วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอ็นไวโรเซลเผย 8 เทรนด์ผู้บริโภคเมียนมาร์ ปี 58

กล้าลอง ทันสมัย ใส่ใจตัวเองชี้พม่าเติบโตแบบก้าวกระโดดพร้อมรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน



เอ็นไวโรเซล(ประเทศไทย) เจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคชาวเมียนมาร์ เผย 8เทรนด์ใหม่ชาวเมียนม่าร์1.เปิดรับ 2.กล้าลอง 3.ใส่ใจตัวเอง 4.ทันสมัย 5.ติดโซเชียล6.ชอบชีวิตสะดวกสบาย7.นิยมเดินห้าง และ 8. ชอบสังสรรค์ชี้พม่าพร้อมเติบโตพัฒนาแบบก้าวกระโดดเพื่อเป็นข้อมูลให้แก่นักการตลาดเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความแตกต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

น.ส.สรินพร จิวานันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นไวโรเซล(ประเทศไทย)ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์วิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค จากสหรัฐอเมริกา ในเครืออินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“เมียนมาร์ประเทศที่กำลังเป็นที่จับตามองจากนานาประเทศทั่วโลก โดดเด่นทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ และโอกาสในการลงทุนรวมถึงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศพม่าที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนที่ต้องการเข้าไปทำการตลาดในพม่า จึงมีความจำเป็นต้องเข้าใจความต้องการและแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพื่อนำไปช่วยในการวิเคราะห์ตลาดได้อย่างถูกต้อง และแม่นยำมากขึ้นเอ็นไวโรเซล ไทยแลนด์ จึงได้ทำการสำรวจตลาดเมียนมาร์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับแนวโน้มค่านิยมของชาวเมียนมาร์ โดยสรุปได้ 8 ประการดังนี้

1. เปิดรับ (Open for new thing)หลังจากที่เมียนมาร์ได้เปิดประเทศไปไม่นาน ชาวเมียนมาร์ก็มีโอกาสได้รับสิ่งใหม่ๆ ทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม สินค้าแบรนด์ใหม่ รวมถึงแฟชั่นทยอยเข้ามาในประเทศขึ้นเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่า ชาวพม่าเปิดรับสิ่งใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันที่ชาวพม่ายอมจ่ายเงินเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง อาทิ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผ้าน้ำยาล้างภาชนะน้ำยาทำความสะอาดพื้น เป็นต้นแสดงให้เห็นว่านอกจากชาวเมียนมาร์จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ แล้วยังพร้อมทดลองบริโภคผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยใช้มาก่อน


2. กล้าลอง (Dare to take challenge)ชาวเมียนมาร์เปลี่ยนความสนใจจากผลิตภัณฑ์แบรนด์เดิมๆ ไปยังสินค้าอุปโภคและบริโภคแบรนด์ใหม่ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น โดยอาศัยการตัดสินใจจากสื่อ โฆษณาต่างๆ สูงถึง 48% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ป้ายบิลบอร์ด หรือป้ายข้างทาง (คัทเอ้าท์) สามารถสร้างการรับรู้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นชาวเมียนมาร์ยังมีความพร้อมที่จะทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ถึง 25% จึงทำให้แบรนด์สินค้าต่างๆ ที่เริ่มเข้าไปขยายธุรกิจได้รับการตอบรับจาผู้บริโภคพม่าเป็นอย่างดี จากแต่ก่อนที่ชาวพม่าจะต้องค้นคว้า หาข้อมูล หรือปรึกษาคนรอบข้างก่อนการตัดสินใจบริโภค แต่ในปัจจุบันนี้ชาวพม่าตัดสินใจทดลองสินค้าใหม่ๆ ด้วยตนเองมากขึ้น

3. ใส่ใจตัวเอง (More beauty conscious)นอกจากเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ และกล้าลองมากขึ้นแล้ว ชาวเมียนมาร์ได้หันมาใส่ใจและดูแลตัวเองมากขึ้นทั้งเพศหญิงและชาย จากเมื่อก่อนที่ไม่สนใจใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใดๆ นอกจากทานาคา แต่ในปัจจุบันชาวเมียนมาร์ยุคใหม่ เริ่มให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว บำรุงความงามอื่นๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดผิวหน้า ครีมกันแดดครีมนวดผมครีมบำรุงต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นถึง 20%

