจากผู้อพยพทำกับข้าวสำหรับอาหารเย็น แต่ไฟลุกติดกับตัวบ้านแล้วลามเป็นวงกว้าง ทั้งนี้การค้นหายังคงดำเนินต่อไป คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก

มีรายงานจากสื่อบางสำนักที่เข้าพื้นที่เกิดเหตุ ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเป็น 60 รายแล้ว

ขณะเดียวกัน นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ลงพื้นที่แจกเครื่องนุ่งห่มแก่ผู้อพยพ เป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอชซีอาร์ เพื่อหาทางให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยอย่างเป็นระบบ

ผู้ว่าฯคาดลมแรงทำเพลิงลุกลามหนัก

นางนฤมล กล่าวว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก ขณะนี้กำลังระดมค้นหาศพเพิ่มเติม แต่การสื่อสารและการเดินทางเข้าพื้นที่ศูนย์อพยพเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะอยู่ห่างไกล ติดแนวชายแดนไทย-พม่า จึงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และที่ตั้งศูนย์ฯยังอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนถึง 80 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทางถึง 2.30 ชั่วโมง เพราะเป็นเส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยว และต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น จึงเป็นอุปสรรคสำคัญในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เบื้องต้นจึงใช้วิธีสื่อสารผ่านวิทยุคลื่นสั้นของทหารเป็นหลัก

"ปกติศูนย์อพยพฯแห่งนี้ไม่เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ เพราะตั้งอยู่ใกล้ลำธาร เคยแต่เกิดปัญหาเรื่องน้ำป่าและดินโคลนถล่ม จึงมีการย้ายบ้านเรือนไปตั้งบริเวณที่ราบเชิงเขา คาดว่าสาเหตุที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วเพราะกระแสลมแรง ตอนแรกเพลิงไหม้บ้านบางบล็อกเท่านั้น จึงมีผู้ลี้ภัยบางส่วนกลับเข้าไปอยู่ในบ้านเรือน หรือกลับเข้าไปเอาสิ่งของ เมื่อกระแสลมเปลี่ยนทิศทำให้เพลิงลุกลามไปติดบ้านเรือนในบล็อกอื่นจนออกมาไม่ได้ จึงมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก" นางนฤมล กล่าว

ผบ.ตร.สั่งสอบหาสาเหตุเพลิงใหม้

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ศูนย์อพยพบ้านแม่สุรินโดยด่วน พร้อมเร่งพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตทั้งหมด

ในการนี้ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. กำกับดูแลการปฏิบัติในภาพรวม และให้รอง ผบช.ภ.5 กำกับดูแลในระดับพื้นที่ โดยมีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน) เป็นผู้บริหารเหตุการณ์ จัดระเบียบพื้นที่ จัดระบบการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลตามมาตรฐานสากล และประสานงานการปฏิบัติกับทางจังหวัดอย่างใกล้ชิด

ส่วนกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 (บก.ตชด.ภ.3) ให้ดำเนินการด้านมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่ รวมทั้งจัดแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจเข้าไปช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ

ยูเอ็นเอชซีอาร์ปัดข่าวเผาไล่ที่

ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ที่ประสานงานด้านชายแดนและพื้นที่พักพิงผู้หนีภัยจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-พม่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทางยูเอ็นเอชซีอาร์ได้ส่งเต็นท์ขนาดใหญ่จำนวน 50 หลัง เสื่อปูนอน 1,200 ผืน และผ้าห่ม 1,200 ผืน เข้าไปช่วยเหลือผู้อพยพอย่างเร่งด่วนแล้ว

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าเป็นการเผาไล่ที่นั้น เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะอยู่มา 10 ปีไม่เคยมีปัญหาอะไร แต่จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า สาเหตุของเพลิงไหม้มาจากบ้านผู้ลี้ภัยรายหนึ่งที่กำลังหุงต้มอาหาร อยู่ในพื้นที่โซน 1 และลุกลามไปยังโซน 4 จนไหม้วอดทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เกิดจากผู้อพยพรายหนึ่งได้จุดไฟหุงต้มอาหาร และสะเก็ดไฟได้ปลิวไปติดใบตองตึงที่ใช้มุงหลังคา ประกอบกับอากาศร้อน ทำให้ไฟลุกไหม้และลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนที่สูงซึ่งเป็นพื้นที่ลาดชัน จนไม่สามารถลงมาได้ และเกิดอาการสำลักควันไฟ

นายกฯสั่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการจากประเทศนิวซีแลนด์ ให้กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ฝ่ายปกครอง และองค์กรระหว่างประเทศ จัดตั้งศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่จุดเกิดเหตุ เพื่อให้การช่วยเหลือและดูแลผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยได้เข้าพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์และอำนวยการแก้ไขปัญหาโดยด่วนแล้ว โดย พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ พร้อมอำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหา เบื้องต้นได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมวัสดุอุปกรณ์เข้าพื้นที่เป็นการด่วน รวมทั้งดูแลผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับความเดือดร้อนตามหลักมนุษยธรรม มีการจัดหาเต็นท์และตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัยที่ไร้ที่อยู่อาศัย

ประสานยูเอ็นเอชซีอาร์หาที่ตั้งศูนย์ใหม่

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรายงานให้ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนประเทศนิวซีแลนด์ร่วมกับคณะของนายกรัฐมนตรี ได้ทราบเป็นระยะๆ

ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังรอรายงานผลสรุปการประชุมระดับท้องถิ่นเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อประสานกับยูเอ็นเอชซีอาร์ และองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่าจะย้ายผู้ประสบภัยไปยังศูนย์อพยพในพื้นที่ใกล้เคียง หรือจะมีการจัดหาพื้นที่สำหรับจัดตั้งศูนย์อพยพแห่งใหม่ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศยืนยันจะให้การดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามหลักมนุษยธรรม