วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

เดสติเนชั่น กรุ๊ป ประกาศนโยบายการบริหารงานปี 2017

เดสติเนชั่น กรุ๊ป ประกาศนโยบายการบริหารงานปี 2017

กรุงเทพ: เดสติเนชั่น กรุ๊ป (Destination Group) กลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารยักษ์ใหญ่ ตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นผู้นำธุรกิจทางด้านโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เผยนโยบายเดินหน้าธุรกิจในปี 2017 พร้อมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างไม่หยุดนิ่ง.

มร.แกรี่ เมอร์เรย์ (Mr.Gary Murray)ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง (CEO & Founder) เดสติเนชั่น กรุ๊ป (Destination Group) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ว่า “เดสติเนชั่น กรุ๊ปดำเนินงานด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการดูแลบริหารจัดการบริษัทในเครือมากว่า 27 ปี ประกอบกับการสั่งสมประสบการณ์จากการวิเคราะห์ ศึกษาพฤติกรรมของผู้คนและทิศทางของธุรกิจของแต่ละประเทศในแถบเอเชียอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อนำมาพัฒนาธุรกิจให้รองรับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดเอเชีย จนนำมาสู่การขยายธุรกิจโรงแรมในเครือด้วยห้องพักคุณภาพมาตรฐานระดับโลกจำนวน 2,000 ห้อง และพนักงานที่ผ่านการอบรมจำนวน 1,800 คนในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนไว้วางใจเลือกใช้บริการโรงแรมในเครือบริษัทฯ มากที่สุด จนทำให้เดสติเนชั่น กรุ๊ปเติบโตก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำธุรกิจทางด้านโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย

ซึ่งหลักหรือหัวใจของการดำเนินงานของเดสติเนชั่น กรุ๊ป คือการสร้างประสบการณ์ที่พิเศษสุดในทุกๆ รายละเอียดให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ รวมถึงการสรรสร้างสถานที่ต่างๆ เพื่อสร้างความประทับใจและตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม จะเห็นได้จาก โนโวเทล รีสอร์ท สำหรับลูกค้าที่มาพักผ่อนเป็นครอบครัว  ไอบิซ รีสอร์ท หาดเฉวง สมุย สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความทันสมัย หรือโรงแรมโฟร์พอยต์ บายเชอราตันที่มอบความคุ้มค่าและความสะดวกสบายในการเดินทางติดต่อทางธุรกิจ และร้านอาหารซึ่งเป็นสถานที่แฮงค์เอาท์ พบปะสังสรรค์ ที่มีสไตล์อย่างฮาร์ดร็อค คาเฟ่ รวมถึงร้านอาหารสไตล์อเมริกันที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างฮูเตอร์ส”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เดสติเนชั่น กรุ๊ป ได้พัฒนาการให้บริการระดับพรีเมียมในโรงแรมชื่อดังระดับ 4-5 ดาวทั้งในและต่างประเทศอย่างไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมในเครือฮิลตัน, เชอราตัน, สวิสโฮเทล และโนโวเทล และกำลังขยายไปสู่ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังมีการเดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในประเทศต่างๆ อาทิเช่น ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย.

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ให้ความสำคัญกับหน่วยงานการกุศลต่างๆ ในประเทศไทยมาโดยตลอด อาทิเช่น การจัดกิจกรรมการกุศลเพื่อระดมทุนในการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นโครงการที่ต่อยอดมาจาก “ฮูเตอร์ส อเมริกา” ซึ่งได้ทำโครงการสนับสนุนงานวิจัยผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระดับโลก รวมถึงการระดมทุนเพื่อนำไปมอบเป็นค่าดูแลเด็กกำพร้าของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าจำนวนทั้งสิ้น 4 แห่งในทุกๆ ปี.

เดสติเนชั่นกรุ๊ป

เดสติเนชั่นกรุ๊ป (Destination Group) มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นพัฒนาและบริหารจัดการรีสอร์ท และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสร้างความประทับใจให้กับแขกผู้มาเยือน ภายใต้การบริหารของ มร. แกรี่ เมอร์เรย์ (Mr. Gary Murray) ประธานคณะผู้บริหาร ผู้สั่งสมประสบการณ์มากกว่า 20 ปีโดยยึดถือในหลักการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม.

เดสติเนชั่นกรุ๊ป แบ่งกลุ่มธุรกิจประเภทโรงแรมภายใต้ชื่อ เดสติเนชั่นพร็อพเพอร์ตี้(Destination Properties)มีโรงแรมในเครือ ได้แก่โนโวเทลภูเก็ต กะรน บีช รีสอร์ทแอนด์สปา, โนโวเทลสุรินทร์บีช รีสอร์ท ภูเก็ต, โนโวเทล หัวหิน ชะอำบีช รีสอร์ทแอนด์สปา, สวิสโซเทลรีสอร์ท ภูเก็ต ป่าตอง บีช, สวิสโซเทล รีสอร์ท ภูเก็ต, เชอราตันโฟร์พ้อยต์ กรุงเทพ. ไอบิซสมุย รีสอร์ท ณ หาดเฉวง สมุย และ รีสอร์ทพร้อมสนามกอลฟ์ขนาดใหญ่ ที่ศรีราชา จะเปิดให้บริการภายในปีนี้.

เดสติเนชั่นกรุ๊ปยังเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ร้านอาหารและเครื่องดื่มภายใต้ชื่อ เดสติเนชั่นอีทส์(Destination Eats)ได้แก่ ฮูเตอร์ส, ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ และ เดอะดรังก์เคนเลปเพอร์คอน. เดสติเนชั่นกรุ๊ป ได้รับรางวัล “ผู้พัฒนา ธุรกิจ แฟรนไชส์ ยอดเยี่ยม ปี 2016”จากฮูเตอร์สแบรนด์ดังจากอเมริกา ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกมากกว่า 30 ปี มี มากกว่า 400 สาขาทั่วโลก. เดสติเนชั่นอีทส์ยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจด้านร้านอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ร้านพิซซ่า  ร้านอาหารอิตาเลียน และสเต็กเฮ้าท์ระดับไฮเอนท์ ทั้งในและต่างประเทศ.

นอกจากนี้ เดสติเนชั่น กรุ๊ป ยังขยายธุรกิจในต่างประเทศอีกมากมาย อาทิ ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และกัมพูชา ปัจจุบัน โดยขณะนี้ เดสติเนชั่น กรุ๊ป มีพนักงานมากกว่า 1,800 คน ในประเทศไทย.