"นพ.ประดิษฐ์"ยันการปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาล ไม่กระทบประชาชน เพราะอยู่ในระบบประกันสุขภาพ
นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว"รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน" กรณีการปรับค่ารักษาพยาบาลว่าในอดีต ตั้งแต่ปี 2547 ยังไม่ได้มีการปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาล ไม่ได้มีการอัพเดทบัญชีต่างๆ ต้นทุนยังเป็นของเก่าอยู่ แต่ในปัจจุบันมีระบบเทคโนโลยีต่างๆขึ้นมาเยอะ พอไปอัพเดทจะมีรายการค่ารักษาพยาบาลวิธีการรักษาขึ้นมา 700 กว่ารายการ ข้าราชการก็จะได้สิทธิ์ขึ้นมาจากเดิมที่เบิกไม่ได้
รมว.สธ.กล่าวว่า ในแง่ของผลกระทบนั้น เนื่องจากประชาชนทั้ง 3 ระบบในประเทศไทย คือ ทั้งข้าราชการ ระบบประกันสังคม ระบบ 30 บาทรักษาทุกโรค ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะไม่ได้ไปจ่ายอยู่แล้วในระบบ
"ถ้าอยู่ในระบบอยู่แล้ว ก็มีระบบหักจ่ายหรือเบิกจ่ายกันเองอยู่แล้ว เพราะจริงๆการปรับครั้งนี้ มีทั้งขึ้นและลงเป็นเรื่องภายในระหว่างหน่วยงานบริหารราชการด้วยกันเอง ครั้งนี้เรากำลังทำต้นทุนที่แท้จริง ไม่ต้องมาอุดหนุนทางอ้อม เป็นการทำระบบต้นทุนให้ถูกต้องเท่านั้น "รมว.สธ.กล่าว
รมว.สธ. กล่าวถึง กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มแรกคือ คนต่างชาติที่มารักษาพยาบาลในประเทศไทย เพราะมีต่างชาติเข้ามารักษาพยาบาลเยอะมาก ถ้าคิดค่ารักษาต่ำว่าทุนก็เหมือนไปอุดหนุนก็ต้องคิดค่าธรรมเนียมให้ถูกต้อง กลุ่มที่สองคนต่างชาติที่มีวีซ่าเข้าประเทศแต่ไม่มีค่ารักษา ซึ่งรัฐบาลมีแนวคิดว่าอาจจะต้องมีการซื้ออินชัวรันส์ กลุ่มที่สาม คือกลุ่มแรงงานต่างด้าวหรือผู้ติดตาม จะทำเป็นระบบประกันเข้ามามีการคิดค่าธรรมเนียมรายปี ถ้าไม่คิดค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องก็ขาดทุนไปอีก
นพ.ประดิษฐ กล่าวต่อถึง กระบวนการดำเนินการปรับค่ารักษาพยาบาลว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบบัญชีทั้งหมด และต้องตกลงกับทางกรมบัญชีกลาง กว่าจะตกลงกันได้คาดจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่งการปรับค่ารักษาพยาบาลดังกล่าว จะไม่กระทบกับค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน และก็ไม่ควรฉวยโอกาสขึ้นราคาจากข้ออ้างที่ภาครัฐ จะปรับค่ารักษาพยาบาล และระบบประกันก็ไม่น่าจะขึ้นเบี้ยประกัน เพราะต้นทุนโรงพยาบาลเอกชนก็เป็นต้นทุนปัจจุบันอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นการขึ้นต้นทุน และค่าธรรมเนียมต่างๆก็เป็นค่าธรรมเนียมปัจจุบันอยู่แล้ว









