วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยี่ห้อ ‘ปชป.’ ชำนาญการค้าน ซักฟอกเดิมพัน ‘มือเก๋า’ กู้ศรัทธา

เวทีซักฟอกที่จะเกิดขึ้น "ประชาธิปัตย์" ถูกจับตา ฐานะ ฝ่ายค้านมือเก๋า ที่เคยซัด รัฐบาลสีแดงจนเซมาแล้ว ทว่ารอบนี้สิ่งที่ถูกจับตามากกว่า คือ การกู้ศรัทธาให้กับพรรค

KEY POINTS

  • พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ใช้เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเดิมพันสำคัญในการกู้ศรัทธาทางการเมือง
  • อาศัยประสบการณ์ของนักการเมือง "มือเก๋า" ที่เคยมีผลงานโดดเด่นในการซักฟอกรัฐบาลในอดีต เช่น คดี CTX และโครงการจำนำข้าว
  • เตรียมมุ่งเน้นอภิปรายในประเด็นที่กระทบประชาชนโดยตรง เช่น ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง วิกฤติพลังงาน

แม้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะเคาะวันไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจเบื้องต้นเอาไว้วันที่ 27-29 ตุลาคม และให้ลงมติในวันที่ 30 ตุลาคม ทว่า “ขั้วฝ่ายค้าน” เรียกร้องวันอภิปรายไม่น้อยกว่า 5 วัน

โดยสัปดาห์นี้ “วิป 2 ฝ่าย” ทั้งฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน รวมถึงตัวแทนรัฐมนตรี จะนั่งหารือ เพื่อกำหนดวันให้มีบทสรุปที่ชัดเจน ซึ่งหนีไม่พ้นที่ต้องหาจุดกึ่งกลาง เพื่อให้การทำหน้าที่ของทั้ง “รัฐบาล” ฐานะผู้ชี้แจง และ “ฝ่ายค้าน” ฐานะฝ่ายตรวจสอบเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล

ทว่าก่อนที่จะไปถึงวันที่ 3 ฝ่ายหารือกัน “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” วิปฝ่ายค้านจากพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาทักท้วงรัฐบาล ถึงพฤติกรรมที่ส่อละเมิดรัฐธรรมนูญ ที่เริ่มมาจากการอนุญาตให้ “ฝ่ายค้าน” อภิปรายรัฐบาลได้จำนวนน้อยกว่าที่ต้องการคือ 5 วัน

พร้อมยกบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในหมวดความรับผิดชอบของ “รัฐบาล” ต่อสภาฯ ผ่านการจำกัดวันอภิปราย ทั้งที่ไม่ควรแสดงตัวว่าเป็นฝ่ายเสียงข้างมาก “บงการ” สภา และปิดปาก “ฝ่ายตรวจสอบ”

ยี่ห้อ ‘ปชป.’ ชำนาญการค้าน  ซักฟอกเดิมพัน ‘มือเก๋า’ กู้ศรัทธา

โดยเทียบสัดส่วน เวลา 5 วัน กับ 18 รัฐมนตรีที่มีชื่อขึ้นเขียง เฉลี่ย 1 วัน อภิปราย 4 รัฐมนตรี หรือ หากคิดเฉลี่ยรายชั่วโมง 1 รัฐมนตรี จะใช้เวลาอภิปรายเพียง 3 ชั่วโมง หากกำหนดเวลาให้อภิปรายวันละ 12 ชั่วโมง ยังไม่นับจำนวนชั่วโมงที่ “รัฐมนตรี” ต้องตอบชี้แจง

ตามธรรมเนียมซักฟอกที่ผ่านมา “รัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหา” ต้องลุกแก้ข้อกล่าวหาโดยทันที เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาของ “ฝ่ายค้าน” และอีกส่วนเพื่อให้ “ประชาชน” ที่ติดตามเห็นข้อมูลและนำมาเปรียบเทียบ ก่อนผันเป็นคะแนนศรัทธาต่อตัว “ฝ่ายบริหาร”

ต่อประเด็นนี้ แม้ “รัฐบาล” จะอ้างว่าตารางเวลาของรัฐบาล มีให้แค่ 3 วัน และประเมินว่าข้อมูลอภิปรายของฝ่ายค้านไม่มีอะไร จึงขอกดเวลาให้เหลือ 3 วัน เท่ากับว่า “รัฐบาล” ฐานะผู้ได้เปรียบ ต้องการใช้เวลาเป็นตัวช่วย พิทักษ์รัฐมนตรีของฝั่งรัฐบาล

ทว่าแง่มุมนี้ “พรรคฝ่ายค้าน” รู้ทัน พร้อมยกเหตุผลต่อสู้ และหากสู้ไม่ได้ เชื่อแน่ว่าจะเป็นอีกประเด็นที่ถูกนำไปขยายแผลบนเวทีซักฟอก

นอกจากนั้นแล้วในขั้นเตรียมการของ “พรรคประชาธิปัตย์” ต่อการหวนคืนสู่ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครั้งของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค ถูกจับตาว่าจะทำหน้าที่ “ตรวจสอบ” ได้สมกับความเก๋า และเหนือกว่ามาตรฐานของพรรคที่เคยทำมาในอดีตหรือไม่

