วันก่อนเจอข่าวทางโซเชียล มีเดีย ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่จากกลุ่มประกันวินาศภัยที่เกี่ยวกับรถยนต์ ออกมาบอกว่าน้ำท่วมกรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมา มีรถเสียหายจากน้ำท่วมเกินกว่า ๑ หมื่นคัน ในวันที่ข่าวออกมานั้นยังมีน้ำท่วมขังอยู่อีกหลายพื้นที่
KEY POINTS
- รถยนต์ที่ขับลุยน้ำหรือจอดแช่น้ำอาจเกิดอาการสั่นที่พวงมาลัย เนื่องจากตะกั่วถ่วงล้อหลุดออกเพราะกาวเสื่อมสภาพ
- อีกสาเหตุของอาการสั่นเกิดจากหยดน้ำที่ควบแน่นอยู่ภายในยาง ซึ่งจะรวมตัวกันเมื่อล้อหมุน ทำให้ล้อเสียสมดุล
- หากรถมีอาการสั่นควรรีบนำไปตรวจสอบเพื่อถ่วงล้อ และอาจต้องถอดยางออกมาทำความสะอาดภายใน เพื่อป้องกันยางสึกหรอผิดปกติ
วันก่อนเจอข่าวทางโซเชียล มีเดีย ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่จากกลุ่มประกันวินาศภัยที่เกี่ยวกับรถยนต์ ออกมาบอกว่าน้ำท่วมกรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมา มีรถเสียหายจากน้ำท่วมเกินกว่า ๑ หมื่นคัน ในวันที่ข่าวออกมานั้นยังมีน้ำท่วมขังอยู่อีกหลายพื้นที่ แต่เนื้อข่าวแจ้งว่าจำนวนเกินหนึ่งหมื่นคันนั้น นับเฉพาะตัวเลขที่ฝ่ายบริษัทประกันภัยทั้งหลายรับแจ้งไว้เท่านั้น
ผมดูจากภาพข่าวน้ำท่วมที่บริเวณที่พักอาศัยย่านคลองจั่นเขตบางกะปิ เห็นรถยนต์จมน้ำอยู่หลายร้อยคัน ซึ่งหากรถยนต์เหล่านั้นซื้อประกันภัยประเภทหนึ่งไว้ ก็น่าจะถูกตีวงเงินชดใช้แบบที่เรียกว่าคืนทุนประกัน ผมจึงเชื่อจากเนื้อข่าวที่ระบุเอาไว้ว่า ความเสียหายเฉพาะในส่วนของยานพาหนะเพียงอย่างเดียว คือรวมกันทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วม ค่าเสียหายโดยรวมน่าจะหลายพันล้านบาท หรืออาจจะถึง ๑ หมื่นล้านบาทด้วยซ้ำ
ซึ่งทั้งหมดนี้ยังไม่นับรวมความเสียหายที่ยังไม่ปรากฏผล คือเป็นความเสียหายจากน้ำท่วมที่อยู่ในระยะฟัก หมายถึงยังไม่เกิดความเสียปรากฏให้เห็นในเวลานี้ เจ้าของรถก็จะชะล่าใจว่ารถยนต์ของตนเองไม่ได้เสียหายจากน้ำท่วม เพราะยังสามารถใช้งานรถได้ตามปกติ แต่หลังจากน้ำลดลงไปแล้วสามสี่เดือน อาการต่างๆที่ได้รับครั้งน้ำท่วมจึงจะปรากฏขึ้นมา ซึ่งน่าจะมีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
แต่สิ่งที่ผมกังวลมากก็คือบรรดารถยนต์ที่ได้รับการชดใช้แบบคืนทุนประกัน ซึ่งรถยนต์ที่เข้าข่ายดังกล่าว เจ้าของรถยนต์ต้องมอบซากรถและทะเบียนให้กับบริษัทประกันภัยไป ข้อสงสัยของผมก็คือแล้วซากรถและทะเบียนเหล่านั้น จะถูกนำไปทำอะไรต่อไป เพราะบริษัทประกันภัยคงไม่เอาไปทำลายทิ้งเปล่าๆ เนื่องจากทั้งซากรถและทะเบียน ล้วนเป็นทรัพย์สินที่มีราคาด้วยกันทั้งสิ้น
ความเสียหายที่แฝงตัวยังไม่ปรากฏอาการออกมานั้น หากไปเกิดอาการหลังจากน้ำลดไปได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว ก็คงยากที่จะให้บริษัทประกันภัยรับผิดชอบได้ง่าย ๆ เพราะจะต้องพิสูจน์ทราบกันให้ชัดเจน ว่าเป็นความสึกหรอหรือเสียหายจากการใช้งานปกติ หรือเป็นผลพวงมาจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นกันแน่
วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงความเสียหายรูปแบบหนึ่ง ที่เคยเป็นกรณีถกเถียงกันมาเมื่อครั้งน้ำท่วมหลายปีมาแล้ว นั่นคือรถยนต์ที่แล่นลุยน้ำเป็นประจำ และบางคันก็จอดแช่น้ำในระดับที่แม้จะไม่สูงจนทำให้เครื่องยนต์ หรือห้องโดยสารต้องเสียหาย
