วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ป่วยมะเร็ง Vs เมนูเนื้อแซบๆ

เมื่อผู้ป่วยมะเร็งถูกห้ามกินเมนูสุดโปรด โดยเฉพาะคอหมูย่าง เนื้อแดดเดียว ทะเลเผา แล้วจะเหลือเมนูอะไรให้ผู้ป่วยกินต้านโรคบ้างล่ะ

เมื่อผู้ป่วยมะเร็งถูกห้ามกินเมนูสุดโปรด โดยเฉพาะคอหมูย่าง เนื้อแดดเดียว ทะเลเผา ภายใต้เหตุผลที่เชื่อกันมาว่า เมนูเหล่านี้เป็นอาหารชั้นเลิศของเซลล์ร้าย แล้วจะเหลือเมนูอะไรให้ผู้ป่วยกินต้านโรค

ปัญหาด้านโภชนาการในคนไข้มะเร็ง เป็นปัญหาหนึ่งที่พบได้ภายหลังรับการรักษา โดยมีสาเหตุที่หลากหลายทั้งจากตัวผู้ป่วยเอง สิ่งแวดล้อม และผลข้างเคียงจากการรักษา ตัวอย่างเช่น ผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด คนไข้อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร การรับรสอาหารที่เปลี่ยนแปลง เม็ดเลือดขาวต่ำ ท้องเสีย

จนทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอส่วนผลข้างเคียงจากรังสีรักษา ก็อาจทำให้กลืนลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ปากแห้ง น้ำลายน้อยลง เจ็บปาก เพลีย ไม่มีแรง เบื่ออาหาร ท้องผูก ท้องเสีย จนน้ำหนักลดและขาดสารอาหารที่จำเป็นไปเลี้ยงร่างกาย รวมถึงผลจากการผ่าตัดก็เช่นกัน อาจทำให้เบื่ออาหาร กินได้น้อย อิ่มเร็ว ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับปริมาณอาหารที่ไม่เพียงพอก็อาจเกิดอาการเพลียและไม่มีแรงได้เช่นกัน

“อาการไม่อยากอาหารเป็นเรื่องปกติของคนไข้มะเร็ง สามารถแก้ไขได้ด้วยการหันมาใส่ใจด้านโภชนาการ โดยเลือกกินอาหารที่หลากหลายและครบทั้ง 5 หมู่ โดยสลับสับเปลี่ยนเมนูอาหาร ไม่กินอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำๆ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ติดมัน หรือสุกๆดิบๆ ไม่กินรสจัด แต่หันมากินผักปรุงสุก เนื้อสัตว์ปรุงสุกให้เพียงพอ”ปฏิมา พรพจมาน นักกำหนดอาหาร โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวกล่าว

คนที่ป่วยเป็นมะเร็งและรับการรักษาแล้วไม่มีปัญหาเรื่องการกิน ให้กินอาหารได้ปกติครบทั้ง 5 หมู่ แต่สำหรับคนที่รับการผ่าตัด อาจเลือกกินอาหารกลุ่มที่ให้พลังงานและให้โปรตีนสูงเป็นพิเศษ เพื่อให้ร่างกายได้รับการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

คนไข้ที่รับการผ่าตัดและรับเคมีบำบัด หรือรังสีรักษาร่วมด้วย กลุ่มนี้อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย ขมปาก กินไม่ได้จนน้ำหนักลด อาจเลือกประกอบอาหารที่ใช้เครื่องเทศให้รสชาติมากขึ้นแต่ก็ไม่ควรกินซ้ำๆ

ส่วนความเชื่อที่ว่าผู้ป่วยมะเร็งจะต้องงดเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นเมนูโปรดของเซลล์ร้าย จะทำให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายได้เร็ว ปฏิมาบอกว่า ความเชื่อดังกล่าวถือว่าผิดมากๆ เพราะเนื้อสัตว์ถือเป็นแหล่งโปรตีนให้กับร่างกาย หากไม่กินจะมีผลทำให้เม็ดเลือดแดงต่ำ และร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อลดลง ผอมลงเร็ว ภูมิคุ้มกันก็ต่ำลงด้วย และมีผลทำให้การรักษาไม่เต็มศักยภาพ

การเลือกกินเนื้อสัตว์ ให้กินหลากหลาย ทั้งเนื้อไก่ หมู ปลา ไม่จำเพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่กินรสชาติจัด จำกัดน้ำตาลให้กินได้ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน สิ่งสำคัญคือกินให้หลากหลายครบ 5 หมู่ ถ้ากินไม่ค่อยได้ ให้เลือกกินบ่อยๆ หรือเพิ่มมื้อขึ้นมา เพื่อให้ร่างกายได้รับอาหารที่เพียงพอแทนที่จะไม่กินเลย

กลุ่มเคมีบำบัด ต้องเลือกกินอาหารปรุงสุก ร้อน ใหม่ๆ ผักปรุงสุก ถ้าเป็นผักดิบก็ควรล้างให้สะอาด ด้วยการผ่านน้ำแรงๆ หรือใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำ หรือด่างทับทิมแช่ไว้ก่อนบริโภค เพื่อป้องกันการรับไข่พยาธิหรือสารเคมีปนเปื้อนในผัก โดยเฉพาะคนไข้ที่มีเม็ดเลือดขาวต่ำ ยิ่งมีผลทำให้ร่างกายได้รับเชื้อโรคหรืออาการแทรกซ้อนได้ง่าย

การดื่มน้ำผัก เมื่อมองตามหลักวิทยาศาสตร์ยังไงก็คือน้ำผัก ยังไม่มีงานวิจัยตัวไหนที่บ่งชี้ว่ามีผักชนิดไหนที่ป้องกันหรือยับยั้งการเติบโตของมะเร็งได้ ทางที่ดีควรกินให้หลากหลาย เพราะการเลือกบริโภคซ้ำๆเดิมๆ อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาการตัวใดตัวหนึ่งต่อเนื่อง แล้วเกิดผลเสียตามมาได้

“คนไข้มะเร็งควรดูแลเรื่องความสะอาดของอาหารที่กินอย่างเคร่งครัด ไม่ควรกินอาหารที่ขายริมถนน หรืออาหารค้างคืน เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีภูมิคุ้มกันร่างกายที่ต่ำกว่าคนปกติ อีกทั้งควรอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อยู่ในที่แออัดมีผู้คนมาก เพราะเสี่ยงการติดเชื้อและป่วยเป็นโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา รวมถึงดูแลสุขภาพจิตใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ”นักกำหนดอาหาร กล่าวและว่า เพียงเท่านี้ก็สามารถมีชีวิตอยู่สู้กับโรคได้อย่างเข้มแข็งทั้งภายนอกและภายในแล้ว

สิ่งที่พึงระมัดระวังมากสุดคือ ไม่ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมโภชนาการรับประทานเอง แต่ควรจะปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ เพราะร่างกายแต่ละคนอยู่ในภาวะขาดหรือเกินที่ต่างกัน