ยี่ห้อ ‘ปชป.’ ชำนาญการค้าน  ซักฟอกเดิมพัน ‘มือเก๋า’ กู้ศรัทธา

หากย้อนรอยการซักฟอกหลายยุคที่ผ่านมา “พรรคประชาธิปัตย์” ฐานะแกนนำฝ่ายค้าน มีบทบาทเป็นผู้นำฝ่ายค้าน มักตั้งธงอภิปรายสำคัญ คือ “ทุจริตเชิงนโยบาย” มีใบเสร็จ-หลักฐานชัด หากย้อนประวัติศาสตร์การเมืองที่ผ่านมา จะพบว่าผลงานของ “พลพรรคสีฟ้า” เคยซัด “รัฐบาลสีแดง” จนเซมาแล้ว

ทั้งในยุครัฐบาล “ไทยรักไทย” ของ ทักษิณ ชินวัตร รอบนั้น อภิสิทธิ์ ฐานะผู้นำฝ่ายค้าน นำอภิปราย ถูกขุดคุ้ย ประเด็นความไม่โปร่งใสในโครงการจัดซื้อ “สายพานลำเลียงกระเป๋า” และ เครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX 9000 ในสนามบินสุวรรณภูมิ

รวมถึงการเปิดโปงทุจริตเชิงนโยบาย-เอื้อพวกพ้อง ในกรณี “ขายหุ้นชินคอร์ป” ให้กับกลุ่มทุนต่างชาติ และถูกคุ้ยต่อถึงประเด็นนิติกรรมอำพราง จน “ทักษิณ” ต้องตัดสินใจสู่การยุบสภา ในต้นปี 2549

ที่สำคัญการซักฟอกของ “ค่ายฟ้า” เป็นหัวเชื้อชั้นดีที่ทำให้ “สังคม” จับตาการบริหารงาน และช่วยตรวจสอบ “รัฐบาลพรรคไทยรักไทย” โดยการนำของ “ทักษิณ ชินวัตร” เพราะไม่อาจไม่ไว้วางใจว่า จะทำงานเพื่อประเทศอย่างซื่อตรง หรือ เบื้องหลังซ่อนแอบเพื่อผลประโยชน์ครอบครัว-พวกพ้อง

ต่อมาในยุครัฐบาล “พรรคเพื่อไทย” ช่วงปี 2554-2557 ที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นนายกฯ “พรรคประชาธิปัตย์” โชว์ฝีมือซักฟอก “โครงการรับจำนำข้าว” เปิดหลักฐาน จีทูจีเก๊ “ระบายข้าวที่ไม่มีอยู่จริง” และจากการอภิปรายเรื่องนี้ ทำให้ “ยิ่งลักษณ์” และรัฐมนตรีหลายคนต้องติดคุก

แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจของ “พรรคประชาธิปัตย์” รอบนี้ ไม่อยู่ในสถานะ “ผู้นำฝ่ายค้าน” เหมือนในอดีต แต่ความคาดหวังมีไม่น้อยกว่าในอดีต

ดังนั้นจึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ท่ามกลางการกู้ศรัทธาให้แก่พรรค และ สะสมเรตติ้งทางการเมือง

โดย “กรณ์ จาติกวณิช” รองหัวหน้า ยืนยันจะรักษามาตรฐานการซักฟอก พร้อมย้ำว่า การอภิปรายไม่ใช่เรื่องสนุก แต่เป็นหน้าที่ตรวจสอบ ตามหลักธรรมาภิบาล ความถูกต้องตามกฎหมาย และปากท้องความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมเตรียมยกความเดือดร้อนของประชาชนขึ้นมาเป็นไฮไลต์

ยี่ห้อ ‘ปชป.’ ชำนาญการค้าน  ซักฟอกเดิมพัน ‘มือเก๋า’ กู้ศรัทธา

หากอ่านทางสิ่งที่ ขุนพลพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมไว้เป็นหมัดเด็ด เชื่อว่าจะหนีไม่พ้น ปมวิกฤติพลังงาน-ปากท้องของประชาชน รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เป็นผลมาจากการบริหารจัดการวิกฤติอุทกภัยที่ล้มเหลว

รวมถึงการตั้งคำถามต่อ “นายกฯ- ทีมขุนคลัง” ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ต่อการกำกับ-รักษาวินัยทางการเงินการคลัง โดยเฉพาะการกู้เงินแสนล้านเพื่อใช้ละเลง-หาประโยชน์ทางการเมือง รวมถึงความโปร่งใสต่อการใช้เงินกู้ เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่ยังมีเงื่อนงำ และถูกมองว่าส่อมีผลประโยชน์ทับซ้อน

ดังนั้นต้องจับตาว่า “ประชาธิปัตย์” ผู้ชำนาญการค้าน จะกลับมาท็อปฟอร์มเหมือนในอดีตหรือไม่ เพราะหากโชว์ผลงานโดดเด่นใน “ศึกซักฟอก” โอกาสกู้ศรัทธา กู้แต้มการเมือง ย่อมมีโอกาสมากขึ้น