เกษตรกรคว้าแชมป์สเต๊กเนื้อระดับชาติ จากเวที “เนื้อโคคุณภาพ จากงานวิจัยสู่มูลค่าเพิ่ม” สะท้อนผลสำเร็จงานวิจัย มก. เตรียมต่อยอดสู่ตลาดเนื้อพรีเมียม
KEY POINTS
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ถ่ายทอดองค์ความรู้งานวิจัยเพื่อช่วยเกษตรกรอีสานยกระดับการผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง
- เกษตรกรสามารถเพิ่มรายได้จากการเลี้ยงโคเนื้อเฉลี่ย 42.95% และสามารถผลิตเนื้อพรีเมียมอย่างไทยวากิวได้
- เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำเนื้อโคที่ผลิตได้ไปสร้างสรรค์เมนูและคว้ารางวัลชนะเลิศสเต๊กเนื้อในเวทีแข่งขันระดับชาติ
จากอาชีพเลี้ยงโคที่สืบทอดกันมาในชุมชน สู่การผลิตเนื้อโคคุณภาพสูงที่สร้างมูลค่าเพิ่มและคว้ารางวัลบนเวทีระดับชาติ เป็นผลสำเร็จที่จับต้องได้ จากการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปพัฒนาทักษะเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กระทั่งสามารถยกระดับคุณภาพผลผลิต เพิ่มรายได้จากการเลี้ยงโคเนื้อเฉลี่ยร้อยละ 42.95 และต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการผลิตไปสู่การสร้างสรรค์เมนูอาหารที่ได้รับรางวัลระดับชาติ
รองศาสตราจารย์ ดร.กรรณิการ์ วงษ์พานิชย์ อาจารย์ประจำคณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร หัวหน้าโครงการวิจัยเกษตรกรอัจฉริยะด้านการเลี้ยงโคเนื้อด้วยองค์ความรู้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโครงการวิจัยโคขุนลูกผสมวากิวเพื่อผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง
เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญของงานวิจัยคือการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปประยุกต์ใช้กับการผลิตในฟาร์มจริง เพื่อให้เกษตรกรสามารถพัฒนาคุณภาพเนื้อโคอย่างเป็นระบบ สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน และนำความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพและธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้อย่างยั่งยืน
โครงการฯ ดำเนินงานร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย โดยได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ดำเนินงานระหว่างวันที่ 29 มกราคม 2568 ถึง 29 มกราคม 2569
เปลี่ยนความรู้เป็นมูลค่า ตอบโจทย์ใหญ่ของเกษตรไทย
ข้อมูลที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำเสนอ สะท้อนความท้าทายของภาคเกษตรไทยว่า แม้จะมีแรงงานประมาณ 12.2 ล้านคน หรือร้อยละ 31.3 ของแรงงานทั้งประเทศ แต่กลับสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพียงร้อยละ 8.7 ขณะที่มีแรงงานทักษะสูงเพียงร้อยละ 0.08 และครัวเรือนเกษตรกรจำนวนมากยังมีรายได้สุทธิต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิต แต่เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการนำความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาสร้างผลิตภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจ
โครงการผลิตเนื้อโคคุณภาพสูงตอบโจทย์ดังกล่าวด้วยการเริ่มต้นจากทรัพยากรที่ชุมชนมีอยู่แล้ว ทั้งประสบการณ์และภูมิปัญญาการเลี้ยงโค ก่อนนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยมาเสริมทักษะด้านการผลิต การจัดการฟาร์ม และการพัฒนาคุณภาพเนื้อโค เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดที่ต้องการผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง รวมถึงเนื้อโคไทยวากิว (Thai Wagyu)
หัวใจของการดำเนินงานจึงอยู่ที่การทำให้งานวิจัยไม่หยุดอยู่ในห้องเรียนหรือห้องปฏิบัติการ แต่สามารถเดินทางไปถึงผู้ผลิต เกิดการลงมือปฏิบัติ และสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ในระดับครัวเรือนเกษตรกร
เกษตรกรก็เป็นผู้เชี่ยวชาญได้ เมื่อความรู้เชื่อมกับประสบการณ์
แนวทางนี้สอดคล้องกับหลักคิด “Thailand as a Nation of Masters” และแผนปฏิบัติการ MHESI Action Plan 2026–2030 ซึ่งมุ่งปฏิรูปการเรียนรู้และปรับบทบาทมหาวิทยาลัยให้เป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมที่ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นฐานสร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
แนวคิดสำคัญคือ ทุกคนไม่จำเป็นต้องเก่งเหมือนกัน แต่ควรได้รับโอกาสในการค้นพบและพัฒนาความเชี่ยวชาญของตนเอง
โดยความเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่มีใบปริญญา หากยังรวมถึงเกษตรกรที่สามารถนำประสบการณ์จากการประกอบอาชีพมาผสานกับหลักวิชาการ จนผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการของตลาด
โครงการนี้จึงมองเกษตรกรเป็นผู้ร่วมพัฒนาความรู้ ไม่ใช่เพียงผู้รับเทคโนโลยี การยกระดับจากเกษตรกรดั้งเดิมสู่ Master Farmer หรือเกษตรกรมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ
จึงเกิดจากการเรียนรู้ ทดลอง และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับฟาร์มของตนเอง พร้อมต่อยอดไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและการเป็นผู้ประกอบการ ตามแนวทาง From Farmer to Founder
ขณะเดียวกัน ยังเป็นตัวอย่างของการยกระดับเศรษฐกิจเดิมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ Upgrade Existing Engine ผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยภายใต้กระทรวง อว. กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีหน่วยงานปศุสัตว์ในพื้นที่ร่วมสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้และการพัฒนาทักษะเกษตรกรอย่างเป็นระบบ
ผนึกความเชี่ยวชาญข้ามศาสตร์ ถ่ายทอดจากมหาวิทยาลัยสู่ฟาร์มจริง