แต่หลังจากผ่านช่วงเวลาที่น้ำท่วมไปแล้ว เจ้าของรถหลายคันรู้สึกว่ารถยนต์ของตนเองมีอาการสั่น เป็นอาการสั่นที่เกิดในระดับความเร็วใดความเร็วหนึ่ง ซึ่งหลังจากได้ปรึกษากับช่างและผู้รู้ทั้งหลายแล้ว จึงได้รับคำแนะนำให้นำรถยนต์ไปตรวจความสมดุลของล้อขณะหมุน พูดแบบชาวบ้านให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ให้นำรถที่มีอาการสั่นไปถ่วงล้อนั่นเอง
เมื่อไปถึงร้านที่รับถ่วงล้อ ช่างประจำร้านแจ้งว่า ตะกั่วที่เคยถ่วงล้อเดิมหลุดหายไป อาจจะหลุดในขณะที่ขับรถลุยน้ำ หรือในขณะที่จอดแช่น้ำอยู่ โดยกาวที่ติดตะกั่วกับกระทะล้ออาจจะเสื่อมคุณภาพ เมื่อต้องสัมผัสอยู่กับน้ำนาน ๆ และเป็นประจำ
เมื่อเจ้าของรถได้รับแจ้งเช่นนั้นจึงทำการแจ้งไปยังบริษัทประกันภัย เพื่อให้บริษัทประกันภัยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการถ่วงล้อทุกล้อ รวมไปถึงทำการตั้งศูนย์ล้อเพื่อความมั่นใจด้วย แต่เจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยแจ้งกลับมาว่า เป็นการเสียหายจากการใช้งานปกติ จึงไม่ใช่หน้าที่ของประกันภัยที่จะต้องมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเรื่องนี้ ซึ่งหลังจากนั้นข่าวนี้ก็เงียบหายไป ไม่ทราบว่ามีการเจรจากันไปถึงระดับใด
แต่ผมจะเอามาพูดคุยกับท่านเจ้าของรถยนต์ทั้งหลายว่า ถ้ารถยนต์ของท่านมีอาการสั่นเกิดขึ้น และเป็นการสั่นที่เกิดขึ้นในระดับความเร็วใดความเร็วหนึ่ง เป็นอาการสั่นที่สามารถรับรู้ได้ที่พวงมาลัย สิ่งที่เจ้าของรถต้องทำอย่างเร่งด่วนก็คือ ให้นำรถไปตรวจสอบล้อและยางโดยเร็ว เพราะหากปล่อยให้อาการสั่นเกิดขึ้นเป็นเวลานาน ก็จะทำให้ยางสึกหรอผิดปกติ
ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นขึ้นมาจริง ต่อให้ต่อมามีการแก้ไขด้วยการถ่วงล้อ หรือแม้แต่ตั้งศูนย์ล้อร่วมด้วยก็ตาม แต่เมื่อยางหรือหน้ายางสึกผิดปกติไปแล้ว คือมีการสึกเป็นบั้งที่หน้ายาง หรือหน้ายางสึกด้านใดด้านหนึ่ง การถ่วงล้อหรือตั้งศูนย์ล้อช่วย ก็ยากที่จะทำให้ยางกลับมาสึกแบบปกติได้ จึงควรรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วนเมื่อรู้ว่ามีอาการสั่นเกิดขึ้น
สิ่งที่ควรให้ช่างทำการตรวจสอบ นอกจากเรื่องของตะกั่วถ่วงล้อ หรือทำการหมุนล้อเพื่อหาสมดุลของล้อแล้ว รถยนต์ที่จอดแช่น้ำหรือแล่นลุยน้ำเป็นประจำ หรือแม้แต่รถยนต์ที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล จากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว ผมแนะนำว่าควรจะถอดยางออกมาแล้วทำความสะอาดภายในยางให้เกลี้ยงเกลา
เพราะหลายครั้งเราพบว่า แม้จะทำการถ่วงล้อดีเพียงใดก็ตาม แต่อาการสั่นนั้นก็ยังเกิดขึ้นอยู่ เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนไปสั่นในช่วงระดับความเร็วอื่นๆ ซึ่งต้นตอปัญหาที่พบเป็นประจำก็คือ มีหยดน้ำเกิดขึ้นภายในท้องยาง เป็นหยดน้ำที่เกิดจากอากาศในยางมีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไปมา เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น ทำให้อากาศแปรสภาพกลายเป็นหยดน้ำเกิดขึ้น
เมื่อหยดน้ำแม้จะเป็นหยดเล็ก ๆ เกิดขึ้นเกาะตามท้องยาง เมื่อรถแล่นไปหรือล้อหมุนไป หยดน้ำเล็ก ๆ เหล่านั้นก็จะถูกเหวี่ยงจนมาเกาะกันเป็นหยดน้ำที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งแม้จะเป็นหยดน้ำที่มีขนาดใหญ่ประมาณเม็ดข้าวโพดก็ตาม เมื่อถูกแรงเหวี่ยงไปเกาะรวมตัวกันอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งของท้องยาง ก็จะทำให้น้ำหนักของเส้นรอบวงตรงนั้นเสียดุลไป จนทำให้เกิดอาการสั่นขึ้นมาได้
การถอดยางออกมาเช็ดทำความสะอาดหยดน้ำ หรืออาจจะมีเศษผงทรายเล็ก ๆ ในท้องยางด้วยนั้น จะช่วยลดอาการสั่นของยางที่ส่งมายังพวงมาลัยได้ดี และจะช่วยให้ยางสึกหรอเป็นปกติด้วยครับ





