วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลายเหงาด้วยแท็บเล็ต

พูดถึง แท็บเล็ต หลายคนนึกถึงเด็ก แต่หารู้ไม่ว่า ผู้สูงวัย สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยบริหารสมอง คลายความเหงาได้ชะงัด

เมื่อย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ จะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมายที่ผู้สูงอายุและครอบครัวต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ผู้สูงอายุบางคนรับไม่ได้ต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น บางคนคับข้องใจในตนเอง บางคนมีความขัดแย้งกับลูกหลานหรือคนใกล้ชิด จึงเป็นที่มาของความเครียด อาการซึมเศร้าและการไม่มีความสุข

ทำอย่างไร ที่จะให้ผู้สูงอายุมีความสุขในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน บางคนคิดว่าเป็นเรื่องยาก หารู้ไม่ว่า ความสุขนั้นอยู่รอบๆ ตนเอง และไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ของตนเองและคนรอบข้างมีความสุข

“การใช้คอมพิวเตอร์ ถือเป็นการออกกำลังกายสมองทางอ้อม แถมยังช่วยให้ไม่รู้สึกว้าเหว่ เวลาที่ไม่ได้อยู่กับลูก สามารถเปิดคอมพิวเตอร์เล่นเกม ส่งเมลล์เองได้ ยิ่งยุคนี้มีไอแพด ทำให้ง่ายในการเรียนรู้ เพราะไม่ต้องมีโปรแกรมอะไรมากมาย” คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช เล่าให้ฟังถึงการใช้ แท็บเล็ตว่า เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยคลายเหงาให้ผู้สูงวัยได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเกมไพ่ จากสมัยก่อนที่มีก๊วนเล่นไพ่กัน 5- 6 คนแต่สุดท้ายวงแตกเพราะสังขารไม่อำนวยไม่สามารถเดินทางมาเล่นกันได้เหมือนเคยต่างคนต่างนั่งเหงาอยู่ที่บ้านไม่ได้ออกกำลังกายสมอง เหมือนกับร่างกาย ถ้าไม่ออกกำลังกายสมองจะเสื่อมเร็วกว่าปกติ ฉะนั้น ถ้าไม่อยากสมองเสื่อม ต้องหาอะไรมาฝึกสมอง

อายุ...เป็นเพียงตัวเลข

ยิ่งมี แท็บเล็ตเข้ามาการเรียนรู้ง่าย ลูกหลานไม่มีพ่อแม่มีอาการสมองเสื่อม ควรลองให้ท่านได้เรียนรู้พร้อมกับลูกหลานเพราะคนเรา ไม่มี คำว่า แก่เกินเรียน อยู่ที่ใจของแต่ละคนว่า พร้อมยอมรับสิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในชีวิตหรือไม่


"อายุไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเราได้ ความแก่ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข แต่อยู่ที่ความรู้สึกและทัศนคติ อย่าปิดกั้นตัวเองด้วยตัวเลขของอายุ อย่าปฏิเสธที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ ไม่ควรบอกว่าฉันแก่แล้ว ทำไม่ได้ เมื่อเราเปิดใจตัวเองให้กว้างแล้ว คุณจะพบว่า อุปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้ คือสิ่งใหม่ ที่ช่วยเติมชีวิตของคุณให้เต็ม และยังลดความรู้สึกของช่องว่างระหว่างวัยได้อีกด้วย"

แม้ว่าการสร้างความสุขในผู้สูงอายุจะมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ การทำดอกไม้ประดิษฐ์ การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง การเล่นดนตรี การฟังเพลง การสวดมนต์ การเขียนหนังสือ การอ่านหนังสือ การไปวัดหรือโบสถ์เพื่อฟังเทศน์ฟังธรรม หรือสนทนาธรรมที่ทำให้จิตใจของตนสงบและเป็นสุข ฯลฯ

แต่พอมาถึงยุคนี้อุปกรณ์ไฮเทค ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต กล้องดิจิทัล ก็สามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะบันดาลความสุขให้แก่ผู้สูงอายุได้ ยิ่งไปกว่านั้น จะทำให้ผู้ได้มาสัมผัสกับโลกไฮเทครู้สึกเสมือนได้เติมสิ่งใหม่ๆ ที่สร้างความเพลิดเพลินแก่ชีวิต และไม่รู้สึกว่าตนเองถูกทอดทิ้งจากลูกหลานอีกต่อไป เพราะสามารถเข้าไปอยู่ในโลกเดียวกับลูกหลานได้ ไม่ว่าจะเป็น สังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ค หรือการสนทนาออนไลน์ด้วยสไกป์

“ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า แต่ละคน ต่างคนต่างอยู่กับอุปกรณ์เหล่านี้มากกว่าที่จะเงยหน้ามาพูดคุยกัน ซึ่งก็คงเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ แต่ถ้าเมื่อไรที่เราสามารถเข้าถึงเขาได้ผ่านอุปกรณ์และเทคโนโลยีเหล่านี้ก็ทำให้ระยะห่างของเราลดลง พูดภาษาเดียวกัน คุยกันรู้เรื่องมากขึ้น เดี๋ยวนี้ผู้สูงอายุบางคนสามารถเอารูปในกล้องใส่ลงไอแพคได้ขณะที่ลูกหลานยังทำไม่เป็นก็มี”

นอกจากใส่ใจเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาแล้ว พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ยังได้บอกหลักการในการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุ ว่า การที่ผู้สูงอายุจะมีความสุขได้นั้น

สิ่งแรกที่ผู้สูงอายุจะต้องทำ คือ การปรับตัวทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความคิด อารมณ์ และสภาพความเป็นอยู่ของตนเอง โดยเริ่มจากการปรับใจของตนเองให้ได้ ด้วยการเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งของตนเองและสิ่งใหม่ๆ ในสังคม เปิดรับและยอมรับความคิดเห็นของลูกหลานและคนอื่นให้มากขึ้น ไม่เก็บหรือแยกตัวเองออกจากครอบครัวหรือสังคม พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว เพื่อนฝูง ชุมชนหรือสังคม

มีความยืดหยุ่นในเรื่องต่างๆ ให้คิดอยู่เสมอว่า ทำอย่างไรจึงจะอยู่ร่วมกับครอบครัวและคนอื่นให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำอย่างไรที่จะให้มีความขัดแย้งกันน้อยที่สุด ตลอดจนพยายามช่วยตนเองในด้านต่างๆ ให้มากที่สุด และยอมรับความช่วยเหลือและการดูแลของลูกหลานเมื่อถึงเวลาที่จำเป็น ก็จะทำให้ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข กลายเป็นผู้สูงวัยที่มีคุณภาพ