4. ทันสมัย (Found to be more modern)จะเห็นได้ว่าชาวเมียนมาร์มีความทันสมัยมากขึ้นอย่างชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรศัพท์มือถือ จากปี 2556 ที่มีอัตราการใช้โทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 72% ในปี 2558 เพิ่มขึ้นสูงถึง 97% และเป็นการก้าวกระโดดจากยุคโทรศัพท์ในสมัยก่อน มาสู่ยุคของสมาร์ทโฟน และให้ความสนใจกับการติดต่อบนโลกออนไลน์อย่างมาก และนอกจากจะใช้คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊คแล้ว ในปัจจุบันนี้แท็บเลตได้เข้ามามีบทบาทต่อการติดต่อสื่อสารกันของชาวเมียนมาร์เช่นกัน รวมถึงมีการเลือกใช้สินค้าสมัยใหม่ ซื้อสินค้าประเภทจอโทรทัศน์ ทั้ง LCD และ LEDมากยิ่งขึ้น

5. ติดโซเชียลออนไลน์ (Start addicted to online)จากการก้าวกระโดดสู่ยุคสมาร์ทโฟนและการเติบโตในระบบโทรคมนาคม ทำให้การสื่อสารทางโทรศัพท์และสื่อดิจิตอลทั้งหลายเข้ามามีบทบาทต่อสังคมประเทศเมียนมาร์เป็นอย่างมาก ไม่ใช่เพียงแค่การใช้ Line หรือ Whatsapp เท่านั้น แต่ทว่าแอปพลิเคชั่นอย่างViber กลับเป็นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสังคมโซเชียลของชาวเมียนมาร์ในปัจจุบันนี้อีกด้วย

6. ชีวิตสะดวกสบาย (Readily seek convenient)ชาวเมียนมาร์ เริ่มมีการใช้ใช้อุปกรณ์เพื่อสร้างความสะดวกสบายในชีวิตมากยิ่งขึ้น อาทิ อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ หรือวิธีการใช้ชีวิตการกินอยู่ เพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้น มีการใช้ซุปก้อน และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงการคมนาคมที่สะดวกสบายกว่าแต่ก่อน ทำให้ชาวเมียนมาร์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


7. นิยมเดินห้าง(Comes the modern trade area)จากในสมัยก่อน ชาวเมียนมาร์ใช้ชีวิตอยู่ติดบ้าน จับจ่ายซื้อของตามตลาดสด แต่ในปัจจุบันพบว่าชาวพม่ามีการจับจ่ายใช้สอยตามห้างสรรพสินค้ามากยิ่งขึ้น สูงถึง 44% เนื่องจากมีความสะดวกสบายกว่า

8. มีกิจกรรมนอกบ้านหลากหลาย (Broader life activities)วิถีชีวิตของชาวเมียนมาร์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด จากการใช้ชีวิตอยู่ติดบ้าน หรือการไปวัดในเสาร์ อาทิตย์ ในปัจจุบันพบว่า ชาวเมียนมาร์มีการทำกิจกรรมนอกบ้านมากยิ่งขึ้น มีกลุ่มเพื่อน มีสังคม นัดสังสรรค์กันในยามว่าง ชอบพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ทั้งการชวนกันไปดื่มชากาแฟ การแฮงค์เอาท์กับเพื่อนฝูง รวมถึงการไปเที่ยวชมงานอีเว้นท์ต่างๆ สูงถึง 45% เช่น คอนเสิร์ต เทรดแฟร์ การประกวดศิลปินนักร้องต่างๆ กำลังเป็นที่ได้รับความนิยมในสังคมเมียนมาร์

“จะเห็นได้ว่าชาวเมียนมาร์ มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด เปิดรับสิ่งใหม่อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่ไร้พรมแดน การบริโภคอุปโภคสินค้าใหม่ๆ หรือได้รับความสะดวกสบายจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพิ่มมากขึ้นแต่กลับพบว่าดัชนีความสุขของชาวพม่ากลับลดลง ปัจจัยหนึ่งคือการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของประเทศเมียนมาร์นั่นเอง จึงทำชาวเมียนมาร์นั้นต้องมีการปรับตัว และเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น”น.ส.สรินพร จิวานันต์ ทิ้งท้าย



บริษัท เอ็นไวโรเซล ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยา และ พฤติกรรมผู้บริโภคดำเนินธุรกิจวิจัยและที่ปรึกษามามากกว่า 30 ปี มีสำนักงานอยู่ 12 สาขาทั่วโลกโดยสำนักงานใหญ่อยู่ที่ นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา สามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน ประสบการณ์เรื่องจิตวิยา และ พฤติกรรมผู้บริโภค กับเอ็นไวโรเซล ประเทศไทย ได้ที่[email protected]

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ:

อุมารี (ตาล): 083 989 6755 [email protected]

จิรวัส (ดิว): 083 096 3789 [email protected]

อัฐภิญญา (หลิง):083 989 6907 [email protected]