การผลิตเนื้อโคคุณภาพสูงต้องอาศัยองค์ความรู้หลายด้าน ทั้งสัตวศาสตร์และอาหารโค การจัดการฟาร์ม การพัฒนาคุณภาพผลผลิต ตลอดจนความเข้าใจตลาดและการสร้างมูลค่าเพิ่ม
การทำงานร่วมกันของบุคลากรจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2 วิทยาเขต (วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ร่วมกับ วิทยาเขตกำแพงแสน) ตลอดจนคณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จึงเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ให้ตอบโจทย์การผลิตจริง โดยแต่ละหน่วยงานนำความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันมาสนับสนุนเป้าหมายเดียวกัน หรือ Complementary Excellence
การใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งยังสอดคล้องกับแนวคิด “77 จังหวัด 77 DNA” ที่มุ่งให้แต่ละพื้นที่ค้นหาจุดแข็งของตนเอง สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จุดแข็งด้านเกษตร อาหาร และเศรษฐกิจชีวภาพสามารถต่อยอดได้อีกมาก หากมีการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ เกษตรกร แหล่งทุน และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน
โครงการนี้จึงไม่ได้มุ่งถ่ายทอดความรู้เพียงครั้งเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในฟาร์ม การติดตามผลหลังเข้าร่วมโครงการ และการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานกับเกษตรกร เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
จากงานวิจัยสู่จานรางวัล ทีมเกษตรกรอีสานคว้ารางวัลเวทีระดับชาติ
ผลสำเร็จของการถ่ายทอดองค์ความรู้ปรากฏชัดบนเวทีการประกวดและแข่งขัน “เนื้อโคคุณภาพ จากงานวิจัยสู่มูลค่าเพิ่ม” (Research for Beef Quality Showcase) ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายในงาน The 3rd Thailand Talent Summit 2026 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช (PEACH) พัทยา จังหวัดชลบุรี
ผลการแข่งขันปรากฏว่า โครงการเกษตรกรอัจฉริยะด้านโคเนื้อ จากบริษัท อลิสา วากิว บีฟ จำกัด จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งพัฒนาเนื้อโควากิวลูกผสมให้เป็นเนื้อพรีเมียมคุณภาพสูงที่ผู้บริโภคไทยเข้าถึงได้ คว้ารางวัลชนะเลิศเมนูตะวันตก (สเต๊กเนื้อ) และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เมนูไทย (ยำเนื้อ)
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของการนำองค์ความรู้ด้านการผลิตเนื้อโคไปสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์และเมนูอาหารที่มีคุณภาพ โดยผลงานผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการในเวทีแข่งขันระดับชาติ และช่วยเพิ่มการมองเห็นให้แก่ผู้ผลิตเนื้อโคคุณภาพสูงจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นอกจากนี้ ผลงาน “สมาร์ทบีฟโมเดล: เกษตรอัจฉริยะยกระดับเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อคุณภาพสูงครบวงจร” ยังได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 ประเภทขับเคลื่อนเห็นผล ระดับดี โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เป็นหน่วยงานที่ได้รับรางวัลจากผลงานดังกล่าว
รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นอีกมิติหนึ่งของการขับเคลื่อนงานวิจัยที่มุ่งให้เกิดการใช้ประโยชน์จริงในภาคการผลิต
รางวัลจากเวทีการแข่งขันและผลการประเมินงานวิจัยจึงเป็นหลักฐานคนละมิติที่ช่วยสะท้อนความสำเร็จของการนำความรู้ไปใช้ ทั้งด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการสร้างผลลัพธ์จากการพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่
ก้าวต่อไป สร้างมาตรฐาน “ไทยวากิวอีสาน” เชื่อมสู่ตลาดเนื้อพรีเมียม
แนวทางสำคัญในระยะต่อไป ได้แก่ การร่วมกันพัฒนามาตรฐานการผลิต “ไทยวากิวอีสาน” ในระดับชุมชน เพื่อให้คุณภาพผลผลิตมีความสม่ำเสมอและเป็นที่ยอมรับ การเชื่อมโยงเกษตรกรกับร้านอาหาร โรงแรม และผู้ค้าปลีกที่ต้องการเนื้อโคคุณภาพสูง
ตลอดจนการจัดหาแหล่งทุนและกลไกบ่มเพาะธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างแบรนด์ของตนเอง
ในระยะยาว โครงการยังสามารถต่อยอดด้วยการจัดเก็บข้อมูลการเลี้ยงโค อาหารสัตว์ และคุณภาพซากอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้วิเคราะห์และวางแผนการผลิต
รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีอาหารและอาหารแห่งอนาคต สอดคล้องกับแนวทาง AI for All และภารกิจ AI for Agriculture ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อีกหนึ่งเป้าหมายคือ การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับเนื้อโคแต่ละชิ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของผลผลิตจากเกษตรกรแต่ละราย ตลอดจนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานและกระบวนการผลิต อันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสให้ผลิตภัณฑ์เนื้อโคไทยเข้าสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงขึ้น
จากจุดเริ่มต้นในฟาร์มของเกษตรกร งานวิจัยโครงการนี้แสดงให้เห็นว่าองค์ความรู้สามารถสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง เมื่อเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของผู้ผลิต การเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง และการพัฒนาตลาดรองรับผลผลิต
“จากคอกโคสู่จานรางวัล” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเนื้อโคที่มีคุณภาพ แต่เป็นบทเรียนของการนำงานวิจัยมาสร้างความเชี่ยวชาญ เปลี่ยนศักยภาพของเกษตรกรให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และพิสูจน์บทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม





