ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วง หลังโมเดลใหม่ของ DeepSeek และความกังวลด้านเงินทุนกดดันหุ้นชิป หุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลง ท่ามกลางความกังวลต่อความยั่งยืนของการลงทุนในธุรกิจ AI
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลับมาปรับตัวลดลงต่อในวันจันทร์ (19 ต.ค.69) หลังโมเดลล่าสุดของ DeepSeek จุดความกังวลเกี่ยวกับความต้องการชิปหน่วยความจำ และซ้ำเติมความกังวลของตลาดเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนสำหรับการลงทุนด้าน AI ดัชนี Kospi ร่วงลงมากถึง 3.2% โดยหุ้นผู้ผลิตชิปอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ลดลงมากกว่า 4% ก่อนที่จะลดช่วงขาดทุนลง
ส่วนดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง ลดลงประมาณ 2% โดยหุ้น Advantest ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับการผลิตชิป เป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุด
เมื่อวันศุกร์ หุ้นผู้ผลิตชิปของสหรัฐปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 เนื่องจากนักลงทุนกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับต้นทุนที่พุ่งสูงของการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ขณะเดียวกัน DeepSeek ของจีนเปิดตัวการอัปเดตโมเดล AI ในช่วงสุดสัปดาห์ โดยระบุว่าโมเดลดังกล่าวทำงานได้เร็วขึ้นและใช้ทรัพยากรน้อยลง ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าอาจต้องใช้หน่วยความจำน้อยลง
คัง แดควอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Life Asset Management กล่าวว่า “มีความไม่แน่นอนมากเกินไปจนไม่สามารถระบุได้ว่าตลาดหุ้นเกาหลีแตะจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง” โดยมองว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเงินทุนสำหรับโครงการ AI ของบริษัทสหรัฐ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดผันผวน พร้อมกล่าวว่า “บริษัทเกาหลีจะไม่สามารถทำกำไรได้ หากบริษัทสหรัฐหยุดใช้จ่าย”
ดัชนี Kospi เพิ่งผ่านสัปดาห์ที่มีผลการดำเนินงานย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2008 อย่างไรก็ตาม ดัชนีอ้างอิงของเกาหลีใต้ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ในปีนี้ หลังการใช้จ่ายด้าน AI ที่พุ่งสูงผลักดันราคาชิปหน่วยความจำให้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
หุ้นญี่ปุ่นลดลงตามแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีจากความกังวลเรื่อง AI
หุ้นญี่ปุ่น ปรับตัวลงตั้งแต่เปิดตลาด เนื่องจากหุ้นชิปลดลงท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุนในธุรกิจ AI
ดัชนี Nikkei 225 ซึ่งมีหุ้นชิปเป็นองค์ประกอบสำคัญ ลดลงมากถึง 2.3% และมีแนวโน้มลดลง 10% จากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ระดับ 70,683.98 จุด ส่วนดัชนี Topix ที่ครอบคลุมตลาดกว้างกว่า ร่วงลง 1.4% โดย Advantest เป็นหุ้นที่ฉุดดัชนีลงมากที่สุด
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลดลง โดย Taiyo Yuden ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และ Sumco ผู้ผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ เป็นหุ้นที่ปรับตัวแย่ที่สุดกลุ่มหนึ่งในดัชนี Nikkei 225 ตามการเทขายหุ้นชิปสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ ดัชนี Philadelphia Semiconductor ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 ซึ่งเป็นช่วงขาลงรายวันที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 ในสหรัฐ หุ้น CoreWeave ผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งร่วงลง 12% เมื่อวันศุกร์ ท่ามกลางแรงดึงรั้งระหว่างความกังวลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น กับความเชื่อมั่นว่าอุปสงค์ด้านพลังประมวลผลจะเพิ่มขึ้นมากพอที่จะชดเชยความกังวลดังกล่าวในที่สุด
อามีร์ อันวาร์ซาเดห์ นักกลยุทธ์หุ้นญี่ปุ่นแห่ง Asymmetric Advisors ในสิงคโปร์ เขียนในบันทึกถึงลูกค้าว่า “ประเด็นการจัดหาเงินทุนกำลังกลายเป็นความเสี่ยงรูปแบบใหม่ และอาจลุกลามจนกลายเป็นปัญหาเชิงระบบสำหรับภาคธุรกิจ AI ความเป็นจริงของภาวะตึงตัวด้านเงินทุนครั้งนี้เริ่มกลายเป็นสิ่งที่เลี่ยงจะมองข้ามไม่ได้แล้ว”
ความสนใจของนักลงทุนมีแนวโน้มจะหันไปจับตาฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่จะมาถึง โดยในสหรัฐ มีบริษัทในดัชนี S&P 500 มากกว่า 70 แห่งเตรียมรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ รวมถึงหุ้นกลุ่มเจ็ดนางฟ้า “Magnificent Seven” อย่าง Tesla Inc. และ Meta Platforms Inc. ขณะที่ในญี่ปุ่น บริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Disco Corp. และบริษัทระบบอัตโนมัติในโรงงานอย่าง Fanuc Corp. ก็เตรียมประกาศผลการดำเนินงานรายไตรมาสเช่นกัน




